หน้าแรก บทความ วาระสุดท้ายขอ...

วาระสุดท้ายของวอยาจเจอร์ : ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์

3.05.26 | 12:00 น.
(ภาพ-NASA)

วาระสุดท้ายของวอยาจเจอร์

วอยาจเจอร์ คือยานหุ่นยนต์เพื่อการสำรวจอวกาศที่คุ้มค่าที่สุดเท่าที่องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ (นาซา) ของสหรัฐอเมริกาเคยส่งขึ้นสู่ห้วงอวกาศ

เป็นระยะเวลาเกือบ 49 ปีเต็มแล้วที่ยานวอยาจเจอร์ 1 ทะยานผ่านห้วงอวกาศไกลออกไปจากโลกมากขึ้นเรื่อยๆ ในขณะเดียวกันก็ยังส่งข้อมูลกลับมายังทีมวิจัยของนาซาอยู่ตลอดเวลา หน้าที่สำคัญอย่างหนึ่งของวอยาจเจอร์ 1 ก็คือนำสิ่งที่ถูกเรียกว่า “ความมั่งคั่งทางวัฒนธรรม” ของโลกออกไปสู่ห้วงอวกาศ

วอยาจเจอร์ 1 ออกเดินทางจากแหลมฟลอริดา เมื่อวันที่ 5 กันยายน 1977 หลังจากนั้นนาซาก็ปล่อยยาน “คู่แฝด”อีกลำคือ วอยาจเจอร์ 2 จนถึงขณะนี้ยานทั้งสองลำกำลังเข้าสู่ภาวะสุดท้ายของการปฏิบัติการเข้าไปทุกทีแล้ว

ในเวลานี้ วอยาจเจอร์ 1 อยู่ห่างออกไปจากโลกกว่า 15,000 ล้านไมล์ อยู่นอกเขตที่จะได้รับอิทธิพลของแรงโน้มถ่วงของระบบสุริยะไปแล้ว และกำลังเข้าสู่ขั้นตอนสุดท้ายของภารกิจ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว วอยาจเจอร์ 1 สูญเสียการทำหน้าที่ของอุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์ไปอีกตัว และนาซาก็ประกาศว่าจะปิดการใช้พลังงานของอุปกรณ์ 1 ใน 3 อุปกรณ์ที่เหลืออยู่เพื่อรักษาพลังงานของยานเอาไว้ แต่ข้อเท็จจริงที่ว่า ทั้งวอยาจเจอร์ 1 และ 2 ยังคงอยู่มาได้จนถึงตอนนี้แถมยังส่งข้อมูลที่ไม่เคยได้รับจากที่ไหนมาก่อนมายังบรรดาวิศวกรของห้องปฏิบัติการทดลอง เจ็ต โพรพัลชั่น ในเซาเทิร์น แคลิฟอร์เนียมาได้ตลอดเกือบครึ่งศตวรรษ ที่ผ่านมาก็ถือเป็นเรื่องมหัศจรรย์แล้ว เพราะในตอนแรกนั้น ยานทั้งสองลำถูกออกแบบมาเพื่อให้ใช้งานได้เพียงแค่ 5 ปีเท่านั้นเอง

Advertisement

ราล์ฟ แม็คนัท นักวิทยาศาสตร์อวกาศของมหาวิทยาลัยจอห์น ฮอปกินส์ เปิดเผยเมื่อปี 2024 ว่า มีความพยายามล็อบบี้ให้นาซาปล่อยให้ยานทั้งสองลำปฏิบัติภารกิจต่อไปจนกระทั่งครบ 50 ปี ในปี 2027 ที่จะถึงนี้

