ถามว่าหนังสือ “ลับ” ของอ้วนเสี้ยวอันส่งตรงไปยังอ้องอุ้นส่งผลอย่างไร คำตอบนี้เห็นได้จากความเป็นจริงแห่งยุทธนิยาย
สำนวน เจ้าพระยาพระคลัง (หน) สะท้อนออกมา
ครั้นอ้องอุ้นได้ทราบในหนังสือนั้นแล้วก็คิดวิตกอยู่มิได้ขาด อยู่มาวันหนึ่งเวลาออกจากเฝ้า อ้องอุ้นจึงค่อยว่ากับขุนนางเก่าๆ ทั้งปวงว่า
“วันนี้เราทำการเชิญชวนท่านไปกินโต๊ะเล่น ณ บ้านเรา”
ครั้นมาพร้อมกันแล้วจึงชวนให้กินโต๊ะเสพสุรา แล้วอ้องอุ้นก็ร้องไห้ ขุนนางทั้งปวงเห็นก็ตกใจ
จึงถามว่า “ท่านร้องไห้ด้วยเหตุสิ่งอันใด”
อ้องอุ้นจึงตอบคำว่า “แต่ตั๋งโต๊ะเข้ามาอยู่ในเมืองหลวงทำการหยาบช้าแล้วฆ่านางฮองเฮากับหองจูเปียนเสีย เรามีความร้อนใจนักอุปมาดังนอนในกองเพลิง เราเล็งไปไม่เห็นผู้ใดจะช่วยคิดทำนุบำรุงให้แผ่นดินเป็นสุขได้เราจึงร้องไห้”
ขุนนางทั้งปวงได้ฟังก็มีความสงสาร ต่างคนต่างร้องไห้
ยิ่งอ่านสำนวน วรรณไว พัธโนทัย ยิ่งเข้าถึงรายละเอียดอันซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ฝ่ายอ้องอุ้นได้รับหนังสือแล้วคิดวิตกอยู่
วันหนึ่ง ออกจากที่เฝ้าแล้วกระซิบบอกเพื่อนขุนนางเก่าทั้งปวงว่า
“คืนนี้ขอเชิญท่านไปกินโต๊ะคุยกันเล่นที่บ้านข้าพเจ้าสักหน่อย ด้วยเป็นวันเกิดของข้าพเจ้า แต่ข้าพเจ้าไม่ถือว่าเป็นวันสำคัญอะไรนักหรอก”
พวกขุนนางจึงว่า “เราจะต้องมาอวยพรท่านเป็นแน่”
คืนนั้น อ้องอุ้นจัดงานเลี้ยงขึ้นที่ห้องใหญ่ชั้นในพวกขุนนางมาชุมนุมกันพร้อมหน้า ขณะที่กำลังเสพสุราอาหารเพลิดเพลินกันอยู่นั้น อ้องอุ้นยกมือขึ้นปิดหน้าแล้วร้องไห้โฮ
พวกขุนนางทั้งปวงตกตะลึงถามว่า “วันนี้เป็นวันเกิดของท่านเหตุไฉนท่านกลับร้องไห้เสียใจอะไรหรือ”
อ้องอุ้นตอบว่า “อันที่จริงวันนี้ไม่ใช่วันเกิดของข้าพเจ้าดอก
แต่ข้าพเจ้ามีเรื่องที่อยากปรึกษาหารือพวกท่านเกรงว่าจะเป็นที่สงสัยของตั๋งโต๊ะจึงต้องอ้างไปอย่างนั้นเอง
ทุกวันนี้ตั๋งโต๊ะบังอาจหมิ่นพระบรมเดชานุภาพใช้อำนาจเกะกะระรานไม่เป็นธรรม บ้านเมืองกำลังจะพินาศล่มจมเป็นอื่นทำให้ข้าพเจ้าหวนนึกถึงเหตุการณ์เมื่อตอนพระเจ้าหั้นโกโจปฐมกษัตริย์ของเราทำลายอาณาจักรจิ๋นและฌ้อแล้วเข้าครองใต้ฟ้า มาบัดนี้น้ำมือของใครเล่าหนอที่จะปราบอ้ายตั๋งโต๊ะเสียได้”
