หน้าแรก บทความ การเติบโตของเ...

การเติบโตของเศรษฐกิจของจังหวัด และดัชนีความชำนาญการ

25.06.26 | 14:30 น.

การเติบโตของเศรษฐกิจของจังหวัดและดัชนีความชำนาญการ

การวิเคราะห์การเติบโตของเศรษฐกิจอยู่ในความสนใจของผู้คนทั่วโลก มีผู้นำตัวเลข GDP ของนานาประเทศมาเปรียบเทียบพร้อมอภิปรายสาเหตุว่า เหตุใดบางประเทศเติบโตเร็ว? บางประเทศเติบโตน้อยกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่ม ในโอกาสนี้ขอเสนอการวิเคราะห์การเจริญเติบโตและโครงสร้างเศรษฐกิจของ 77 จังหวัด โดยใช้ข้อมูลจาก “บัญชีประชาชาติ” เป็นหลักฐาน พร้อมข้อสังเกตความชำนาญการผลิตของแต่ละจังหวัดและการอภิปรายตามสมควร

บัญชีประชาชาติ (national income accounts) เป็นระบบบัญชีขนาดใหญ่วัดการผลิต-รายได้-การลงทุนและการใช้จ่ายของภาครัฐ-เอกชน-ครัวเรือน และบัญชีย่อยอีกจำนวนมาก วัดเศรษฐกิจระดับจังหวัดและภูมิภาค บัญชีประชาชาติมีพัฒนาการยาวนานราว 80 ปี และองค์การสหประชาชาติให้การสนับสนุนจัดทำคู่มือที่เรียกว่า UNSNA (United Nations System of National Accounts) โดยเชิญนักเศรษฐศาสตร์ชั้นนำมาร่วมกำหนดวิธีการวัด-นิยามศัพท์-และความหมายเพื่อเปรียบเทียบข้ามประเทศ ในเมืองไทยของเราสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเป็นองค์กรหลักในการจัดทำบัญชีประชาชาติ

ในช่วงเวลา 30 ปี (ค.ศ.1995-2024) ที่ผ่านมาสัดส่วนการผลิต (เกษตร อุตสาหกรรม และการบริการ) เทียบกับ GDP เปลี่ยนแปลงพอสมควร ดังแสดงในรูปภาพที่ 1 สัดส่วนการผลิตเกษตร ณ ปีปัจจุบันเท่ากับร้อยละ 9 ของผลิตภัณฑ์มวลรวม สัดส่วนอุตสาหกรรมร้อยละ 31 และสัดส่วนภาคบริการร้อยละ 60 โครงสร้างการผลิตของไทยเรามิได้คงที่ตลอดเวลา มีช่วงเวลาที่ภาคอุตสาหกรรมขยายตัวเร็ว ส่งผลให้สัดส่วนเพิ่มขึ้นถึงช่วง ค.ศ.2010 แต่หลังจากนั้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวเติบโตเร็ว (เป็นส่วนหนึ่งของภาคบริการ) ภาคบริการจึงมีสัดส่วนเพิ่มขึ้น วิธีการวิเคราะห์นี้เรียกว่า shift-and-share ตัวแปร shagrหมายถึงสัดส่วนการเกษตร shind สัดส่วนอุตสาหกรรม และ shser สัดส่วนการบริการ ตามลำดับ

 

Advertisement

มูลค่าเพิ่มระดับประเทศเป็นผลรวมของมูลค่าเพิ่มรายจังหวัด (หรือภูมิภาค) ตารางที่ 1 แสดงความสำคัญของภาคเกษตร-อุตสาหกรรม-และบริการ เปรียบเทียบปี 1995 กับปี 2024 จะสังเกตเห็น “ความเปลี่ยนแปลง” อย่างชัดเจน เปรียบเหมือนเราใช้กล้องจุลทรรศน์ส่องดูเซลล์ต่างๆ ตัวอย่างเช่นภาคตะวันออกการลดลงของภาคการเกษตร-และเพิ่มขึ้นของอุตสาหกรรม กรุงเทพฯและปริมณฑลการลดลงของอุตสาหกรรมและการเพิ่มขึ้นของภาคบริการ

