รูปธรรมใดที่สะท้อนให้เห็นถึงกฎในทางวิทยาศาสตร์ธรรมชาติที่ว่า “เมื่อมีแรงกด ย่อมเกิดแรงต้าน”
ต้องอ่านสำนวน เจ้าพระยาพระคลัง (หน)
ฝ่ายเงาฮูซึ่งเป็นขุนนาง ครั้นเห็นตั๋งโต๊ะทำหยาบช้าก็มีความแค้นใจคิดจะฆ่าตั๋งโต๊ะเสียมิได้ขาด
ครั้นอยู่มาวันหนึ่ง เงาฮูจึงเอามีดเหน็บซ่อนไปในเสื้อแล้วเข้าไปเฝ้าคอยทีอยู่
พอตั๋งโต๊ะออกมาถึงประตูวังเงาฮุถอดมีดเหน็บออกจะแทงตั๋งโต๊ะ ตั๋งโต๊ะเห็นรับไว้ทัน ลิโป้จึงวิ่งเข้าช่วยจับเงาฮูไว้ได้แล้วว่า
“เหตุใดตัวจึงมาคิดทำร้ายมหาอุปราชผู้เป็นบิดาของเราดังนี้”
เงาฮุมิได้กลัวจึงตอบว่า “อ้ายตั๋งโต๊ะทำการหยาบช้ากูจะตัดเอาศีรษะประกาศแก่เทวาแลมนุษย์ให้เห็นประจักษ์จงทั่ว”
ตั๋งโต๊ะได้ยินดังนั้นก็โกรธจึงสั่งบู๋ซูให้เอาตัวเงาฮูไปแล่เนื้อเสียให้สิ้นชีวิต
บู๋ซูเข้ากุมเอาตัวเงาฮู เงาฮูมิได้กลัวตายด่าตั๋งโต๊ะเป็นข้อหยาบช้าจนบู๋ซูลงดาบสิ้นใจ
แต่นั้นมาตั๋งโต๊ะให้ทหารล้อมวงรักษาเป็นกวดขันยิ่งกว่าแต่ก่อน
สํานวนแปล วรรณไว พัธโนทัย สะท้อนเหตุการณ์เดียวกันนี้ออกมาว่า จะกล่าวฝ่ายเงาฮู นายกองม้า ผู้มีชื่อรองว่า เต๋ออี้ ครั้นเห็นความทารุณโหดร้ายของตั๋งโต๊ะเช่นนั้น
ก็ไม่พอใจยิ่งนัก
วันหนึ่ง จึงสวมเครื่องแบบหุ้มเกราะน้อยซ่อนมีดสั้นไว้ชั้นในหมายจะฆ่าตั๋งโต๊ะเสีย
พอตั๋งโต๊ะเข้าวัง
เงาฮูคอยทีอยู่ ก็ชักมีดรี่เข้าไปจะแทง ตั๋งโต๊ะกำลังมากกว่า ยกสองมือรับไว้ทัน ลิโป้เดินตามหลังมาเมื่อเห็นเช่นนั้นจึงเข้ากระชากตัวเงาฮูล้มคว่ำลง
พลางตั๋งโต๊ะถามว่า “ใครยุให้มึงเป็นกบฏต่อกู”
เงาฮูถลึงตาตะโกนตอบว่า “มึงไม่ใช่นายกู กูไม่ใช่ขุนนางของมึง มึงจะมาว่ากูเป็นกบฏมึงได้อย่างไร ความชั่วที่มึงก่อไว้นั้นมากมายท่วมฟ้า ใครๆ ก็อยากจะฆ่ามึงทั้งนั้น กูเจ็บใจนักที่ไม่สามารถฉีกเนื้อมึงให้ประจักษ์แก่ใต้ฟ้าได้”
ตั๋งโต๊ะโกรธจัดสั่งให้ทหารนำตัวเงาฮูไปแล่เนื้อเสีย เงาฮูร้องตะโกนด่าไม่หยุดปากจนกระทั่งขาดใจ
อันเงาฮูสู้ตายด้วยใจภักดิ์ กล้ายิ่งนักเทียมฟ้าหาเทียบได้
