หน้าแรก บทความ วันวิสาขบูชา ...

วันวิสาขบูชา วันสำคัญสากลของโลก

30.05.26 | 09:27 น.

วันวิสาขบูชา
วันสำคัญสากลของโลก

คำว่า วิสาขบูชา เป็นชื่อของพิธีบูชา และการทำบุญในพระพุทธศาสนาอย่างหนึ่ง ซึ่งปรารภ วันประสูติ, วันตรัสรู้ และวันปรินิพพาน ของพระพุทธเจ้าเป็นเหตุ

คำว่า วิสาขบูชา เป็นคำเรียกสั้น ที่ตัดมาจากคำภาษาบาลีว่า วิสาขปุณณมีปูชา บางทีก็เขียนเป็น วิศาขบูชา ซึ่งเป็นรูปที่ตัดมาจากคำภาษาสันสกฤตว่า วิศาขปุรณมีปูชา แปลว่า การบูชาในวันเพ็ญเดือน ๖

วันเพ็ญเดือน ๖ นี้ เป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาวันหนึ่งในรอบปี เพราะเป็นวันที่พระพุทธเจ้าประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน เหตุการณ์ทั้งสามร่วมกันในวันนี้ เป็นมหัศจรรย์

บรรดาวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา ประเภทรำลึกถึงเหตุการณ์และบุคคลสำคัญในอดีต วันวิสาขบูชานับว่าเป็นวันสำคัญที่สุด ทั้งในแง่ที่เป็นวันเก่าแก่ มีมาแต่โบราณ และในแง่ที่เป็นสากล คือ เป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง มีการจัดงานฉลองกันทั่วไปในประเทศทั้งหลายที่นับถือพระพุทธศาสนา

Advertisement

ว่าถึงเฉพาะในประเทศไทย การจัดงานฉลองวันวิสาขบูชา คงจะได้มีมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย โดยอาจจะสืบมาจากการติดต่อกับลังกาทวีป ที่มีงานวิสาขบูชามานานแล้ว และหนังสือเรื่องนางนพมาศก็เล่าเรื่องพิธีวันวิสาขบูชาในกรุงสุโขทัยไว้ด้วย

ในสมัยอยุธยา ก็เข้าใจว่ามีการฉลองใหญ่ ทั้งงานหลวงงานราษฎร์ ตลอด 3 วัน 3 คืน ครั้นกรุงแตกแล้ว ประเพณีจึงเสื่อมทรามไป จนมีการฟื้นฟูขึ้นใหม่ในรัชกาลที่ 2 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ โดยมีพระราชโองการ เมื่อ จ.ศ.1179 (พ.ศ.2360) กำหนดให้มีงานสมโภชประจำปีเป็นการใหญ่ยิ่งกว่างานใดๆ อื่น (ประมาณ พ.ศ.420 ตามคัมภีร์มหาวงส์ พงศาวดารลังกา เล่าไว้)

ความในพระราชกำหนดพิธีวิสาขบูชา จ.ศ.1179 ว่า ทรงมีพระทัยปรารถนาจะบำเพ็ญพระราชกุศลให้มีผลวิเศษยิ่งกว่าที่ได้ทรงกระทำมา จึงมีพระราชปุจฉาถามคณะสงฆ์ มีสมเด็จพระสังฆราช (มี) เป็นประธาน ซึ่งได้ถวายพระพรถึงโบราณราชประเพณีงานวิสาขบูชา ดังสมัยพระเจ้าภาติกราช แห่งลังกาทวีป เป็นเหตุให้ทรงมีพระราชโองการกำหนดวันพิธีวิสาขบูชานักขัตฤกษ์ใหญ่ ครั้งละ 3 วัน สืบมา

อย่างไรก็ตาม ครั้นกาลล่วงนานมา สภาพสังคมเปลี่ยนแปลงไป งานวันวิสาขบูชาก็ค่อยซบเซาลงอีกโดยลำดับ

ในรัชกาลที่ 4 คือ ประมาณ 100 ปีเศษล่วงแล้ว เมื่อประชาชนยังยึดมั่นในประเพณีดีอยู่ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระราชดำริถึงความสำคัญของการประชุมใหญ่ แห่งพระมหาสาวกของพระพุทธเจ้า ที่เรียกว่า จาตุรงคสันนิบาต จึงได้ทรงจัดงานวันมาฆบูชาขึ้นเป็นครั้งแรก ทำให้มีวันสำคัญทางพระพุทธศาสนาเพิ่มขึ้นอีกวันหนึ่ง

เวลาล่วงมาอีกนาน จนถึง พ.ศ.2500 มีการจัดงานฉลอง 25 พุทธศตวรรษ เป็นงานสมโภชครั้งยิ่งใหญ่

