กระบวนการยกร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ โดยคณะอนุกรรมการสภาการศึกษาเฉพาะกิจฯ เริ่มประชุมนัดแรกวันที่ 4 มิถุนายนที่ผ่านมา
ก็ว่ากันไปภายใต้ความคาดหวังของทุกภาคส่วนว่า การศึกษาไทยจะมีคุณภาพสูงขึ้น ความเหลื่อมล้ำ ขาดโอกาสจะลดลง
ขณะเดียวกันความเคลื่อนไหวด้านการศึกษาอีกส่วนหนึ่ง น่าติดตามอย่างใกล้ชิดไม่น้อยไปกว่ากัน เพราะเป็นปัจจัยหลักในการยกระดับการศึกษาไทยให้เป็นจริง
ปฏิรูปครู ปฏิรูปการเรียนรู้ ครับ
วันที่ 26 พฤษภาคม 2569 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบการดำเนินงาน โครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ระยะที่ 2 พ.ศ.2569-2582 ตามที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เสนอ พร้อมอนุมัติงบประมาณรวม 2,037.96 ล้านบาท เพื่อใช้ในการเพิ่มศักยภาพทักษะความเป็นครูและบริหารจัดการโครงการ
เป็นการดำเนินการต่อเนื่องจากโครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ระยะที่ 1 เพื่อผลิตครูในสาขาและพื้นที่ที่ขาดแคลนให้กับหน่วยงานผู้ใช้ครู ทั้งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และกรุงเทพมหานคร ได้อย่างมีคุณภาพ
โดยมุ่งพัฒนาครูให้มีทักษะและสมรรถนะสูง ทั้งด้านวิชาชีพครู ภาษาอังกฤษ และการใช้เทคโนโลยี ยกระดับทักษะ สมรรถนะ และความฉลาดรู้ของผู้เรียนตามแนวทางของโปรแกรมประเมินสมรรถนะนักเรียนมาตรฐานสากล (Programme for International Student Assessment : PISA)
ตั้งเป้าผลิตครูคุณภาพสูง จำนวน 16,033 คน รวม 9 รุ่น เริ่มรับนักศึกษาตั้งแต่ปีการศึกษา 2570-2578
เมื่อสำเร็จการศึกษาและผ่านเกณฑ์แล้ว จะได้รับการบรรจุให้เข้ารับราชการครูในพื้นที่ภูมิลำเนา หรือพื้นที่อื่นตามความต้องการของหน่วยงานผู้ใช้ครู โดยมีเงื่อนไขต้องไม่ขอโยกย้ายเป็นระยะ เวลา 5 ปี จะเริ่มบรรจุเข้ารับราชการครู ตั้งแต่ปี พ.ศ.2574-2582
ก่อนหน้านี้ ศ.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ให้สัมภาษณ์ว่าได้หารือกับที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ เพื่อเร่งแก้ปัญหาผลิตครูเกินความต้องการและยกระดับคุณภาพบัณฑิต โดยวางมาตรการเข้มข้น 3 ด้าน
1.คุมปริมาณด้วยข้อมูลจริง: ใช้ระบบ Dashboard เชื่อมโยงอัตราเกษียณกับการบรรจุจริง เพื่อส่งสัญญาณให้สถาบันลดการผลิตในสาขาที่ล้น และอัดฉีดงบจูงใจให้ผลิตในสาขาขาดแคลน
2.บทลงโทษหลักสูตรด้อยคุณภาพ: ใช้หลัก Shared Accountability หากหลักสูตรใดไม่ได้มาตรฐานตาม พ.ร.บ.การอุดมศึกษา พ.ศ.2562 อว. พร้อมสั่งงดรับนักศึกษาหรือยุบหลักสูตรทันที
3.เดินหน้าผลิตครูระบบปิด ครูคืนถิ่น: ดันโครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่น ระยะที่ 2 (ปี’69-82) การันตีจบมามีงานทำ 100% เน้นหลักสูตรสมรรถนะสูงและทักษะ ด้านปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ ทั้งนี้ อว.มุ่งเน้นผลิตครูที่ตลาดต้องการจริง ต้องเก่งเทคโนโลยี และมีตำแหน่งงานรองรับทันที