วิ่งเข้าแทงศัตรูถึงวังใน เป็นยอดคน ยิ่งใหญ่ ควรบูชา
แต่นั้นมา ตั๋งโต๊ะจะเข้าวังออกวังก็ให้ทหารอารักขาอย่างเข้มงวดกวดขันยิ่งกว่าก่อน
เห็นความแตกต่างระหว่างสำนวน เจ้าพระยาพระคลัง (หน) กับ สำนวน วรรณไว พัธโนทัย หรือไม่
ต้องอ่านสำนวน แพทย์หญิงกัลยา สุพันธุ์วณิช ประกอบ
หวูฝูเห็นความโหดร้ายของต่งจั๋วก็โกรธแค้นมาก จึงใส่เกราะ ซ่อนมีดสั้นแล้วเอาสื้อคลุมทับ
หวังสังหารต่งจั๋ว
วันหนึ่ง ต่งจั๋วเข้าวัง หวู่ฝูรีบเอามีดจ้วงแทง ต่งจั๋วแรงมาก เกิดกระชากลากถู พอดีหลี่ว์ปู้มาจิกเอาตัวได้
ต่งจั๋วถามว่า “ใครใช้ให้เป็นกบฏ”
ตอบ “เอ็งไม่ได้เป็นเจ้า ข้าไม่ใช่ขุนนางของเอ็ง จะเป็นกบฏได้ยังไง มึงมันชั่วล้นฟ้าใครๆ ก็อยากจะสังหารมึงทั้งนั้นแหละ
กูเจ็บใจที่ไม่ได้เอาม้าแยกร่างมึง” แล้วตะโกนด่าไม่หยุดจนตาย
หลังจากนั้นเป็นต้นมา ต่งจั๋วจะไปไหนจะใส่เกราะมีทหารอารักขาตลอด
เหมือนกับว่าการจัดการต่อกรณีเงาฮูจะเป็นการเชือดไก่ เป็นปฏิบัติการในเชิงป้องปรามในทางการทหาร ในทางการเมือง
ถามว่าสามารถ “สยบ” สามารถ “กำราบ” ได้หรือไม่
สำนวน เจ้าพระยาพระคลัง (หน) สะท้อนให้เห็นว่า ฝ่ายอ้วนเสี้ยวซึ่งเป็นเจ้าเมืองปุดไฮนั้นครั้นรู้กิตติศัพท์ว่าตั๋งโต๊ะทำการหยาบช้าฆ่านางโฮเฮากับหองจูเปียนเสีย
จึงแต่งหนังสือลับไปถึงอ้องอุ้นซึ่งอยู่ในเมืองหลวง ในหนังสือนั้นว่า
“ทุกวันนี้ตั๋งโต๊ะทำการหยาบช้าขบถต่อแผ่นดินดังนี้ หามีผู้ใดคิดการล้างตั๋งโต๊ะ เสียไม่ ซึ่งเราออกมาอยู่ครั้งนี้ใช่จะนิ่งนอนอยู่หามิได้ อุตส่าห์เกลี้ยกล่อมผู้คนฝึกหัดให้ ชำนาญในการสงครามอยู่มิได้ขาด เพราะมีกตัญญู เราจะอาสาแผ่นดินกำจัดตั๋งโต๊ะเสียให้จงได้
ถ้าท่านเห็นพร้อมด้วยเราแล้วจงเร่งคิดการข้างในเถิด เราจะยกกองทัพไปทำการ”
สํานวนแปล วรรณไว พัธโนทัย ระบุด้วยว่า ฝ่ายอ้วนเสี้ยวอยู่ที่นครปุดไฮ ครั้นทราบข่าวว่าตั๋งโต๊ะทำการชั่วช้าสาหัส จึงเขียนหนังสือลับให้คนสนิทลอบไปให้อ้องอุ้น
ในหนังสือนั้นว่า
