การแถลงนโยบายรัฐบาลอนุทิน 2 ต่อที่ประชุมรัฐสภา ผ่านพ้นไปตามพิธีกรรมทางการเมือง ไม่เกิดเหตุขัดแย้งร้อนแรง จนบ่อนเซาะรัฐบาลได้ตั้งแต่ยกแรก
สาระโครงสร้างคล้ายกับคำแถลงนโยบายรัฐบาลชั่วคราว อนุทิน 1 สมัยแรก วันที่ 29 กันยายน 2568 แบ่งเป็นด้านๆ ได้แก่ ด้านเศรษฐกิจ ด้านการต่างประเทศและความมั่นคง ด้านสังคม ด้านภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อม ด้านการบริหารภาครัฐ การปฏิรูปกฎหมาย
ด้านการศึกษาไม่ได้แยกออกมาเป็นการเฉพาะ แต่รวมไว้อยู่ในนโยบายด้านสังคม รายละเอียด ดังนี้
13. เรียนฟรีมีจริง เรียนฟรีมีงานทำ และเรียนรู้ได้ทุกที่ทุกเวลา ให้ความสำคัญกับการลงทุนในทุนมนุษย์ซึ่งเป็นทรัพยากรสำคัญในการพัฒนาประเทศไทยอย่างยั่งยืน โดย
13.1 พัฒนาแพลตฟอร์มการเรียนรู้ออนไลน์ฟรีที่ประชาชนสามารถเข้าถึงเพื่อเรียนรู้ได้ตลอดเวลา และสามารถเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตเพื่อการเรียนรู้ในแพลตฟอร์มได้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อให้คนไทยทุกช่วงวัยมีโอกาสได้เรียนฟรีได้ทุกที่ทุกเวลาและเข้าถึงสิทธิทางการศึกษาอย่างเท่าเทียมและเสมอภาค
ให้ทุนการศึกษาเพื่อพัฒนากลุ่มคนที่มีศักยภาพสูงเพื่อสนับสนุนอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ พร้อมทั้งยกระดับคุณภาพการศึกษาโดยลดภาระงานที่ไม่เกี่ยวกับการเรียนการสอนของครู
ใช้ผลการประเมินประสิทธิภาพในการจัดการเรียนการสอนของครูเป็นหลักในการปรับเพิ่มวิทยฐานะ ให้อิสระในการบริหารจัดการการเรียนรู้แก่สถานศึกษาได้ตามความพร้อมของสถานศึกษาและความถนัดของผู้เรียน รวมถึงสร้างเสริมวัฒนธรรมการเรียนรู้ที่ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม
13.2 ปรับหลักสูตรการศึกษา รูปแบบการเรียนรู้และการจ้างงานให้มีความยืดหยุ่นและสอดรับการแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตและตลาดแรงงานในอนาคต เพื่อให้คนไทยสามารถเข้าสู่ตลาดแรงงานทันที (Skill Bridge) เมื่อสำเร็จการศึกษาและการฝึกอบรม โดยร่วมมือกับภาคเอกชนในการพัฒนาหลักสูตรการเรียนรู้และทักษะแห่งอนาคต อาทิ AI และ Robotic พัฒนาระบบเชื่อมโยงการรับรองผลจากการเรียนรู้ทั้งใน-นอกห้องเรียน และระบบออนไลน์-ออฟไลน์ทั้งในและต่างประเทศ อาทิ ระบบธนาคารหน่วยกิต ระบอบการรับรองคุณวุฒิวิชาชีพหรือทักษะที่สามารถใช้ในการทำงานได้อย่างแท้จริง
เขียนไว้เท่านี้จริงๆ
อ่านแล้วเลยต้องย้อนกลับไปดูของเดิมสมัยที่แล้ว ไม่ได้แยกนโยบายด้านการศึกษาออกมาเป็นการเฉพาะเช่นกัน แต่เขียนไว้ในช่วงท้ายคำแถลงว่า