ติดตามโครงการผลิตครูเพื่อพัฒนาท้องถิ่นเป็นสัญญาณการเริ่มต้นกระบวนการการผลิตครูระบบปิด ที่วงการศึกษาพูดกันมานาน ปิดแค่ไหน เปิดแค่ไหน ดูกันต่อไป
ความเป็นไปที่เกิดขึ้น สอดคล้องกับข้อเสนอในสมุดปกขาว (whitepaper) ทิศทางการศึกษาไทยที่สังคมคาดหวัง ของคณะกรรมาธิการการศึกษา (กมธ.) การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม วุฒิสภา เชิญคณบดีคณะครุศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ หลายมหาวิทยาลัย มาประชุมหารือแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เมื่อปีที่แล้ว
ที่ประชุมเห็นด้วยกับข้อเสนอในภาพรวม โดยเฉพาะการผลิตครูระบบปิด ขอให้มีการกำหนดสัดส่วนความต้องการของแต่ละสาขาให้ชัดเจน
ขณะเดียวกัน การผลิตครูระบบเปิดก็ยังคงมีอยู่เพื่อเปิดโอกาสให้กับผู้เรียนในท้องถิ่น เพียงแต่อาจต้องมีการกำหนดสัดส่วนให้ชัดเจน เช่น ผลิตครูระบบปิด 30% ส่วนที่เหลือเป็นการผลิตระบบเปิดเช่นเดิม
ครับ ภายใต้ความเชื่อที่ว่า คุณภาพการศึกษาอยู่ที่คุณภาพครู
การศึกษาไม่ได้อยู่ที่อาคารเรียน อุปกรณ์การเรียน ห้องประชุม สนามกีฬา
ถ้าวัดกันตรงนี้ โรงเรียนไทยไม่ด้อยกว่าโรงเรียนทั่วๆ ไปในอเมริกา
ต้องวัดกันที่ Teaching Quality และบริบทต่างๆ ในสังคม
ที่ว่ามาเป็นเรื่องของการผลิตครูใหม่ ให้มีคุณภาพและจิตวิญญาณความเป็นครู
ขณะที่ยังมีครูเก่า ครูประจำการอีกหลายแสนคน
ท่านเหล่านี้ ไม่ควรถูกมองข้ามเป็นอันขาด เพราะคลุกคลี มีชีวิตจริงอยู่ร่วมกับนักเรียนในห้องเรียนโดยตรง
การดำเนินนโยบายลดภาระครู ตัดทอนและยกเลิกโครงการที่ไม่จำเป็นลง เพื่อคืนเวลาให้กับครูทำหน้าที่หลักอย่างเดียวเป็นทิศทางที่สมควรทำ
แต่ว่าไปแล้วครูที่ถูกสั่งให้รับผิดชอบภาระนอกหน้าที่หลักเป็นครูส่วนน้อย ขณะที่ครูส่วนใหญ่ยังทำหน้าที่ผู้สอนอยู่เช่นเดิม
ครูเก่า ครูประจำการเหล่านี้แหละครับ จะดำเนินมาตรการอะไร อย่างไร ให้คุณครูมีอิสรภาพ มีความคิดสร้างสรรค์ มีความคล่องตัว มีสวัสดิภาพ สวัสดิการ ภายใต้ระบบที่มีธรรมาภิบาลอย่างแท้จริง มีความสุขกับการปฏิบัติงานและครอบครัว
เมื่อครูได้เวลาคืนกลับไปแล้ว วิถีชีวิต วัตรปฏิบัติของครู กระบวนการเรียน การสอน เปลี่ยนแปลงพัฒนาไปอย่างไร
ความคาดหวังนี้จะเป็นไปได้ก็ต่อเมื่อ ส่วนบน ส่วนกลาง ลดเลิก วัฒนธรรมอำนาจ ระบบราชการ คำสั่งการเป็นใหญ่ ระบบปิดเปลี่ยนเป็นระบบเปิด ให้โรงเรียน ครู และผู้บริหาร มีเสรีภาพภายใต้ความรับผิดชอบให้มากที่สุด
การเมืองต้องไม่แทรกแซงวงการครู
ฉะนั้น พ.ร.บ.การศึกษาฉบับใหม่หมวดที่ว่าด้วยครูและบุคลากรทางการศึกษาจึงมีส่วนอย่างสำคัญ จะทำให้ความหวังเป็นจริงได้มากน้อยแค่ไหน

