หน้าแรก บทความ ฮันตาไวรัส

ฮันตาไวรัส

10.05.26 | 13:43 น.
ฮันตาไวรัส คือไวรัสชนิดใหม่ที่กำลังกลายเป็นภัยคุกคาม
pixabay

ฮันตาไวรัส คือไวรัสชนิดใหม่ที่กำลังกลายเป็นภัยคุกคามในระดับนานาชาติ หลังได้รับการยืนยันว่าเกิดการแพร่ระบาดขึ้นในเรือสำราญท่องมหาสมุทรลำหนึ่งในมหาสมุทรแอตแลนติก โดยมี 7 รายที่ล้มป่วยลงหลังจากติดเชื้อไวรัสชนิดนี้ 2 ราย ในจำนวนนี้ได้รับการยืนยันแล้วว่าเป็นการติดเชื้อฮันตา แต่ยังมีอีก 5 รายต้องสงสัยว่าจะเป็นกรณีเดียวกัน


ที่สำคัญก็คือ ในจำนวนผู้ที่ติดเชื้อทั้งหมด 7 รายนี้มีเสียชีวิตไปแล้ว 3 ราย อีกรายจำเป็นต้องรักษาตัวอยู่ในห้องผู้ป่วยวิกฤต องค์การอนามัยโลกแถลงเมื่อ 4 พฤษภาคมว่า หนึ่งรายที่เสียชีวิตไปได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการแล้วว่าเป็นการติดเชื้อฮันตาไวรัส รวมทั้งผู้ป่วยที่รักษาตัวอยู่ในห้องผู้ป่วยวิกฤต ส่วนที่เหลือมี 3 รายที่แสดงอาการเบาๆ หรือยังเป็นอาการเริ่มต้นอยู่ในขณะนี้

ฮันตาไวรัสเป็นไวรัสตระกูลหนึ่งซึ่งปกติแล้วจะมีหนูเป็นพาหะ ในขณะที่คนสามารถติดเชื้อได้จากสัมผัสเข้ากับปัสสาวะ อุจจาระ หรือน้ำลายของสัตว์ติดเชื้อ หรือในกรณีหายากที่ถูกสัตว์ติดเชื้อกัด ฮันตาไวรัสชนิดหนึ่งที่เรียกว่า แอนเดส ไวรัส มีความสามารถในการระบาดจากคนสู่คนได้ แม้ว่าจะพบกรณีเช่นนี้ได้ยากมากก็ตาม ส่วนชนิดของไวรัสที่ระบาดอยู่ในเรือสำราญ ยังไม่มีการเปิดเผยอย่างเป็นทางการในเวลานี้

ฮันตาไวรัสสามารถก่อโรคร้ายแรงได้ 2 ชนิด คือ โรคปอดติดเชื้อจากไวรัสฮันตา หรือ hantavirus pulmonary syndrome (เอชพีเอส) และ โรคไข้เลือดออกกับเรนัล ซินโดรม hemorrhagic fever with renal syndrome (เอชเอฟอาร์เอส) อาการแรกมีระยะเพาะตัวถึง 8 สัปดาห์ เริ่มต้นด้วยอาการไข้ หนาวสั่น เหนื่อยอ่อน จากนั้นก็จะลุกลามรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เกิดปัญหาอวัยวะภายในไม่ทำงาน มีปัญหาในระบบช่องทางเดินหายใจ ส่วนอาการหลังใช้ระยะฟักตัวราว 2 ถึง 4 สัปดาห์ มีอาการไข้ ปวดหัวเกิดปัญหาในระบบทางเดินอาหารและย่อยอาหาร ไตไม่ทำงาน และในบางกรณีเกิดอาการตกเลือดภายใน

Advertisement

เอชพีเอสร้ายแรงกว่าเอชเอฟอาร์เอส เพราะมีอัตราการเสียชีวิตสูงถึง 38 เปอร์เซ็นต์ โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ป่วยที่แสดงอาการในระบบทางเดินหายใจ ส่วนเอชเอฟอาร์เอสไม่ค่อยปรากฏว่าเสียชีวิต อัตราการเสียชีวิตของโรคนี้แตกต่างกันออกไประหว่าง 1 เปอร์เซ็นต์ ถึง 5 เปอร์เซ็นต์ ขึ้นอยู่กับชนิดของฮันตาไวรัสที่ได้รับ

ประเด็นที่น่าสนใจของไวรัสนี้ก็คือ จนถึงขณะนี้ในทางการแพทย์ยังคงจำเป็นต้องให้การรักษาตามอาการเท่านั้น ยังไม่มียาเฉพาะสำหรับรักษาผู้ติดเชื้อไวรัสนี้เป็นการเฉพาะ รวมทั้งวัคซีน แต่ตามคำประกาศขององค์การอนามัยโลก หากผู้ป่วยได้รับการดูแลตั้งแต่แรกและมีการโยกย้ายเข้ารับการักษาในไอซียูโดยเร็ว โอกาสรอดชีวิตก็จะมีสูง