หลังเสร็จงานแล้ว คณะสงฆ์ไทยครั้งนั้น ได้ประชุมกันมีมติว่า วันเพ็ญเดือน 8 ที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงปฐมเทศนาโปรดพระเบญจวัคคีย์ เป็นวันที่สำคัญมาก เพราะเป็นการประดิษฐานพระพุทธศาสนา สมควรจัดขึ้นเป็นวันสำคัญที่มีการเฉลิมฉลองเป็นพุทธบูชาอีกวันหนึ่ง วันอาสาฬหบูชาจึงได้เกิดมีขึ้น ตั้งแต่ พ.ศ.2501 เป็นต้นมา

นอกจากนี้ ยังมีวันสำคัญประเภทบูชาอีกวันหนึ่ง คือ วันอัฏฐมีบูชา ตรงกับแรม 8 ค่ำ เดือน 6 เป็นวันที่ระลึกงานถวายพระเพลิงพระบรมสรีระของพระพุทธเจ้า

วันอัฏฐมีบูชานี้ แม้ว่าคงจะได้มีมาแต่โบราณ ใกล้เคียงกับวันวิสาขบูชา แต่ไม่มีประวัติเด่นชัด ทั้งไม่เป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวาง และในปัจจุบันก็ไม่จัดเข้าเป็นวันสำคัญในทางราชการ จึงไม่จำต้องนำมาเปรียบเทียบด้วย

ส่วนในวงการพระพุทธศาสนาระหว่างประเทศ วันสำคัญที่รู้จักกันทั่วไป มีเพียงวันเดียว คือ วันวิสาขบูชา

แม้ว่าการคำนวณวันเวลาจะแตกต่างกัน และเรียกชื่อวันแตกต่างกันไปบ้าง เช่น ประเทศพุทธศาสนาในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จัดงานตามปฏิทินจันทรคติ ในวันเพ็ญเดือน 6 แต่ชาวพุทธญี่ปุ่นจัดงานฉลองวันประสูติพระพุทธเจ้าตามปฏิทินสุริยคติ ในวันที่ 8 เมษายน คนไทยเรียกวิสาขบูชา คนลังกาเรียกเพี้ยนไปว่าวีสัค หรือวีซัค (Vesak หรือ Wesak) ดังนี้เป็นต้น แต่สาระสำคัญของงานก็คงเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

ปัจจุบัน ในวงการพระพุทธศาสนาระหว่างประเทศ ได้มีการพยายามชักชวนให้ชาวพุทธทุกประเทศจัดงานวันวิสาขบูชา พร้อมตรงในวันเดียวกัน คือ ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 และเรียกชื่อวันนั้นว่า “The Buddha Day”

วันวิสาขบูชา เป็นวันที่ระลึกการประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพานของพระพุทธเจ้า เป็นวันที่เกี่ยวข้องกับพระบรมศาสดา ผู้ทรงประดิษฐานพระพุทธศาสนาโดยตรง เมื่อมีวันวิสาขบูชาแล้ว จึงมีวันอาสาฬหบูชาและมาฆบูชา เป็นต้นได้

เจ้าชายสิทธัตถะประสูติแล้ว มีพระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นแล้ว เหตุการณ์อื่นๆ เช่น การแสดงธรรม และการประชุมพระสาวก จึงติดตามมา แม้พิจารณาในแง่นี้ ก็ต้องนับว่าวันวิสาขบูชาสำคัญที่สุด

การประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพานของพระพุทธเจ้า ปรากฏขึ้นตรงในวันเดียวกัน คือ วันเพ็ญเดือน 6 เป็นความประจวบพอดี ที่หาได้ยากยิ่งนัก หรืออาจจะหาไม่ได้อีกเลย นับว่าเป็นเรื่องน่าอัศจรรย์ ทำให้วันวิสาขบูชา เป็นวันที่ระลึกถึงเหตุการณ์สำคัญที่สุดทั้ง 3 อย่างที่เกี่ยวข้องกับองค์พระพุทธเจ้า ทั้งวันที่พระองค์อุบัติเป็นมนุษย์ ทั้งวันที่อุบัติเป็นพระพุทธเจ้า และวันที่สิ้นสุดพระชนม์ชีพ

วันวิสาขบูชา จึงมิใช่แต่เพียงเป็นวันที่สำคัญอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังเป็นวันที่น่าอัศจรรย์อีกด้วย และความมหัศจรรย์ข้อนี้ จัดได้ว่า เป็นส่วนประกอบอย่างหนึ่ง แห่งความเป็นอัจฉริยบุรุษของพระพุทธองค์

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ในวันวิสาขบูชานี้ แม้ว่าจะสำคัญและน่าอัศจรรย์เพียงใด ก็เป็นคุณวิเศษจำเพาะของพระพุทธเจ้าแต่พระองค์เดียว คุณค่าที่พุทธศาสนิกชนจะรับมาเป็นประโยชน์แก่ตนได้ ก็เพียงแต่ให้บังเกิดความภาคภูมิใจในองค์พระบรมศาสดา และเป็นเครื่องเพิ่มพูนความเลื่อมใสศรัทธาให้แน่นแฟ้น แต่ก็คงสุดวิสัยที่จะนำมาเป็นแบบอย่างสำหรับปฏิบัติตาม

