หน้าแรก บทความ รัฐธรรมนูญกับ...

รัฐธรรมนูญกับการศึกษา กฎหมายไซโล

24.06.26 | 13:34 น.

ประเด็นหนึ่งที่พูดกันในหมู่ผู้ติดตามการยกร่าง พ.ร.บ.การศึกษาฉบับใหม่ คือ เนื้อหาสาระควรมีความลึกถึงระดับไหน

ควรเขียนแค่หลักการสำคัญเป็นกรอบใหญ่ไว้พอแล้ว ไม่ต้องลงไปถึงขั้นใส่ องค์กร กระบวนการปฏิบัติต่างๆ ให้ยืดยาว เอาไว้เขียนในกฎหมายระดับรองหรือกฎหมายลูก

ขณะที่อีกฟากหนึ่งเห็นต่างว่าควรเขียนให้ละเอียด ลงลึกถึงกลไก องค์กร กระบวนการต่างๆ ด้วย เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนตรงกัน ไม่ต้องถกเถียงตีความ ที่สำคัญผูกมัดให้เกิดการปฏิบัติจริง

ความเคลื่อนไหวที่กำลังดำเนินไปเวลานี้ การยกร่าง พ.ร.บ.การศึกษา เกิดขึ้นขนานไปกับการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่แทนฉบับ พ.ศ.2560

กฎหมายรัฐธรรมนูญ คือ กฎหมายสูงสุด เป็นกฎหมายแม่

Advertisement

กฎหมายอื่นรวมถึง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ เป็นกฎหมายลูกหรือกฎหมายระดับรอง แม้จะบอกว่าเป็นกฎหมายแม่บททางการศึกษาหรือธรรมนูญการศึกษาของชาติก็ตาม

การยกร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่จึงมิอาจดำเนินไปโดดๆ แยกออกอย่างเด็ดขาด โดยปลอดจากผลกระทบของรัฐธรรมนูญทั้งเก่าและใหม่ไปได้

ทั้งสองฉบับจึงส่งผลถึงกันและกันอย่างแน่นอน ทั้งด้านเนื้อหาสาระ และกระบวนการยกร่าง

ที่ผมยกประเด็นนี้ขึ้นมาแลกเปลี่ยนเพราะมีความเป็นห่วงว่ากระบวนการยกร่างกฎหมายแบบไซโล ต่างคนต่างทำ ของใครของมัน ไม่เกี่ยวข้อง ไม่ต้องเหลียวมองกันทั้งสิ้น จะส่งผลต่อไป ทำให้เกิดปัญหาการขัดกันของกฎหมาย ไร้สภาพบังคับ เขียนไว้แต่ไม่มีการปฏิบัติ โดยไม่มีบทกำหนดโทษใดๆ

ผลสุดท้ายผู้รับกรรม คือ นักเรียน พ่อแม่ผู้ปกครอง ครู ผู้บริหารสถานศึกษา สังคมโดยรวม

ขณะที่ระบบการศึกษายังด้อยคุณภาพ เหลื่อมล้ำ ขาดโอกาส ผลการทดสอบความรู้ความสามารถทั้งในระดับชาติและระดับสากล ตกอันดับลงเรื่อยๆ

คำถามหลักคือ รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ควรมีบทบัญญัติเกี่ยวกับการศึกษาไว้หรือไม่ ถ้ามีควรลงลึกถึงระดับไหน

เขียนแค่กว้างๆ ยืนยันถึงหลักการ สิทธิเสรีภาพทางการศึกษาและทางวิชาการ แนวนโยบายแห่งรัฐ การจัดบริการทางการศึกษาที่มีคุณภาพ ลดความเหลื่อมล้ำ ขยายโอกาสให้ครอบคลุมทุกกลุ่มและทันสมัยกับความเปลี่ยนแปลงทุกด้าน เท่านี้พอ

หรือเขียนให้ชัดเจนเป็นรูปธรรม ลงลึกถึงแนวทาง มาตรการปฏิบัติ HOW TO ว่างั้นเถอะ

ตัวอย่างรัฐธรรมนูญฉบับ 2560 เขียนไว้ตั้งแต่หน้าแรกที่มาของการร่างรัฐธรรมนูญ เหตุส่วนหนึ่งเกิดจากการที่มีผู้ไม่นำพาหรือไม่นับถือยำเกรงกฎเกณฑ์การปกครองบ้านเมือง ทุจริตฉ้อฉลหรือบิดเบือนอำนาจ หรือขาดความตระหนักสำนึกรับผิดชอบต่อประเทศชาติและประชาชน จนทำให้การบังคับใช้กฎหมายไม่เป็นผล ซึ่งจำเป็นต้องป้องกันและแก้ไขด้วยการปฏิรูปการศึกษาและการบังคับใช้กฎหมายและเสริมสร้างความเข้มแข็งของระบบคุณธรรมและจริยธรรม

