หน้าแรก บทความ ทุนมนุษย์-การ...

ทุนมนุษย์-การศึกษาเท่าเทียม

27.05.26 | 13:26 น.
ทุนมนุษย์-การศึกษาเท่าเทียม คณะรัฐมนตรี อนุทิน 2 มีมติยืนยัน

คณะรัฐมนตรี อนุทิน 2 มีมติยืนยันร่างกฎหมายที่ค้างอยู่ในรัฐสภาจากเหตุยุบสภา ให้รัฐสภานำขึ้นมาพิจารณาต่อกว่า 30 ฉบับ

ในจำนวนนั้นเป็นร่างพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา 3 ฉบับ ได้แก่ ร่าง พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี พ.ศ. … ของกระทรวงการอุดมศึกษาฯ ร่าง พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ฉบับที่…) พ.ศ. … และร่าง พ.ร.บ.สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา (ฉบับที่…)

ไม่ปรากฏว่ามีร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ 6 ฉบับที่ค้างอยู่เช่นกันรวมอยู่ด้วย อีกทั้งร่างกฎหมายที่เสนอโดยพรรคภูมิใจไทย นำโดย นายอนุทิน ชาญวีรกูลหัวหน้าพรรค ชื่อว่า ร่าง พ.ร.บ.การศึกษาเท่าเทียม

นั่นยอมหมายความว่า ทั้งพรรคการเมือง คณะรัฐมนตรี และประชาชน ถ้าต้องการเสนอกฎหมายการศึกษา จะต้องนำเสนอใหม่หมด

ที่ผมนำเรื่องนี้ขึ้นมาชวนคุย เหตุเพราะว่ากระทรวงศึกษาธิการกำลังขับเคลื่อน ระดมความเห็นเพื่อยกร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ ขณะที่พรรคเพื่อไทยมีแนวคิดยกร่าง พ.ร.บ.ทุนมนุษย์ (Human Capital Super Board)

Advertisement

ร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติกับร่าง พ.ร.บ.ทุนมนุษย์ จะหลอมรวมเป็นฉบับเดียวกัน หรือเป็นคนละฉบับแยกจากกัน ยังเป็นความคลุมเครือ รอการคลี่คลายอยู่ขณะนี้

กระบวนการยกร่าง พ.ร.บ.ทุนมนุษย์ คงเป็นไปในทำนองเดียวกันกับ พ.ร.บ.การศึกษาเท่าเทียม ที่ผ่านมา

คือให้สภาการศึกษาเป็นคณะทำงานหลักยกร่างและรับฟังความเห็น ซึ่งต้องใช้เวลาอีกไม่น้อย

กระทรวงศึกษาธิการในฐานะเจ้าภาพต้องนำเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี รับรองเป็นกฎหมายของรัฐบาล เพื่อเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาต่อไป

ขณะเดียวกัน ถ้า ส.ส.ที่เคยเสนอร่าง พ.ร.บ.การศึกษาฉบับต่างๆ ไว้แล้ว ตัดสินใจเดินหน้าต่อ ร่าง พ.ร.บ.เหล่านั้นจะเป็นร่างประกบกับร่างของรัฐบาลทันที

โดยเฉพาะร่าง พ.ร.บ.การศึกษาเท่าเทียมของพรรคภูมิใจไทย จะเป็นกฎหมายคู่เทียบกับร่าง พ.ร.บ.ทุนมนุษย์ของกระทรวงศึกษาธิการโดยพรรคเพื่อไทย อย่างน่าติดตาม

