หน้าแรก บทความ กระทรวงศึกษาฯ...

กระทรวงศึกษาฯเกรดบี

25.03.26 | 13:21 น.
กระทรวงศึกษาฯเกรดบี การเมืองไทยเคลื่อนตัวไปตามลำดับ

การเมืองไทยเคลื่อนตัวไปตามลำดับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้รับเลือกจากที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ต่อไปเป็นขั้นตอนแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี 18 กระทรวง รวม 36 คน

รัฐมนตรีและรัฐมนตรีช่วยแต่ละกระทรวงจะเป็นใคร มาจากพรรคร่วมรัฐบาลพรรคไหน รอประกาศรายชื่อเป็นทางการในอีกไม่กี่วัน จากนั้นแถลงนโยบายต่อรัฐสภาวันที่ 7- 9 เมษายนนี้

เรื่องที่ผมอยากชวนคิดชวนคุยกับคอการเมือง คอการศึกษา รวม 3 ประเด็นด้วยกัน คือ สถานะของกระทรวงศึกษาธิการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาฯ และนโยบายด้านการศึกษาของรัฐบาลอนุทิน

ประเด็นแรก กระทรวงศึกษาธิการในสายตาของรัฐบาลนี้ภายใต้การนำของพรรคภูมิใจไทย ยังคงเป็นกระทรวงอันดับรอง เกรดบี อยู่เช่นเดิม

ที่ผมฟันธงสถานะกระทรวงศึกษาธิการยังย่ำอยู่กับที่เช่นเดิม พิจารณาจากการแบ่งหรือมอบหมายกระทรวงให้กับพรรคร่วมรัฐบาลรับผิดชอบดูแล

Advertisement

กระทรวงศึกษาธิการแทนที่จะเป็นกระทรวงแถวหน้า อันดับต้นๆ ที่พรรคการเมืองโดยเฉพาะอย่างยิ่งพรรคแกนนำประกาศจับจอง ขอบริหารจัดการเอง

เพื่อแสดงถึงความมุ่งมั่น วิสัยทัศน์ มองประเด็นการศึกษาเป็นเรื่องใหญ่ เรื่องสำคัญต่อความมั่นคง ความเจริญก้าวหน้าของประเทศชาติ

พรรคแกนนำต้องเอากระทรวงศึกษาธิการมาอยู่ในความรับผิดชอบบริหารจัดการเอง เพื่อผลักดันการศึกษาเป็นเครื่องมือในการสร้างชาติ สร้างคน อย่างจริงจัง

แต่ในความเป็นจริงตรงกันข้าม พรรคแกนนำไม่ได้ยืนหยัดหนักแน่นมั่นคง แต่ยกให้พรรคอันดับรองๆ ถัดไปดูแลเรื่อยมา

ยุคที่พรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำ สมัย นายเศรษฐา ทวีสิน และ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี มอบกระทรวงศึกษาธิการอยู่ในความรับผิดชอบของพรรคอันดับรอง คือ พรรคภูมิใจไทย

มาคราวนี้พรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำ คงปฏิบัติเช่นเดียวกัน ไม่เอากระทรวงศึกษาธิการมาดูแลเอง แต่มอบหมายให้พรรคอันดับรอง คือ พรรคเพื่อไทยรับผิดชอบ

เหตุที่การจัดวางโครงสร้างการบริหารคณะรัฐมนตรี ทำให้กระทรวงศึกษาธิการเป็นกระทรวงเกรดบี เกรดซี

เพราะพรรคแกนนำจะเน้นให้ความสำคัญกับกระทรวงด้านเศรษฐกิจและความมั่นคงเป็นหลักก่อน ด้านสังคมซึ่งกระทรวงศึกษาธิการอยู่ในกลุ่มนี้ จึงตกที่นั่งแถวสองตลอด

ทัศนคติของพรรคและนักการเมืองยังย่ำอยู่กับที่เช่นนี้ ความหวังที่จะยกฐานะทางการเมืองของกระทรวงศึกษาธิการจากกระทรวงเผื่อเลือก เป็นเกรดเอ คงเป็นไปได้ยากอยู่ต่อไป

ประเด็นต่อมารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นใครขอเว้นไว้ก่อน

สิ่งที่ควรติดตามก็คือ การหลอมรวมนโยบายการศึกษาของพรรคแกนนำ กับพรรคอันดับรองและพรรคร่วมรัฐบาลอื่นๆ ออกมาเป็นนโยบายของรัฐบาล จะลงตัวเพียงไร

อีกทั้งนโยบายของรัฐบาล กับนโยบายของรัฐมนตรีผู้มีอำนาจควบคุม บริหารจัดการการศึกษา จะกลมกลืนกันแค่ไหน

เพราะมีปรากฏการณ์มาแล้ว รัฐมนตรียึดนโยบายของตัวเป็นหลัก เพื่อแสดงให้เห็นว่า ข้าฯก็แน่ข้าฯก็มีความคิด มีผลงานเป็นตัวของเอง มีของ ว่างั้นเถอะ

สอดคล้องกับความต้องการของตลาดหรือไม่ ไม่สน ข้าฯมีอำนาจ ข้าฯเป็นคนกำหนด ต้องฟังข้าฯเป็นหลัก

นโยบายหลักของรัฐบาล ทิศทางการบริหารจัดการการศึกษาที่ควรจะเป็นเลยกลายเป็นเรื่องรอง ตามหลังนโยบายของรัฐมนตรี

กระพี้เลยกลายมาเป็นแก่น แก่นเลยกลายมาเป็นกระพี้

ผู้คนในแวดวงการศึกษาได้แต่นั่งมองตาปริบๆ ชะตากรรมการศึกษาไทยจึงเป็นไปอย่างที่เห็นกัน

ประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยอีกหรือไม่

เช่นเดียวกับ ประเด็นปัญหาทางการศึกษาและแนวทางบริหารจัดการที่ควรปรากฏอยู่ในนโยบายรัฐบาล จะเขียนออกมาอย่างไร

เพราะนอกจากนโยบายของรัฐบาลแล้ว ยังมีภาคบังคับจากบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ซึ่งมีผลใช้บังคับอยู่ ยังไม่ถูกยกเลิก

หมวด 16 การปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา มาตรา 258 การปฏิรูปการศึกษา (3) ให้มีกลไกและระบบการผลิต คัดกรองและพัฒนาผู้ประกอบวิชาชีพครูและอาจารย์ให้ได้ผู้มีจิตวิญญาณของความเป็นครู มีความรู้ความสามารถอย่างแท้จริง ได้รับค่าตอบแทนที่เหมาะสมกับความสามารถและประสิทธิภาพในการสอน รวมทั้งมีกลไกสร้างระบบคุณธรรมในการบริหารงานบุคคลของผู้ประกอบวิชาชีพครู

ครับ ยังไม่จบ มีไฟต์บังคับทางการศึกษาอื่นๆ อีก รัฐบาลจะทำอย่างไร พฤหัสหน้าว่ากันต่อ