“รัฐบาลจะดำเนินการให้สอดคล้องกับหน้าที่ของรัฐ แนวนโยบายแห่งรัฐและยุทธศาสตร์ชาติตามที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 162 โดยจะผลักดันการพัฒนาตามแนวนโยบายแห่งรัฐและยุทธศาสตร์ชาติทั้ง 6 ด้าน ในช่วงเวลาของการบริหารราชการแผ่นดินอย่างต่อเนื่อง อาทิ การดำเนินการให้คนไทยทุกช่วงวัยทุกกลุ่มเข้าถึงสิทธิการศึกษาและระบบสาธารณสุขอย่างทั่วถึง เท่าเทียม การผลักดันกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการปฏิรูปการศึกษา เช่น กฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ เป็นต้น
แสดงว่า กฎหมายแม่บททางการศึกษาที่รัฐบาลอนุทิน 1 เคยแถลงว่า จะผลักดันกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ กลับไม่ปรากฏในนโยบายอนุทิน 2
นอกจากเทียบเคียงนโยบายอนุทิน 1 และอนุทิน 2 แล้ว ต้องย้อนกลับไปดูนโยบายของพรรคร่วมรัฐบาลที่ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบกระทรวงศึกษาธิการ คือ พรรคเพื่อไทย
เพื่อไทยเสนอขึ้นมาก่อนการหลอมรวมนโยบายพรรคเข้ากับนโยบายรัฐบาล ว่า จะชูนโยบายเรือธงพลิกโฉมการศึกษาผ่านร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ
1 ยกระดับการผลิต และพัฒนาครู ดึงดูดคนเก่งจากทุกสาขาวิชามาเป็นครู ลดภาระงานครู สร้างสภาพแวดล้อมให้ครูสอนดี มีเวลาให้นักเรียน วางระบบการประเมินศักยภาพครูอย่างเข้มข้น ตรงจุด แต่ไม่เพิ่มภาระให้ครู
2 นักเรียนเป็นศูนย์กลาง ยกระดับหลักสูตร ยืดหยุ่น สร้างสมรรถนะ ตั้งศูนย์พิทักษ์สิทธิผู้เรียน โรงเรียนต้องปลอดภัย จบปัญหาละเมิดสิทธิ ส่งเสริมสวัสดิภาพนักเรียน
3 เรียนฟรีต้องฟรีจริง ปรับวิธีการจัดสรรงบให้เป็นธรรม ลดภาระผู้ปกครอง ป้องกันเด็กหลุดออกจากระบบ
4 กำหนดทิศทางพัฒนาทุนมนุษย์ เชื่อมโยงตลาดแรงงาน มีธนาคารหน่วยกิตแห่งชาติ (National Credit Bank) เพื่อปรับทักษะแรงงาน
นโยบายพรรคชัดเจน เป็นรูปธรรม กว้างขวาง ครอบคลุม รอบด้าน กว่านโยบายรัฐบาล
แต่เมื่อแปลงเป็นนโยบายร่วมแล้วกลับไม่พบทั้ง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ข้อ 1 และข้อ 4
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ข้อ 1 ยกระดับการผลิตและพัฒนาครู ดึงดูดคนเก่งจากทุกสาขาวิชามาเป็นครู นโยบายเรือธงไม่ปรากฏแม้แต่วลีเดียว
รูปการณ์เป็นเช่นนี้จะบริหารจัดการการศึกษา และกระทรวงศึกษาธิการไปทางไหน ยึดนโยบายพรรคหรือนโยบายรัฐบาลเป็นหลัก
รัฐบาลและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการจะมีคำตอบในประเด็นนี้ต่อประชาคมการศึกษาว่าอย่างไร
ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างนโยบายรัฐบาล กับแนวนโยบายแห่งรัฐและยุทธศาสตร์ชาติตามรัฐธรรมนูญ 2560 คำแถลงนโยบายอนุทิน 2 เขียนไว้ว่า จะผลักดันการพัฒนาตามแนวนโยบายแห่งรัฐและยุทธศาสตร์ชาติทั้ง 6 ด้าน ไปสู่การปฏิบัติอย่างแท้จริง
นั่นคือคำตอบว่า ทิศทางการบริหารนโยบายของรัฐบาล ยังคงเป็นไปภายใต้กรอบแนวนโยบายแห่งรัฐและยุทธศาสตร์ 20 ปี (2561-2580) ต่อไป

