หน้าแรก บทความ ทุนมนุษย์ การ...

ทุนมนุษย์ การเลือกอาชีพ และความเหลื่อมล้ำค่าจ้าง

2.04.26 | 12:15 น.

ทุนมนุษย์ การเลือกอาชีพ และความเหลื่อมล้ำค่าจ้าง

ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจอยู่ในความสนใจของผู้คนทั่วโลก ด้วยความกังวลว่าความเหลื่อมล้ำยิ่งจะเพิ่มขึ้นภายใต้ความก้าวหน้าของเทคโนโลยี การนำหุ่นยนต์ โดรน และปัญญาประดิษฐ์มาช่วยการผลิต เจ้าของทุนได้รับกำไรเพิ่มขึ้น แต่ผู้ใช้แรงงาน (อย่างน้อยกลุ่มหนึ่ง) ถูกทดแทนด้วยระบบอัตโนมัติ บทความนี้เป็นผลงานวิจัยเล็กๆ โดยอิงข้อมูลสำรวจการมีงานทำของสำนักงานสถิติแห่งชาติ (ปี 2567) มาเป็นหลักฐาน พร้อมกับอภิปรายและข้อสังเกตตามสมควร

สำนักงานสถิติแห่งชาติรายงานผลสำรวจการมีงานทำเป็นประจำเป็นรายปีและรายไตรมาส จากการสุ่มตัวอย่างขนาดใหญ่จำนวนกว่า 1 แสนคนในแต่ละครั้ง จากทุกจังหวัดทั้งเขตเมืองและชนบท ผู้วิจัยนำผลสำรวจในปี 2567 และกำหนดช่วงอายุ 15-69 ปี เป็นแรงงานที่เป็นทางการ (มีนายจ้างและสถานะเป็นลูกจ้าง) คำนวณ “ค่าจ้างรายชั่วโมง” ซึ่งนิยมแพร่หลายในทางวิชาการและเป็นมาตรฐานเดียวกัน ตารางที่ 1 แสดงการกระจายของแรงงานตามอาชีพและระดับการศึกษา พร้อมกับข้อสังเกตว่า อาชีพที่รายได้สูงส่วนใหญ่ตกกับแรงงานการศึกษาปริญญาตรีหรือสูงกว่า ในทางตรงกันข้ามการเลือกอาชีพของผู้จบการศึกษาประถมและมัธยม ส่วนใหญ่เป็นอาชีพที่ค่าจ้างต่ำ ข้อมูลเชิงประจักษ์นี้ไม่ใช่เรื่องใหม่แต่อย่างใด แต่การมีตัวเลขเชิงประจักษ์เป็นเรื่องจำเป็นแม่นยำ ไม่ใช่การ “คิดเอาเอง” หรือแค่ “ประมาณการ”

รายได้ต่อชั่วโมงของแต่ละอาชีพแตกต่างกันมากน้อยเพียงใด? รูปภาพข้างล่างแสดงหลักฐานเป็นค่าพิสัย (p25 ถึง p75) สองแท่งบนสุดคืออาชีพนักบริหารและนักวิชาการ ค่าจ้างรายชั่วโมงส่วนใหญ่ในช่วง 150-200 บาท ระดับล่าง ได้แก่ แรงงานเกษตร ช่างฝีมือ ผู้ปฏิบัติงานในโรงงานและแรงงานพื้นฐาน ส่วนใหญ่ได้รับค่าจ้างรายชั่วโมง 50-80 บาทต่อชั่วโมง เมื่อแปลงตัวเลขให้เป็นเงินเดือน 50 บาทต่อชั่วโมง หมายถึง 9,600 บาทต่อเดือน (ทำงาน 8 ชม.ต่อวัน 6 วันต่อสัปดาห์) เปรียบเทียบกับค่าจ้าง 200 ต่อชั่วโมง หมายถึง 38,400 บาทต่อเดือน ห่างกัน 4 เท่าตัว

การวัดความเหลื่อมล้ำมีเทคนิคหลายแบบ แต่ที่นิยมใช้อย่างกว้างขวาง คือ เส้นลอเรนซ์และดัชนีจีนี ซึ่งผู้วิจัยน้อมนำมาแสดงในรูปภาพที่ 2 วัดจากค่าจ้างรายชั่วโมง โดยภาพรวมดัชนีจีนี 0.41 (ค่าน้อย-เหลื่อมล้ำน้อย ค่ายิ่งสูงความเหลื่อมล้ำมาก) อย่างไรก็ตามความเหลื่อมล้ำแตกต่างกันตามภูมิภาค (1 กรุงเทพมหานคร 2 ภาคกลาง 3 ภาคเหนือ 4 ภาคอีสาน 5 ภาคใต้)

Advertisement

ข้อคิดเห็นและวิจารณ์ หนึ่ง ในยุคที่เทคโนโลยีก้าวหน้า นายจ้างนำระบบอัตโนมัติมาทดแทนแรงงานในระบบการผลิตหลายประเภท เพราะว่าประสิทธิภาพสูง ต้นทุนต่อหน่วยต่ำ แต่ความเปลี่ยนแปลงนี้อาจจะเป็นผลบวกต่อแรงงานที่มีทักษะในการใช้ระบบอัตโนมัติ จึงสันนิษฐานว่าความเหลื่อมล้ำของค่าจ้างแรงงานน่าจะสูงกว่าปัจจุบัน – ความจริงเป็นเช่นใดต้องวิจัยในโอกาสต่อไป สอง มีคนจำนวนไม่น้อยคิดว่าการเรียนระดับอุดมศึกษาไม่จำเป็น ขอเพียงให้มีทักษะการใช้ระบบอัตโนมัติหรือการเข้าเป็นผู้ประกอบการ – ผู้เขียนมีความเห็นว่ายิ่งระบบอัตโนมัติเป็นเครื่องมือการผลิต-การศึกษาระดับอุดมศึกษายิ่งได้เปรียบ เพราะโอกาสการเรียนรู้ปัญญาประดิษฐ์-หุ่นยนต์-โดรน เกิดในมหาวิทยาลัยมากกว่าระดับโรงเรียน จริงอยู่
บางคนอาจเรียนรู้ด้วยตนเองจากเว็บไซต์และแหล่งเรียนรู้ออนไลน์

คนเหล่านี้สามารถร่ำรวยได้ถึงแม้ไม่จบระดับปริญญา แต่เข้าใจว่าเป็นสัดส่วนเล็กน้อยของประชากรเท่านั้น เรื่องนี้ก็เป็นอีกหัวข้อวิจัยที่ท้าทายนักวิชาการ สาม นโยบายระดับชาติควรส่งเสริมให้เยาวชนไทยได้เรียนระดับอุดมศึกษาเพื่อโอกาสการแข่งขันกับประเทศชั้นนำที่เร่งลงทุนพัฒนาทุนมนุษย์ ทางที่ดีควรจะกำหนดเป้าหมายระดับชาติว่า ก) เยาวชนในวัย 18-25 ปี ร้อยละเท่าใดควรได้รับโอกาสการศึกษาระดับอุดมศึกษา? ยิ่งสูงยิ่งดี และ ข) กวดขันให้สถาบันอุดมศึกษาไทยทั้งของรัฐและเอกชน เร่งพัฒนาคุณภาพการศึกษาไล่กวดกับประเทศชั้นนำของโลก

ดิเรก ปัทมสิริวัฒน์

วีระพงษ์ อู๋เจริญ