หลักการและเนื้อหา ร่างพระราชบัญญัติการศึกษาเท่าเทียม เป็นอย่างไร

เป็นดังนี้ เหตุผล โดยที่ปัจจุบันการจัดการศึกษาทั้งการศึกษาขั้นพื้นฐานและการศึกษาระดับอุดมศึกษา ยังมีความเหลื่อมล้ำไม่เท่าเทียมกันระหว่างการเรียนการสอนในเขตชนบทและเขตเมือง ผู้เรียนในเขตชนบทจะขาดแคลนทั้งครูที่มีคุณภาพ สถานที่ อุปกรณ์การเรียนการสอน ทำให้ผู้เรียนในชนบทไม่สามารถแข่งขันกับผู้เรียนในเขตเมืองได้ ขณะเดียวกันก็ทำให้ประเทศไทยขาดแคลนบุคลากรเพราะเหตุแห่งความไม่เท่าเทียมกัน การทำให้ผู้เรียนสามารถเรียนได้ทุกที่และทุกเวลาจึงเป็นเรื่องสำคัญซึ่งจะต้องดำเนินการผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศทั้งในระดับสถานศึกษาและกระทรวงที่รับผิดชอบ ทำให้ผู้เรียนในทุกระดับพัฒนาตนเองไปเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพของประเทศ อันจะนำไปสู่ความก้าวหน้าของประเทศในอนาคต

สาระสำคัญ

1.กำหนดให้การจัดการศึกษาทั้งในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัยไม่ว่าจะเป็นระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานหรือการศึกษาระดับอุดมศึกษาต้องเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและทั่วถึง โดยประชาชนจะต้องมีความเสมอภาคในการเข้าถึงการศึกษาอย่างเท่าเทียมกันไม่ว่าประชาชนจะอาศัยในเขตเมืองหรือชนบท (ร่างมาตรา 5)

2.กำหนดให้สถานศึกษาสามารถจัดการศึกษาผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือโดยวิธีการอื่นใดนอกสถานศึกษาได้ (ร่างมาตรา 7)

3.กำหนดให้กระทรวงมีอำนาจ ดังต่อไปนี้
3.1 จัดการศึกษาผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศทั้งการศึกษาขั้นพื้นฐานและการศึกษาอุดมศึกษา
3.2 จัดตั้งและบริหารธนาคารหน่วยกิต
3.3 จัดตั้งและบริหารระบบการสอบเทียบ
3.4 จัดทำและบริหารแพลตฟอร์มการเรียนออนไลน์ เพื่อให้ผู้เรียนมีความเท่าเทียมในการศึกษา
3.5 ให้ปริญญาบัตร ประกาศนียบัตร หรือวุฒิบัตรแก่บุคคลผู้จบการศึกษาผ่านระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ
3.6 ดูแลและบริหารการเทียบโอนหน่วยกิตและผลการศึกษาทั้งในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานและอุดมศึกษา
3.7 จัดให้มีการรับรองและให้วุฒิบัตรทักษะ
3.8 จัดให้มีแฟ้มสะสมผลการเรียน (ร่างมาตรา 8)

เมื่อกระทรวงดำเนินการตามมาตรา 8 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ให้กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดตั้งสถาบันการศึกษาเท่าเทียม เป็นหน่วยงานของรัฐ มีฐานะเป็นนิติบุคคลและเป็นองค์การมหาชน โดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกา

ครับ พ.ร.บ.การศึกษาเท่าเทียมเกี่ยวข้องสองกระทรวงเป็นหลัก คือกระทรวงศึกษาธิการกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม

พ.ร.บ.ทุนมนุษย์ขยายกรอบกว้างออกไปถึงกระทรวงแรงงาน กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์

กฎหมายสองฉบับจากสองพรรคใหญ่ ผลัดกันคุมกระทรวงการศึกษา จะมีจุดจบพบกันอย่างไร

นอกจากน่าติดตามว่าจะใช้เวลาทำคลอดยาวนานกี่ปีแล้ว

จะเป็นภาพสะท้อนความเป็นจริงว่า ระหว่างการศึกษานำการเมือง กับ การเมืองนำการศึกษา อะไรนำอะไร

ถ้าการศึกษานำการเมือง คงจบลงด้วยดี แต่ถ้าการเมืองนำการศึกษา มีหวังยุ่งเหยิง จบยาก ไม่แพ้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

คำประกาศของรัฐมนตรีศึกษาธิการที่ว่า การบริหารจัดการการศึกษาต่อไปนี้จะเป็นระบบใหม่ การศึกษาแยกจากการเมืองเด็ดขาด เป็นจริงหรือไม่รอติดตาม