EV Microbus นวัตกรรมเพื่อคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม

5.06.26 | 12:30 น.

EV Microbus นวัตกรรมเพื่อคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม

ท่ามกลางการเติบโตทางเศรษฐกิจในจังหวัดระยอง การยกระดับระบบขนส่งสาธารณะให้ตอบโจทย์ทั้งในด้านความปลอดภัย ความสะดวกสบาย และความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นับเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อน EEC หรือพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก สู่การเป็นเมืองอัจฉริยะอย่างยั่งยืน

จากโจทย์ที่ต้องการ Rethink ระบบขนส่งมวลชนในเขตเมืองที่เชื่อมต่อกับ EEC ทีมงานของ สวทช. ซึ่งประกอบด้วยทีมวิจัยของเอ็มเทค (MTEC) เอ็นเทค (ENTEC) และเนคเทค (NECTEC) ร่วมกับเครือข่ายพันธมิตร ได้ริเริ่มโครงการพัฒนารถไฟฟ้าประเภทไมโครบัส (EV Microbus) ซึ่งครอบคลุมการออกแบบโครงสร้างและระบบนิเวศการเดินทางเชิงบูรณาการเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน

ตัวรถมี 12-14 ที่นั่ง และมีขนาดเหมาะสมกับการสัญจรในเขตเมืองและตรอกซอย ทั้งยังผสานแนวคิด Universal Design ในห้องโดยสารแบบ walk-in cabin ที่มีเพดานสูงพอ เพื่อให้ผู้โดยสารเดินตัวตรงเข้าสู่ที่นั่งแบบหันหน้าไปทางเดียวกันได้โดยไม่ต้องก้ม แต่ละที่นั่งมีเข็มขัดนิรภัย ลักษณะเช่นนี้ตอบโจทย์การใช้งานของผู้สูงอายุ สตรีมีครรภ์ และผู้มีสัมภาระ

ด้านความปลอดภัย ทีมวิจัยได้นำโครงสร้างแบบ Space Frame มาประยุกต์เพื่อสร้าง กล่องนิรภัย (survival box) โอบล้อมห้องโดยสาร โครงสร้างจึงมีความแข็งแรงและปลอดภัยสูงกว่ารถโดยสารดัดแปลงทั่วไป รวมทั้งยังยึดชุดแพคแบตเตอรี่ให้รองรับมาตรฐาน R100

Advertisement

ทั้งนี้ยังได้ลดน้ำหนักโดยรวมของตัวรถ โดยใช้การจำลองและวิเคราะห์ความแข็งแรงโดยใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ช่วยในการออกแบบทางวิศวกรรม (CAE) ควบคู่กับการทดสอบเชิงกลสำหรับวัสดุโครงสร้าง ซึ่งจะช่วยลดความเสียหายที่เกิดขึ้นกับพื้นที่ปลอดภัยของผู้โดยสารในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ

โครงการยังสร้างระบบนิเวศสีเขียวที่ครบวงจรภายใต้การสนับสนุนของกองทุนสิ่งแวดล้อมโลก (GEF) และองค์การพัฒนาอุตสาหกรรมแห่งสหประชาชาติ (UNIDO) โดยตั้งเป้าการลดคาร์บอนไดออกไซด์สะสมมากกว่า 20,000 tCO2eq ตลอดระยะเวลาดำเนินงาน 5 ปี พร้อมร่วมมือกับองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจกในการประเมินลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ โดยใช้ข้อมูลจาก CME Data box ของ สวทช. ซึ่งติดตั้งในรถเพื่อคำนวณการประหยัดพลังงานและการลดไอเสีย

การจัดการแบตเตอรี่จะดำเนินการตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยนำแบตเตอรี่ที่ใช้แล้วมาพัฒนาเป็นระบบกักเก็บพลังงานสำหรับสถานีชาร์จประจุไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ทั้งนี้รถสามารถวิ่งได้ 100 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง และรองรับระบบ DC Fast Charge ที่ใช้เวลาเพียง 30 นาที

โครงการยังมีเป้าหมายในการใช้ชิ้นส่วนในประเทศมากกว่า 50% เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมการผลิตของไทยในการเปลี่ยนผ่านไปสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าอีกด้วย

โครงการ EV Microbus เป็นต้นแบบหนึ่งในการปฏิรูประบบขนส่งของประเทศ ซึ่งบูรณาการองค์ความรู้เชิงลึกทั้งด้านวิศวกรรมการออกแบบการวิเคราะห์ด้วยคอมพิวเตอร์ขั้นสูง และการทดสอบมาตรฐาน เข้ากับความใส่ใจในคุณภาพชีวิต เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ระบบขนส่งสาธารณะไทยที่ปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

สนใจติดต่อ

คุณปิยพงศ์ เปรมวรานนท์ วิศวกรอาวุโส

ทีมวิจัยวิศวกรรมน้ำหนักเบา กลุ่มวิจัยกระบวนการทางวัสดุและการผลิตอัตโนมัติ ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ

โทรศัพท์: 0-2564-6500 ต่อ 4384

ทีมวิจัยวิศวกรรมน้ำหนักเบา