ยานสำรวจอวกาศทั้งสองลำ นอกจากจะสร้างขึ้นมาเป็นคู่แฝดกันแล้ว เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ที่นำขึ้นไปสู่ห้วงอวกาศก็เหมือนกันแทบจะทุกอย่าง ยานแต่ละลำถูกกำหนดให้ดำเนินการทดลองทางวิทยาศาสตร์ 11 ชุด ที่ออกแบบมาเพื่อใช้ประโยชน์จากระยะไกลถึงสุดขอบระบบสุริยะของมัน หนึ่งในจำนวนนั้นคือการศึกษาการเรียงตัวอยู่ในแถวเดียวกันของดาวเคราะห์ทั้งหมดของระบบสุริยะจักรวาล ข้อมูลและองค์ประกอบของดาวเสาร์, ดาวพฤหัสบดี, เาวเนปจูนและยูเรนัส รวมทั้งข้อมูลเท่าที่ได้จากการศึกษาดวงจันทร์บริวารของดาวเหล่านี้ด้วย

ยานทั้งสองลำประสบความสำเร็จในการทำตามภารกิจที่ถูกมอบหมาย ส่งข้อมูลเกี่ยวกับดาวและอวกาศในจุดที่มนุษย์ไม่เคยไปถึงมาก่อนกลับมายังโลกอย่างต่อเนื่อง โดยสามารถจัดการภารกิจทั้งหมดสำเร็จได้ในปี 1990 แต่ยังคงถูกปล่อยให้เดินทางต่อไป ลุถึงจุดที่พายุสุริยะไปไม่ถึง และหลุดพ้นจากแรงดึงดูดของดาวเคราะห์ใดๆ ในระบบสุริยะ

วอยาจเจอร์ ไม่มีแผงพลังงานแสดงอาทิตย์ดังนั้นพลังงานที่ใช้ทั้งหมดจึงมาจากแหล่งเดียวนั่นคือเม็ดกัมมันตภาพรังสี พลูโตเนียม -238 ขนาดเล็ก ที่ค่อยๆ สลายตัวและให้พลังงานออกมา เมื่อพลังงานจากแหล่งพลังงานค่อยๆ ลดน้อยลง จึงจำเป็นต้องมีการปิดการทำงานของเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ อุปกรณ์แรกที่ถูกลดการใช้พลังงานลงก็คือ โฟโตโพลาริมิเตอร์ ซึ่งเป็นกล้องโทรทรรศน์ขนาดเล็กที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้วัดระยะห่างระหว่างดาวเคราะห์และการกระจายตัวของแสงอาทิตย์เมื่อผ่านชั้นบรรยากาศของดาวพฤหัสบดี ดาวเสาร์ และวงแหวนของดาวเสาร์ ซึ่งเป็นข้อมูลเกี่ยวกับคุณสมบัติของอนุภาคของสสารในบริเวณนั้นๆ

ล่าสุด วิศวกรของนาซาตัดสินใจปิดการทำงานของกล้องโทรทรรศน์อนุภาคพลังงานต่ำบนวอยาจเจอร์ 1 ไปพร้อมกับเครื่องวิเคราะห์อนุภาคแม่เหล็กพลังงานต่ำ โดยอุปกรณ์แบบเดียวกันของคู่แฝดวอยาจเจอร์ 2 ถูกปิดการใช้งานไปเมื่อเดือนมีนาคมปีที่ผ่านมา

เมื่อพลังงานของยานทั้งสองลำถูกปิดลง ฝาแฝดวอยาเจอร์จะเดินทางต่อไปโดยอาศัยการกำหนดเส้นทางจากทางภาคพื้นดินซึ่งอาศัยเครือข่ายกล้องโทรทรรศน์อวกาศจำนวนมากกวาดไปยังห้วงลึกของจักรวาลตั้งแต่ หอสังเกตการณ์ วีรา ซี. รูบิน ออบเซอร์เวทอรี ในชิลี ที่สามารถตรวจสอบพบดาวเคราะห์น้อยใหม่ๆ มาแล้วมากถึง 11,000 ดวง รวมถึงกล้องโทรทรรศน์อวกาศ เจมส์เว็บบ์ของนาซาซึ่งส่งขึ้นสู่ห้วงอวกาศเมื่อปี 2021 และฮับเบิล สเปซ เทเลสโคป ที่ส่งขึ้นไปเมื่อปี 1990

และในเดือนกันยายนปีนี้ นาซาเตรียมเแผนส่ง แนนซี เกรซ โรมัน สเปซ เทเลสโตปขึ้นสู่ห้วงอวกาศอีกด้วย