หน้าแรก บทความ การศึกษานำการ...

การศึกษานำการเมือง

22.04.26 | 13:26 น.
การศึกษานำการเมือง นายประเสริฐ จันทรรวงทอง

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ชี้แจงในการแถลงนโยบายรัฐบาลอนุทิน 2 ยืนยันว่านโยบายการศึกษาที่แถลงไว้ทำได้จริง พร้อมขับเคลื่อนเพื่ออนาคตเด็กไทย

ข้อคิดเห็นหลายอย่างที่เป็นประโยชน์ต่อวงการศึกษาของไทยและเด็กไทยในวันนี้ ผมได้ให้ทีมงานสรุปประเด็นรวบรวมข้อซักถามต่างๆ สรุปความสำคัญหลักๆ 5 ด้าน ได้แก่

เรื่องแรก ปัญหาความเหลื่อมล้ำด้านงบประมาณและการจัดสรรทรัพยากร
เรื่องที่ 2 ปัญหาด้านหลักสูตรและการจัดการเรียนการสอน
เรื่องที่ 3 ปัญหาด้านบุคลากรและภาระงานของครู
เรื่องที่ 4 ปัญหาด้านกฎหมายและ พ.ร.บ.
เรื่องที่ 5 ปัญหาด้านคุณภาพและความปลอดภัยในโรงเรียน

“สิ่งที่ท่านได้อภิปรายนั้น จริงๆ แล้วตรงกับวิสัยทัศน์ที่เป็นความมุ่งมั่น ผมเองต้องการที่จะพัฒนาการศึกษาของประเทศนี้และทุนมนุษย์ที่ผมจะทำ เพราะมีความเชื่อว่า การลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดนั้นเป็นการลงทุนกับคน และกระทรวงศึกษาธิการจะเป็นแกนหลักที่สำคัญของการลงทุนในครั้งนี้”

“เรื่องแรกเลย คือ การวางรากฐานด้านกฎหมาย จะผลักดันร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ให้เกิดขึ้นภายในรัฐบาลนี้”

Advertisement

ฟังคำแถลงทั้งหมดแล้ว สรุปว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการยืนยันจะผลักดันร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติให้ออกมาภายในรัฐบาลนี้

ประเด็นอยู่ที่ว่าจะเชื่ออะไรมากกว่าระหว่างคำแถลงของรัฐมนตรี กับตัวอักษรในเนื้อหานโยบายของคณะรัฐมนตรี จะเอาอะไรเป็นหลัก

เพราะไม่ปรากฏข้อความยืนยันเกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติอยู่ตรงส่วนใดของเอกสารคำแถลงนโยบายทั้งสิ้น รวมทั้งในภาคผนวกก็ตาม

สะท้อนว่า คณะทำงานจัดทำคำแถลงนโยบายรัฐบาลทั้งฝ่ายการเมืองและฝ่ายราชการประจำ คือสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ไม่ละเอียดรอบคอบเพียงพอ ทำให้ข้อความที่เป็นหัวใจสำคัญหายไป

สาเหตุประการหนึ่ง เพราะไม่มีผู้แทนสภาการศึกษาเข้าไปร่วมกลั่นกรองด้วย ใช่หรือไม่

เมื่อเป็นเช่นนี้จะกล่าวโดยสรุปว่า รัฐบาล ทั้งพรรคแกนนำและพรรคที่ได้รับมอบหมายให้รับผิดชอบผิดพลาดโดยสุจริต ได้หรือไม่

การแถลงนโยบายรัฐบาลจึงเป็นเพียงพิธีกรรมให้ผ่านพ้นไปวันๆ ตามกระบวนการของรัฐธรรมนูญเท่านั้น ไม่ให้ความสำคัญกับความถูกต้องแม่นยำอย่างจริงจัง

ครับ ต้องรอฟังการแถลงอย่างเป็นทางการของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการอีกครั้ง และติดตามการขับเคลื่อนนโยบาย ว่าจะออกตัวอย่างไรต่อไป

เมื่อรัฐมนตรียืนยันว่าจะผลักดันให้ได้ภายในรัฐบาลนี้ แนวทางปฏิบัติที่จะช่วยให้เป็นจริงก็คือใช้ร่าง พ.ร.บ.ฉบับล่าสุดที่ผ่านคณะกรรมการกฤษฎีกาแล้วเป็นร่างหลัก ซึ่งส่วนราชการที่เกี่ยวข้องทั้งหมดให้ความเห็นครบถ้วนแล้วและคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ เมื่อสมัยอนุทิน 1

ไม่ต้องย้อนกลับมาเริ่มต้นเปิดรับฟังความคิดเห็นกันใหม่ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ขณะเดียวกันก็มีร่างพระราชบัญญัติของพรรคการเมืองต่างๆ ค้างอยู่ในสภาอีกไม่ต่ำกว่า7 ฉบับ ในสมัยที่ นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานกรรมาธิการการศึกษา สภาผู้แทนราษฎรชุดที่แล้วเคยพิจารณาไว้แล้ว

ได้ประธานสภาที่รับรู้ มีส่วนร่วมผลักดันเรื่องนี้มาตลอด น่าช่วยให้การเข็นกฎหมายฉบับนี้เห็นผล สอดรับปรับแต่งให้เข้ากับยุคสมัย ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี โลกที่เปลี่ยนแปลงไปได้อย่างกลมกลืน

ส่วนนโยบายข้ออื่นๆ ในนโยบายรัฐบาลและนโยบายพรรคที่ประกาศหาเสียงไว้ ก็เอาทั้งสองส่วนมาผลักดันร่วมกัน วางจุดเน้นที่ควรดำเนินการก่อนหลังตามลำดับชัดเจน

ไม่ใช่มุ่งทุ่มเท แต่นโยบายเพื่อหาเสียงสร้างคะแนนนิยมเป็นหลัก

นอกจากนี้ยังมีปัจจัยแวดล้อมที่เอื้ออำนวย รัฐมนตรีว่าการฯกับรัฐมนตรีช่วยฯมาจากพรรคเดียวกัน ได้ “ครูจวง” นายปารมี ไวจงเจริญ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาชน กรรมาธิการการศึกษามาเป็นกำลัง น่าจะทำให้การปฏิบัติงานเดินหน้าถูกทิศทางเร็วขึ้น

ขณะที่การวางตัว ส.ส.คนใดเป็นประธานกรรมาธิการการศึกษา สภาผู้แทนราษฎร เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่จะทำให้การติดตามการขับเคลื่อนนโยบายเป็นไปในแนวทางที่ควรจะเป็นยิ่งขึ้น

หากการประสานระหว่างกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กับกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงแรงงาน ซึ่งมาจากพรรคเดียวกันอีกเช่นกัน เป็นไปอย่างราบรื่น ไร้รอยต่อ ความหวังน่าจะมีมากขึ้น

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเดินหน้าตามนโยบายของพรรคข้อ 1 ยกระดับการผลิตและการพัฒนาครู เรื่องจำเป็นอันดับแรก ต้องการการลงมือปฏิบัติจริงด้วยความร่วมมือระหว่างสองกระทรวงนี้

แม้ในนโยบายรัฐบาลไม่ได้เขียนไว้ แต่ต้องทำให้ได้เพราะเป็นภาคบังคับ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 258 การปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา (3) ทุกประการ

รายละเอียดข้อความเขียนไว้อย่างไร คณะทำงานด้านการศึกษาของรัฐมนตรีทั้งสองกระทรวงกลับไปเปิดอ่านดูได้ โดยพลัน ทันที