พวกขุนนางทั้งปวงได้ฟังดังนั้นก็น้ำตาไหล ร้องไห้โฮกันทุกคน
จําเป็นต้องอ่านสำนวน แพทย์หญิงกัลยา สุพันธุ์วณิช เสริมเติม หวางอวิ่นได้หนังสือไม่รู้จะทำอย่างไร วันหนึ่ง หลังจากออกที่ประชุมขุนนางหวางอวิ่นพูดกับขุนนางทั้งหลายว่า
“ขอเชิญไปงานวันเกิดที่บ้านสักหน่อย”
วันนั้น จัดโต๊ะที่หลังบ้าน เมื่อขุนนางมาพร้อมกัน ดื่มไปสักพัก อยู่ๆ หวางอวิ่นก็ร้องไห้เอามือปิดหน้า
ขุนนางทั้งหลายตกใจว่า “วันเกิดท่านมีเหตุใดไม่สบายรึ”
หวางอวิ่นจึงว่า “วันนี้มิใช่วันเกิดของข้า ข้าอยากพบพวกท่าน กลัวต่งจั๋วมันสงสัยจึงอ้างเช่นนั้น
ตงจั๋วข่มเหงฮ่องเต้ รวบอำนาจ แผ่นดินจะล่มจมอยู่แล้ว คิดดูนับแต่ฮั่นเกาจู่ฆ่าฉิน ทำลายฉู่ จนตั้งราชวงศ์ฮั่นสืบทอดมาทุกวันนี้ ต้องมาถึงกาลวิบัติในมือของต่งจั๋ว นี่แหละทำให้ข้าร้องไห้”
เมื่อนำสำนวน เจ้าพระยาพระคลัง (หน) สำนวน วรรณไว พัธโนทัย สำนวน แพทย์หญิงกัลยา สุพันธุ์วณิช มาวางเรียงเคียงกัน
ก็เห็นความชัดเจนในแต่ละ “กระบวนท่า” อันมาจากอ้องอุ้น (หวางอวิ่น)
ทั้งหมดสะท้อนสายสัมพันธ์ระหว่าง “อ้วนเสี้ยว” กับ “อ้องอุ้น” อย่างชัดเจน แต่ความสัมพันธ์นี้ก็มี “องค์ประกอบ” มาจากหลายส่วน
รากฐานอย่างแท้จริง คือ การเข้ามาของ “ตั๋งโต๊ะ”
ผลสะเทือนที่สะท้อนสภาพการณ์อันเป็น “ปัจจุบัน” ในทางการเมือง 1 คือ สิ่งที่ตั๋งโต๊ะกระทำต่อ “ราชสำนัก”
1 คือ ผลกระทบต่อ “ขุนนาง” และอาณาประชา “ราษฎร”
ยิ่งกว่านั้น เมื่อมองผ่านสถานการณ์จากที่หองจูเปียนถูกกักตัวอยู่วังหย่งอัน วันหนึ่งมองเห็นนกนางแอ่นคู่หนึ่งบินอยู่บท้องฟ้า
จึงรำพึงขึ้น
“หญ้าเขียวกลางสายหมอก นกแอ่นคู่ร่อนบนท้องฟ้า ลั่วสุยสายน้ำเขียวใครเห็นว่างามแท้ มองไปเมฆเบื้องหน้า คือ วังที่ข้าเคยอยู่ จะมีผู้ซื่อสัตย์คนใดเล่าช่วยคลายความแค้นในใจข้า”
พลันที่ความล่วงรู้ถึงต่งจั๋ว ชะตาของหองจูเปียนก็ขาด
แต่ละสภาพอันเกิดขึ้นในแผ่นดินย่อมไม่หลุดรอดไปจากสายตาของอ้องอุ้น ย่อมไม่หลุดรอดไปจากความรับรู้ของอ้วนเสี้ยว