เรือสำราญที่เกิดเหตุแพร่ระบาดคือเรือ เอ็มวี มอนเดียสดำเนินงานโดยบริษัท โอเชียนไวด์เอ็กซ์เพดดิชัน ซึ่งให้บริการท่องเที่ยวไปตามท้องทะเลห่างไกล อาทิ บริเวณขั้วโลกเหนือและขั้วโลกใต้ เรือออกเดินทางจากเมืองอูชูเอียในอาร์เจนตินาเมื่อ 1 เมษายน มีคนบนเรือทั้งหมด 147 คน เป็นผู้โดยสาร88 คน ลูกเรืออีก 59 คน โดยล่องเรือไปบนท้องทะเลในมหาสมุทรแอตแลนติกตอนใต้ แวะจอดที่เกาะแอนตาร์กติกา, เซาท์ จอร์เจีย, เกาะไนติงเกล, เกาะทริสตัน ดา คุณญ่า เกาะเซนต์เฮเลนา และอาเซนซิโอน ปัจจุบันเรือลอยลำอยู่นอกชายฝั่งประเทศ เคป เวอร์เด

องค์การอนามัยโลกตั้งข้อสังเกตว่า รายละเอียดเกี่ยวกับการที่ผู้โดยสารจะไปสัมผัสหรือติดเชื้อมาจากจุดแวะจอด หรือก่อนออกเดินทางหรือไม่ ยังไม่สามารถระบุชี้ขาดได้ และระบุว่า ได้รับคำตอบว่าบนเรือไม่ปรากฏว่ามีหนูแต่อย่างใด

รายละเอียดระบุว่า 6 เมษายน ผู้ป่วยรายแรกเริ่มแสดงอาการไข้ ปวดหัว และท้องร่วง หลังจากนั้นเพียง 5 วันก็เสียชีวิตจากการติดเชื้่อในระบบทางเดินหายใจ สาเหตุการเสียชีวิตยังไม่สามารถระบุแน่ชัด และในกรณีนี้ไม่มีการทดสอบในห้องปฏิบัติการทดลองใดๆ แต่อย่างใด

24 เมษายน ผู้เสียชีวิตและภรรยา ซึ่งเป็นคู่สามีภรรยาชาวดัตช์ ถูกส่งตัวขึ้นบนที่เกาะเซนต์เฮเลนา เพื่อรอการเดินทางกลับเนเธอร์แลนด์ ผู้เป็นภรรยาแสดงอาการในช่องท้องในขณะนั้น วันต่อมาถูกส่งตัวทางเครื่องบินไปยังนครโยฮันเนสเบิร์ก ประเทศแอฟริกาใต้ แต่อาการเลวร้ายลงและเสียชีวิตเมื่อมาถึงห้องฉุกเฉิน พอถึง 4 พฤษภาคม กรณีนี้ก็ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการว่าเป็นการติดเชื้อฮันตาไวรัสโดยห้องแล็บ องค์การอนามัยโลกตั้งข้อสังเกตว่า ผู้โดยสารทั้งสองรายนี้เดินทางไปหลายประเทศในอเมริกาใต้ รวมทั้งอาร์เจนตินาก่อนหน้าที่จะขึ้นโดยสารเรือ เอ็มวี มอนเดียส

พอถึง 24 เมษายน ผู้โดยสารบนเรืออีกคนก็ล้มป่วย มีอาการไข้ หายใจหอบและมีอาการนิวมอเนีย ถูกโยกย้ายขึ้นเกาะอะเซนซิโอน ของแอฟริกาใต้เพื่อรักษาตัว ต่อด้วยผู้โดยสารอีกรายชาวอังกฤษถูกส่งเข้ารับการรักษาในหอผู้ป่วยวิกฤตที่โยฮันเนสเบิร์ก และอาการหนักแต่ทรงตัวแล้ว ผู้ป่วยรายนี้ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการว่าติดเชื้อฮันตาไวรัส

พอถึง 2 พฤษภาคม ผู้โดยสารอีกรายบนเรือ เอ็มวี มแนดียส เสียชีวิตลง หลังจากแสดงอาการไข้เมื่อ 28 เมษายน แต่อาการเลวร้ายลง แสดงอาการนิวมอเนียจนเสียชีวิตในที่สุด

หลังจากนั้นมีการตรวจพบผู้ป่วยบนเรืออีก 3 คนรวด มาเรีย ฟาน เคอร์คอฟ รักษาการ ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก ด้านการเตรียมการรับมือและป้องกันโรคระบาดใหญ่หรือโรคระบาด ออกแถลงการณ์เมื่อ 4 พฤษภาคม ยอมรับว่ากำลังจับตามองกรณีการแพร่ระบาดครั้งอยู่อย่างใกล้ชิด แต่องค์การอนามัยโลกยังคงยืนยันว่า การคุกคามของฮันตาไวรัสต่อสาธารณชนโดยรวมยังถือว่าอยู่ในระดับต่ำเวลานี้