หน้าแรก บทความ ยุทธการ 18 หั...

ยุทธการ 18 หัวเมือง : อนิจจัง บังเกิด ณ ทุกจุด ‘ไหว’ เคลื่อน จาก ‘ความคิด’

8.07.26 | 13:11 น.
อนิจจัง บังเกิด ณ ทุกจุด ‘ไหว’ เคลื่อน จาก ‘ความคิด’

ยังเป็นการเคลื่อนไหวของโจโฉ ขณะเดียวกันก็เป็นอีกระยะกาลหนึ่ง ซึ่งสะท้อนความขัดแย้งในเรื่องข้อมูลและรายละเอียด
ระหว่าง “นิยาย” กับ “ประวัติศาสตร์”
สำนวน เจ้าพระยาพระคลัง (หน) บรรยายว่า ครั้นมาได้ 3 วันถึงบ้านแห่งหนึ่ง โจโฉจึงบอกแก่ตันก๋งว่า “เวลาก็เย็นแล้ว บ้านนี้เกลอของบิดามีอยู่คนหนึ่งชื่อว่าแปะเฉีย เราจะเข้าไปอาศัยนอนจะได้ถามเหตุการณ์ทั้งปวงด้วย”
แล้วโจโฉก็พาตันก๋งเข้าไปหาแปะเฉีย
แปะเฉียเห็นโจโฉจึงบอกว่า “บัดนี้มีหนังสือรับสั่งมาแต่เมืองหลวงว่าให้จับตัวท่านส่งขึ้นไป แลโจโก๋บิดาของตัวนั้นก็หนีออกไปอยู่เมืองตันลิวแล้ว”
โจโฉจึงเล่าเนื้อความแต่หลังให้แปะเฉียฟังสิ้นแล้วว่า
“ตันก๋งคนนี้เป็นเจ้าเมืองจงพวน ละราชการเสียหนีมาคิดการกับข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจึงได้รอดชีวิตเพราะตันก๋ง”
แปะเฉียได้ฟังดังนั้นจึงว่าแก่ตันก๋งว่า “ขอบใจท่านมีกตัญญูต่อแผ่นดิน ถ้ามิได้ท่านโจโฉก็ตาย ท่านจงพากันนอนอยู่ที่นี่เถิด ต่อเวลาพรุ่งนี้เช้าจึงค่อยไป”
แล้วแปะเฉียก็เข้าไปในเรือนสั่งแก่พ่อครัวว่า “ให้ทำสุกรและไก่”
แล้วก็กลับออกมาบอกแก่โจโฉว่า “สุราที่เรือนนี้ไม่มีดี เราจะไปจัดหาสุราที่ดีมาให้กิน”
ว่าแล้วก็ไป

สํานวน วรรณไว พัธโนทัย ระบุว่า เดินทางไปได้ 3 วันก็ถึงเมืองเฉิงกาว ฟ้ามืดแล้ว โจโฉใช้แส้ชี้ไปที่บ้านหลังหนึ่งแล้วบอกตันก๋งว่า
“บ้านหลังนี้เจ้าของแซ่หลี ชื่อแปะเฉีย เป็นน้องบุญธรรมของพ่อข้าพเจ้า เราลองไปหาแล้วขอพักแรมที่นั่นกันสักคืนดีไหม”
ตันก๋งตอบว่า “ดีทีเดียว”
บุคคลทั้งสองควบม้าถึงหน้าบ้านก็ลงจากหลังม้าเข้าไปหาแปะเฉีย พอแปะเฉียเห็นโจโฉก็พูดว่า “ได้ยินว่าทางราชสำนักออกหมายจับตัวเจ้าอยู่ พ่อเจ้าจึงหลบหนีไปอยู่ที่เมืองตันลิวแล้ว เจ้ามาถึงที่นี่ได้อย่างไร”
โจโฉเล่าเรื่องให้ฟังว่า “ถ้าหากไม่ได้นายอำเภอตันก๋งผู้นี้ช่วยชีวิตข้าพเจ้าไว้ป่านนี้ข้าพเจ้าคงร่างเหลวกระดูกแหลกไปแล้ว”
แปะเฉียได้ฟังดังนั้นก็กระทำคำนับตันก๋งแล้วว่า
“หลานชายข้าพเจ้าผู้นี้ถ้าท่านไม่อนุเคราะห์ไว้พวกแซ่โจจักต้องพินาศแน่ คืนนี้ดึกมากแล้วขอท่านผู้มีน้ำใจอารีนอนพักที่นี่เถิด”
พูดจบแปะเฉียลุกขึ้นเดินไปข้างในเป็นเวลานานจึงเดินออกมา
แล้วพูดกับตันก๋งว่า “ข้าพเจ้าไม่มีสุราดีๆ ให้ดื่ม ขอตัวไปหาซื้อที่หมู่บ้านตะวันตกมาเลี้ยงสักประเดี๋ยวจะกลับมา”
ว่าพลางผลุนผลันขี่ลาไปทันที