จึงนำไปสู่หนังสือลับจากอ้วนเสี้ยวไปยังอ้องอุ้นเป็นเป้าหมายของหนังสือ “ลับ”
ถามว่าอ้องอุ้นเป็นใคร ถามว่าทำไมอ้วนเสี้ยวจึงเลือก
สังข์ พัธโนทัย สรุปไว้ในนามานุกรม บุคคลในสามก๊กอย่างรวบรัดว่า อ้องอุ้น
หรืออ้วงหวิ่น Wang Yun
เป็นขุนนางผู้ใหญ่ของพระเจ้าเหี้ยนเต้
ตำแหน่ง ซือถู มีหน้าที่ให้คำแนะนำสั่งสอนและอบรมประชาชนในด้านศีลธรรม จรรยาและการศึกษา สามก๊กภาษาอังกฤษแปลว่า
Minister of Instruction บ้าง The Great Counsellor บ้าง
เป็นชาวเมืองไทหงวน (ไท้เหวียน) มีฉายาว่า จื่อซือ เป็นคนซื่อตรงจงรักภักดีต่อกษัตริย์
เจ็บร้อนแทนพระเจ้าเหี้ยนเต้ซึ่งเสียอำนาจในการปกครองแผ่นดินแก่ตั๋งโต๊ะ
จึงเห็นได้อย่างเด่นชัดว่า เพียงตำแหน่งไม่ว่า Minister of Instruction ไม่ว่า The Great Counsellor ของอ้องอุ้น
เพียงความเป็นคนจงรักภักดีต่อกษัตริย์
ก็ต้องยอมรับว่าอ้วนเสี้ยวแทงทะลุไปยังรากฐานและตัดสินใจเลือกได้อย่างถูกต้องเหมาะสม
เหมาะสมที่จะทำงาน “ลับ” ได้ใน “เมืองหลวง”
ขณะเดียวกัน ก็ต้องยอมรับว่างานที่อ้วนเสี้ยวมอบหมายให้อ้องอุ้นนั้นดำเนินไปในลักษณะ “กึ่งปิด กึ่งเปิด”
เป็นงานลับอย่างแน่นอน
แต่เมื่องานลับมาอยู่ในความรับผิดชอบของขุนนางระดับซือถูย่อมมีความพร้อมย่อมเปี่ยมด้วยความจัดเจน
ความน่าสนใจจึงอยู่ที่ “จำนวน” ผู้ที่ได้รับเชิญให้ “เข้าร่วม”
ถามว่าความจัดเจนของอ้องอุ้นเห็นได้อย่างไร เห็นได้จากการจัดงานวันเกิดลวง เห็นได้จากระหว่างกินโต๊ะ
อยู่ๆ หวางอวิ่นก็ร้องไห้เอามือปิดหน้า
“วันนี้มิใช่วันเกิดของข้า ข้าอยากพบพวกท่านกลัวต่งจั๋วมันสงสัยจึงอ้างเช่นนั้น ต่งจั๋วข่มเหงฮ่องเต้ รวบอำนาจ แผ่นดินจะล่มจมอยู่แล้ว คิดดูนับแต่ฮั่นเกาจู่ฆ่าฉินทำลายฉู่จนตั้งราชวงศ์ฮั่นสืบทอดมาทุกวันนี้
ต้องมาถึงกาลวิบัติในเงื้อมมือของต่งจั๋ว นี่แหละทำให้ข้าร้องไห้”
ท่วงท่าอาการของหวางอวิ่นสร้างความสะเทือนใจให้กับเหล่าขุนนางผู้ได้รับเชิญในงานเลี้ยงอย่างยิ่งอยู่แล้ว
แต่ผลสะเทือนอันตามมาอย่างฉับพลันต่างหาก คือ เป้าหมาย
ไม่ว่าจะมองจากด้านของหวางอวิ่น ไม่ว่าจะมองจากด้านของอ้วนเสี้ยว