ความสำคัญ และความน่าอัศจรรย์ของพระพุทธศาสนานั้น อยู่ที่เป็นสิ่งซึ่งนำมาปฏิบัติได้ ให้ผลสมจริง

เหตุการณ์ทั้ง 3 ในวันวิสาขบูชา ก็มีความสำคัญ และความน่าอัศจรรย์ในทางปฏิบัติเช่นนี้ด้วย จึงนับได้ว่า เป็นความสำคัญและความน่าอัศจรรย์ที่แท้จริง ยิ่งใหญ่กว่าความสำคัญ และความน่าอัศจรรย์อย่างที่กล่าวมาในตอนแรกเสียอีก

ความสำคัญ และความน่าอัศจรรย์เช่นว่านี้ ก็คือความสำคัญ และความน่าอัศจรรย์แห่งความหมาย ซึ่งเราทั้งหลายสามารถถือเป็นแบบอย่าง นำไปประพฤติปฏิบัติตามได้

ความประจวบพอดีกันของเหตุการณ์ทั้ง 3 ในวันวิสาขบูชา มีความสำคัญและความน่าอัศจรรย์ โดยทำให้เราเกิดความภาคภูมิใจและความเลื่อมใสศรัทธา แล้วกระทำอามิสบูชาต่อพระรัตนตรัย

แต่ความหมายอันลึกซึ้งที่ประสานกันของเหตุการณ์ทั้งสามนั้น มีความสำคัญและความน่าอัศจรรย์ โดยเป็นอนุสติเตือนใจให้เราระลึกถึงหลักธรรมแล้วกระทำปฏิบัติบูชา

พระพุทธเจ้าตรัสสอนว่า อามิสบูชา คือ การบูชาด้วยสิ่งของ เช่น ดอกไม้ ธูปเทียน และอาหาร แม้จะสำคัญ ก็ยังเป็นรอง ปฏิบัติบูชา คือ การบูชาด้วยการปฏิบัติธรรม จึงจะสูงสุด และสำคัญอย่างแท้จริง เป็นประโยชน์ยิ่งใหญ่ ทั้งแก่ตัวผู้ปฏิบัติเอง ทั้งแก่สันติสุขของพหูชน และเป็นเครื่องสืบต่ออายุพระพุทธศาสนาที่มั่นคงแน่นอน

เมื่อปฏิบัติบูชามีอยู่ อามิสบูชาก็เป็นกำลังสนับสนุน และพลอยมีความสำคัญ แต่ถ้าไร้ปฏิบัติบูชา อามิสบูชาก็หมดความหมาย

ปัจจุบัน องค์การสหประชาชาติ (UN) ได้รับรองให้วันวิสาขบูชา เป็นวันสำคัญสากลของโลก (Internationally Recognized Day of Vesak) ตั้งแต่ปี พ.ศ.2542 โดยให้เหตุผลสำคัญ คือ พระพุทธศาสนาเป็นหนึ่งในศาสนาที่เก่าแก่ที่สุดในโลก และคำสอนเรื่องการไม่เบียดเบียนเพื่อนมนุษย์และสรรพสัตว์ ตลอดถึงการส่งเสริมสันติภาพและภราดรภาพ สอดคล้องกับอุดมการณ์ขององค์การสหประชาชาติอย่างยิ่ง

พระเดชพระคุณท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป. อ. ปยุตฺโต) วัดญาณเวศกวัน พระอารามหลวง ประทานเมตตาเน้นย้ำแนวคิดและคติธรรมที่ลึกซึ้งเกี่ยวกับการบูชาและการปฏิบัติตนในวันสำคัญดังกล่าว ผ่านผลงานและหนังสือธรรมะต่างๆ มี มองวิสาขบูชา หยั่งถึงอารยธรรมโลก เป็นต้น พอสรุปได้ ดังนี้

“การที่ชาวโลกยกย่องวันวิสาขบูชาเป็นวันสำคัญสากลนั้น เป็นเพราะพระพุทธศาสนามุ่งเน้น ‘เมตตาและสันติภาพ’ ที่ไม่เคยนำไปสู่สงครามศาสนา ดังนั้น การบูชาที่แท้จริง จึงไม่ใช่เพียงพิธีกรรมภายนอก แต่คือ การศึกษาและฝึกฝนตนเอง (ไตรสิกขา) ได้แก่ ศีล สมาธิ ปัญญา, การนำปัญญาไปแก้ปัญหา ใช้เหตุผลและสติในการดำเนินชีวิต ไม่ใช้ความรุนแรง และการสร้างประโยชน์สุข เริ่มต้นจากตนเอง ครอบครัว และขยายไปสู่สังคมรอบข้าง”

มหา สมชาย สมานวงศ์