จําเป็นต้องอ่านสำนวน แพทย์หญิงกัลยา สุพันธุ์วณิช ประกอบเพื่อเปรียบเทียบและตรวจสอบจุดร่วม จุดต่าง
3 วันถึงเมืองเฉิงเกา มืดพอดี
เฉาเชาว่า “ที่นี่มีคนหนึ่งแซ่หลี่ว์ ชื่อโป๋เซอ (แป๊ะเฉีย) เป็นพี่น้องร่วมสาบานกับบิดาข้า”
2 คนแวะไปหาโป๋เซอ
โป๋เซอว่า “ข้าเห็นประกาศจับตัวท่าน บิดาท่านหนีไปเฉินหลิวแล้ว ท่านมาที่นี่ได้อย่างไร”
เฉาเชาเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง “ถ้าไม่ได้นายอำเภอเฉินป่านนี้ข้าคงตายไปแล้ว”
โป๋เซอคารวะเฉินกงแล้วว่า “หลานชายเราถ้าไม่ได้ท่านตระกูลเฉาคงหมดสิ้น เชิญตามสบาย คืนนี้พักที่นี่แหละ”
พูดเสร็จก็เข้าข้างใน พักใหญ่ออกมาว่า “ที่บ้านไม่มีสุราดีๆ จะไปซื้อสุราสักไหมาต้อนรับ”
พูดจบก็ขี่ลาออกไป

และแล้วสถานการณ์ก็เกิดการแปรเปลี่ยนคล้อยหลังแปะเฉียควบลาออกไป สำนวน เจ้าพระยาพระคลัง (หน) ระบุ
ฝ่ายพ่อครัวจึงถามกันว่า “เราจะมัดก่อน หรือจะฆ่าทีเดียว”
โจโฉได้ยินว่าดังนั้นก็กริ่งใจจึงปรึกษากับตันก๋งว่า “แปะเฉียนี้เป็นแต่เกลอของบิดา เห็นจะไปบอกนายบ้านให้มาจับเราจึงสั่งไว้แก่คนที่เรือน คนที่เรือนจึงว่าจะมัดก่อนหรือจะฆ่าทีเดียว”
ตันก๋งจึงว่า “เราไม่รู้จักน้ำใจแปะเฉียจะประมาณการนั้นไม่ได้”
โจโฉจึงว่า “เอามันไว้ไม่ได้”
ก็ชักกระบี่ออกแล้วก็เข้าไปฟันผู้คน บุตร ภรรยาแปะเฉียตายถึง 8 คน

สํานวนแปล วรรณไว พัธโนทัย บรรยายว่า โจโฉกับตันก๋งนั่งรออยู่ครู่ใหญ่ก็ได้ยินเสียงลับมีดดังมาจากหลังบ้าน
โจโฉจึงพูดกับตันก๋งว่า
“แปะเฉียไม่สนิทสนมกับข้าพเจ้าเท่าใดดอก ซึ่งเขาออกไปหาซื้อสุรานี้เป็นที่น่าสงสัยนัก เราควรไปแอบฟังความดูกันเถิด”
คนทั้งสองจึงค่อยๆ ย่องไปหลังบ้าน
ได้ยินเสียงคนข้างในพูดว่า “มัด มัดแล้วฆ่าเลยดีไหม”
โจโฉบอกตันก๋งว่า “แน่แล้ว ถ้าไม่ฆ่ามันเสียก่อนเราเป็นต้องถูกจับแน่ๆ”
ว่าพลางกระชากกระบี่ออกจากฝักเดินเข้าไปข้างในพร้อมด้วยตันก๋ง ฟาดฟันผู้คนในบ้านไม่ว่าหญิงชายตายหมดสิ้น
รวม 8 ศพด้วยกัน

Advertisement

จําเป็นต้องหยิบสำนวนแปลและเรียบเรียงของ แพทย์หญิงกัลยา สุพันธุ์วณิช มาสอบทาน
เฉาเชากับเฉินกงนั่งรออยู่นานได้ยินเสียงลับมีดอยู่หลังบ้าน
เฉาเชาว่า “หลี่ว์โป๋เซอไม่ใช่ญาติสายตรงของข้า การออกไปนี่น่าสงสัย เราลองแอบฟังดูทีซิ”
2 คนแอบฟังอยู่ด้านใน
ได้ยินเสียงคนพูดว่า “มัดก่อนค่อยฆ่า”
เฉาเชาว่า “ถ้าไม่ลงมือก่อนคงต้องถูกจับแน่”
ทั้งสองจึงบุกเข้าไปฆ่าตายหมดทั้ง 8 คน

หากดูจากสภาวะที่แวดล้อมมีความเอนเอียงไปในทางเห็นอกเห็นใจโจโฉเป็นอย่างสูงถึงขนาดฟันธงเลยว่า
ไม่มีทางเลือก
1 ต้องยอมรับว่าการหนีของโจโฉดำเนินไปในบรรยากาศแห่งการหนีตายเพราะมือแห่งอำนาจของตั๋งโต๊ะแผ่กว้าง
ในเขตจงหยวนยากยิ่งจะหนีพ้น
1 เพิ่งถูกจับกุมไม่ว่าจะในเงื้อมมือของ “นายอำเภอ” ไม่ว่าจะในวงล้อมของ “ผู้ใหญ่บ้าน” และพวก
เมื่อหลุดรอดมาได้ย่อมมากด้วยความหวาดระแวง
ขณะเดียวกัน การเคลื่อนไหวของแปะเฉียและรวมถึงเสียงอันได้ยินจากข้างหลังบ้าน
ยิ่งก่อให้เกิดความอ่อนไหว

มองผ่านสายสัมพันธ์อันโจโฉมีต่อแปะเฉียยิ่งดำรงอยู่บนสายป่านอันเปราะบางอย่างที่สุด
เนื่องจากมิได้เป็นพี่น้องคลานตามกัน
เนื่องจากเป็น “เกลอ” กับบิดา ประกอบกับข้อมูลทางด้านบิดาก็หลบหนีพลันได้เห็นประกาศจับจากลั่วหยาง
แนวโน้มแต่ละแนวโน้มล้วนสร้างความหวาดระแวง