ลำดับต่อมาเราให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจจังหวัด พร้อมกับแสดงดัชนีวัดความชำนาญการ (ผลิต) ของจังหวัด โดยนิยามว่าหมายถึง สัดส่วนการผลิตรายสาขาเปรียบเทียบกับสัดส่วนเฉลี่ยของประเทศ เช่น สัดส่วนการเกษตรต่อ GDP ระดับประเทศ = 9% แต่บางจังหวัดมูลค่าเพิ่มการเกษตรเท่ากับ 45% ของ GPP วัดดัชนีความชำนาญการจึงเท่ากับ 5 คำศัพท์นี้เรียกว่า LQ (location quotient) คล้ายคลึงกับค่า “ความถ่วงจำเพาะ” เปรียบเทียบมวลของสสารเทียบกับน้ำ รูปภาพที่ 2 ระบุ 18 จังหวัดที่มีค่าดัชนีชำนาญการเกษตร (LQ_agr > 3.5) 3 จังหวัดชั้นนำคือจันทบุรี ชุมพร และระนองล้วนเป็นพื้นที่สร้างมูลค่าเพิ่มการเกษตร เป็นแหล่งผลิตผลไม้สำคัญๆ ส่งจำหน่ายทั่วประเทศและการส่งออก

รูปภาพที่ 3 ระบุ 11 จังหวัดที่ชำนาญการด้านอุตสาหกรรม นำโด่งโดยจังหวัดระยอง สมุทรปราการ และฉะเชิงเทรา LQ_ind > 1.5

ข้อสังเกตและวิจารณ์ หนึ่ง เศรษฐกิจจังหวัดได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น สาเหตุหนึ่งเพราะการกระจายอำนาจให้จังหวัดและท้องถิ่น ผู้บริหารต่างพยายามส่งเสริมเศรษฐกิจในพื้นที่ให้ก้าวหน้า เพื่อไล่กวดกับพื้นที่ชั้นนำ ค้นหา “ของดี” หรือ “จุดแข็ง” เพื่อการลงทุน สนับสนุนการท่องเที่ยวเพื่อสร้างรายได้และการมีงานทำ สอง ความตื่นตัวในมิติพื้นที่ สอดคล้องกับสำนักความคิดภูมิศาสตร์เศรษฐกิจใหม่ ที่ให้ความสำคัญของพื้นที่ (space) ซึ่งมิใช่แค่พื้นที่ 1 ตร.กม. ความจริงมีคุณลักษณะอื่นๆ ซ่อนอยู่ (latent attributes) ในแผ่นดิน อาทิ ภูมิอากาศ ความอุดมสมบูรณ์ของดิน-น้ำ-ท้องทะเล ส่งผลบวก (หรือลบ) “ของดีจากแผ่นดินแม่” คือทุนวัฒนธรรมและภูมิปัญญาจากบรรพบุรุษ ดึงดูดให้ผู้คนมาเยี่ยมชม การเป็นเมืองมรดกโลก ย่านวัฒนธรรมและตลาดที่สั่งสมมาจากบรรพบุรุษ สาม สถาบันการศึกษาซึ่งกระจายในทุกภูมิภาค ควรร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องค้นหา “ของดีประจำถิ่น” จัดประชุมสัมมนาเพื่อสังเคราะห์ความรู้ ส่งเสริมประชาชนให้มีทักษะผลิตสินค้าดีๆ จากภูมิปัญญา สร้างความรู้สึกผูกพันกับเมืองสี่ หน้าที่ของภาครัฐในการลดความเหลื่อมล้ำและการกระจายความเจริญให้ทั่วถึงโดยจัดสรรงบประมาณแผ่นดิน-กำลังคนภาครัฐ-ให้ทั่วถึง ลดอัตราการกระจุกตัวเฉพาะในเมืองหลวงและเมืองศูนย์กลางน่าจะได้ความนิยมและชื่นชมจากประชาชนทั้งประเทศ

ดิเรก ปัทมสิริวัฒน์