“อ้ายโจรตั๋งโต๊ะกระทำการชั่วช้าเป็นกบฏ บังอาจทำร้ายเจ้าเหนือหัวของเรา ความชั่วของมันนี้ไม่มีใครกล้าปริปาก
หากท่านยังขืนปล่อยให้มันใช้อำนาจเกะกะระรานอยู่ต่อไป แสร้งทำเฉยเมยเสียใครจะนับถือว่าท่านเป็นขุนนางที่ซื่อสัตย์ จงรักภักดีต่อราชบัลลังก์ได้
ทุกวันนี้ ข้าพเจ้าอ้วนเสี้ยวซ่องสุมผู้คนไว้มากหลาย หมั่นฝึกเพลงอาวุธให้ทหาร ชำนาญในการรบใคร่ที่จะกวาดล้างพระราชฐานให้บริศุทธิ์สะอาด ถ้าท่านเห็นพร้อมด้วยข้าพเจ้าแล้วจงเร่งคิดการอยู่ข้างในเถิด
หากข้าพเจ้ายาตราทัพไปทำการเมื่อไร ขอให้ท่านเข้าร่วมกำลังกับข้าพเจ้าโดยทันที”
สอดรับกับสำนวนแปล แพทย์หญิงกัลยา สุพันธุ์วณิช
ส่วนหยวนเส้าอยู่โป๋ไห่ได้ข่าวต่งจั๋วกระทำการหยาบช้า จึงส่งคนแอบส่งหนังสือลับให้หวางอวิ่น (อองอุ้น)
ความว่า
“ต่งจั๋วถอดถอนกษัตริย์ กระทำการหยาบช้าอย่างไม่อาจมีคำใดมากล่าว ท่านรู้เห็นการกระทำของมัน ทำเหมือนไม่รู้ไม่เห็น
ท่านเป็นขุนนางที่ซื่อสัตย์ต่อแผ่นดินอยู่หรือ
ข้ารวบรวมฝึกฝนทหารหวังช่วยราชสำนัก แต่ยังไม่กล้าบุ่มบ่าม ถ้าท่านมีใจเหมือนข้า คอยช่วยหาโอกาส
หากสบช่องพร้อมปฏิบัติการทันที”
ถามว่าทั้งหมดนี้เป็นผลจากอะไร จากปัจจัยอันเนื่องแต่การใช้อำนาจบาตรใหญ่ของตั๋งโต๊ะหรือจากการเคลื่อนไหวอย่างลับๆ ของราชสำนัก
ต้องยอมรับว่า ปัจจัย 2 อย่างนี้มีความสัมพันธ์กัน
ในด้านของตั๋งโต๊ะเป็นเพราะความมั่นใจในอำนาจจึงก่อให้เกิดความกำเริบเสิบสาน
ตั้งตนเป็นสมุหนายก หมดความยำเกรงผู้ใด
สะพายกระบี่เดินเข้าออก นอก ใน พระราชฐานตามอำเภอน้ำใจ ถืออาญาสิทธิ์แสดงอำนาจขึ้นทุกวัน
อีกด้านหนึ่งก็จากความรู้สึกของหองจูเปียน
“โอ้ นางแอ่นคู่นี้ช่างดีเหลือ บินร่อนเหนือ หญ้าอ่อนและน้ำหมิง โน่นวังเก่า เศร้าจิตข้าจริงจริง คนสัตย์ซื่อนอนนิ่งอยู่ไหนเอย”
จึงปรากฏคนสัตย์ซื่ออย่างเงาฮู จึงปรากฏบทบาทของอ้วนเสี้ยว
นี่เป็นอีกก้าวหนึ่งแห่งพัฒนาการของสถานการณ์ กลายแห่งเป็นหวอดแห่งการต่อตัวในทางความคิด
นำไปสู่ปฏิบัติการใหม่ในทางการเมือง ทางการทหาร