ทั้งยังมีบทบัญญัติเกี่ยวกับการปฏิรูปการศึกษาไว้ในมาตรา 258 จ ด้านการศึกษา (1) (2) (3) (4)

รัฐธรรมนูญใช้มาเกือบสิบปี บางวงเล็บได้รับการปฏิบัติ บางวงเล็บไม่ได้รับการปฏิบัติ ตัวอย่าง (3) ให้มีกลไกและระบบการผลิต คัดกรองและพัฒนาผู้ประกอบวิชาชีพครูและอาจารย์ให้ได้ผู้มีจิตวิญญาณของความเป็นครู มีความรู้ ความสามารถอย่างแท้จริง ได้รับค่าตอบแทนที่เหมาะสมกับความสามารถและประสิทธิภาพในการสอน รวมทั้งมีกลไกสร้างระบบคุณธรรมในการบริหารงานบุคคลของผู้ประกอบวิชาชีพครู

ถ้ารัฐธรรมนูญใหม่ลงรายละเอียดมากไปอีก ก็จะเป็นข้อจำกัด ผูกมัดให้ พ.ร.บ.การศึกษา จำเป็นต้องเดินตาม

แต่สถานการณ์ขณะนี้ กฎหมายลูกมีแนวโน้มจะคลอดก่อนกฎหมายแม่

ถ้ากฎหมายการศึกษาออกมาก่อน ขณะที่รัฐธรรมนูญฉบับเก่าใช้บังคับอยู่และมีบทบัญญัติเกี่ยวกับการศึกษามากมาย

ผู้กำหนดนโยบายการศึกษาและผู้ปฏิบัติจะทำอย่างไร ยึดรัฐธรรมนูญกฎหมายแม่ หรือ พ.ร.บ.การศึกษา กฎหมายลูก เป็นหลัก

ถ้ากฎหมายการศึกษาใหม่ไม่เขียนล้อตามรัฐธรรมนูญก็จะเป็นประเด็นขึ้นมาได้ว่าไม่ทำตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ มีโอกาสถูกยกขึ้นถามในกรรมาธิการพิจารณากฎหมาย และที่ประชุมรัฐสภา ซึ่งเคยมีมาแล้วหลายครั้ง

ประเด็นทำนองนี้จะเป็นชนวนให้ฝ่ายคัดค้านใช้เป็นเครื่องมือขัดขวาง ตีรวนกฎหมายการศึกษาฉบับใหม่ไม่ให้ออกมา หรือใช้ให้ล่าช้าที่สุด

เกิดสถานการณ์การเมืองแทรกแซงการศึกษาตั้งแต่ในช่วงการยกร่าง ซึ่งมีร่าง พ.ร.บ.หลายฉบับรอรับน้องใหม่อยู่แล้ว อาจถูกหยิบขึ้นมาเสนอใหม่

แนวโน้มเป็นเช่นนี้ รัฐบาล รัฐสภา พรรคการเมือง และทุกกลุ่มองค์กรที่เกี่ยวข้องต้องพิจารณาหาทางป้องกัน ไม่เช่นนั้นจะส่งผลกระทบต่อไปถึงการจัดการศึกษา

กรณีตัวอย่างรูปธรรมที่ต้องตัดสินใจเกี่ยวกับองค์กรระดับนโยบายสูงสุด ไม่ว่าจะชื่อ คณะกรรมการนโยบายการศึกษาแห่งชาติ (Education Superboard) หรือคณะกรรมการทุนมนุษย์ (Human Capital Superboard) ควรบัญญัติไว้ในกฎหมายระดับใด

กฎหมายแม่บททางการศึกษา หรือกฎหมายลูกระดับรองลงไป

รวมถึงประเด็นองค์ประกอบ ที่มา กรอบ ขอบแขต อำนาจหน้าที่ของซุปเปอร์บอร์ดมีแค่ไหน อย่างไร เป็นอีกเรื่องหนึ่ง คงอภิปรายกันยาวกว่าจะได้ข้อยุติฉะนั้น ที่ฝ่ายนโยบายตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะสำเร็จภายใน 2 ปี ใช้บังคับให้ทันภายในปี 2570 อาจจะแห้ว

ทั้งหลายทั้งปวงเป็นผลพวงจากการขาดเสถียรภาพทางการเมืองตลอดมาโดยแท้

ตราบใดที่กฎหมายแม่และกฎหมายลูกยังเดินคนละทิศคนละทาง การศึกษาไทยก็คงต้องเสียเวลาอยู่กับการแก้ไขโครงสร้างและข้อกฎหมายต่อไป ขณะที่โลกข้างหน้ากำลังเปลี่ยนแปลงไปเร็วกว่าที่ระบบการศึกษาจะตามทัน

สมหมาย ปาริจฉัตต์