หน้าแรก บทความ Silo การศึกษา...

Silo การศึกษา

22.07.26 | 12:05 น.
Silo การศึกษา คณะอนุกรรมการสภาการศึกษาเฉพาะกิจ

นับตั้งแต่แต่งตั้งวันที่ 2 มิถุนายน 2569 เป็นต้นมา คณะอนุกรรมการสภาการศึกษาเฉพาะกิจเพื่อจัดทำร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. … นัดประชุมมาแล้ว 8 ครั้ง ล่าสุดวันที่ 17 กรกฎาคมที่ผ่านมา

ผลผลิตเพิ่งปิดจ๊อบไปเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม คือ การรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ต่อหลักการสำคัญ 10 ข้อ

1) จัดการศึกษาและการเรียนรู้ที่มีดุลยภาพระหว่างมาตรฐานสากลกับบริบททางสังคมและวัฒนธรรมไทยยึดหลักการคุ้มครองสิทธิและการเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ พร้อมยกระดับผลลัพธ์การเรียนรู้ให้เทียบเคียงกับนานาชาติ

2) ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตและการจัดการศึกษาไร้รอยต่อ พัฒนาระบบนิเวศการเรียนรู้ที่ต่อเนื่องเชื่อมโยงการทำงานเชิงบูรณาการร่วมกันระหว่างหน่วยงานของรัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคมและประชาชน

3) พัฒนาการศึกษาให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของโลก เตรียมความพร้อมพลเมืองไทยในการก้าวเข้าสู่โลกดิจิทัลอย่างมั่นคง

Advertisement

4) สร้างระบบบริหารการศึกษาที่มีธรรมาภิบาลและรับผิดรับชอบต่อผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียน ให้ความโปร่งใส และตรวจสอบได้ พร้อมกลไกกำกับ ติดตาม และประเมินผลที่มีประสิทธิภาพ

5) เสริมสร้างความเสมอภาคและลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา จัดการศึกษาโดยคำนึงถึงความแตกต่างหลากหลายและความต้องการเฉพาะของผู้เรียน

6) พัฒนาระบบการศึกษาและการเรียนรู้ของประเทศที่มีความยืดหยุ่นและไร้รอยต่อ รองรับระบบและวิธีจัดการเรียนรู้ที่หลากหลายตลอดทุกช่วงวัย เชื่อมโยงโลกแห่งการศึกษากับโลกแห่งการทำงาน เพื่อพัฒนาทุนมนุษย์ของประเทศ

7) กระจายอำนาจการบริหารการศึกษา โดยปรับบทบาทของหน่วยของรัฐทั้งส่วนกลาง ส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่น ตลอดจนสถานศึกษา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้มีความคล่องตัว

8) ส่งเสริมหุ้นส่วนทางการศึกษา (Educational Partnerships) ประสานความร่วมมือทุกภาคส่วน เปิดโอกาสให้ภาครัฐ เอกชน ประชาสังคม ฯลฯ มีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางและจัดการศึกษาอย่างเสมอภาค

9) เพิ่มคุณภาพการจัดสรรทรัพยากรทางการศึกษาให้สอดคล้องตามระดับและประเภทการศึกษา เพื่อให้เกิดความคุ้มค่า และประสิทธิภาพสูงสุด

10) ยกระดับคุณภาพระบบครุศึกษาและระบบการพัฒนาวิชาชีพ

คำตอบที่ได้เป็นรูปธรรม จับต้องได้ หรือมีแต่หลักการ ไม่ชัดเจนในแนวทางปฏิบัติเท่าที่ควร แฟนคลับการศึกษา รอติดตามอย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน การยกร่างตัวบทรายหมวด รายมาตรา ก็ดำเนินคู่ขนานกันไป เพื่อสรุปเสนอกระทรวงศึกษาธิการนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีต่อไป

จะเปิดให้สาธารณะได้รับรู้และเสนอแนะวิพากษ์วิจาณ์อีกรอบหรือไม่ ขึ้นอยู่กับนโยบายการมีส่วนร่วม ทำจริงจังแค่ไหน ไม่ใช่แค่ดีแต่พูด

หรือเป็นเรื่องลับต้องให้คณะรัฐมนตรีอ่านก่อน เห็นชอบก่อน

อ่านจริงจังหรือไม่ ไซโลระดับกระทรวง กระทรวงใครกระทรวงมัน ยังเป็นจริงอยู่ทุกวันนี้ ฝ่ายการเมือง ดีแต่กล่าวโทษฝ่ายประจำทำงานแบบไซโล

ระหว่างที่การเคลื่อนไหวกำลังดำเนินไป อนุกรรมการอย่างน้อยสองคน คือ ศ.สมพงษ์ จิตระดับกรรมการบริหารกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) และ รศ.อดิศร เนาวนนท์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา ประธานที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏ

ส่งสัญญาณความเป็นห่วงว่า ถ้าการยกร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ เข้าไปแตะต้องประเด็นโครงสร้างกระทรวงศึกษาธิการ เกรงว่าจะเกิดปัญหาอุปสรรค ถูกคัดค้านต่อต้านทำให้ร่างกฎหมายล่าช้าหรือสะดุดหยุดลง

ความกังวลที่ว่าทำให้เกิดคำถามตามมาว่า แล้วอนุกรรมการจะแตะต้องประเด็นโครงสร้างกระทรวงศึกษาธิการ ที่แบ่งออกเป็น 4 แท่งหรือไม่

คำตอบที่คาดเดาได้คงหนีไม่พ้นพยายามที่จะไม่แตะต้อง ปล่อยให้โครงสร้างเป็นอย่างเดิม แช่แข็งหรือดองไว้โดยเลี่ยงเอาไปเขียนในกฎหมายลูก

แนวทางไม่แตะต้องเลยโดยสิ้นเชิง ผลลัพธ์จะเป็นอย่างไรในเมื่อโครงสร้างที่เป็นอยู่ส่งผลต่อประสิทธิภาพการบริหารจัดการและคุณภาพการจัดการศึกษา กระทบถึงหลักการข้อ 7 การกระจายอำนาจการบริหารการศึกษา

ปัญหาการทำงานแบบไซโล ต่างคนต่างทำ เกิดช่องว่างระหว่างหน่วยงาน คณะทำงานรัฐมนตรีว่าการฯ เสนอแนวทางแก้ปัญหาด้วยการตั้งกรรมการบูรณาการการทำงานให้เกิดการประสานงานอย่างมีประสิทธิภาพ

เมื่อเลือกแนวทางประนีประนอม ปะผุไม่ผ่าตัด ก็ต้องเร่งรัดปฏิบัติการให้มาตรการกระจายอำนาจการบริหารการศึกษาเป็นจริง ลงไปสู่สถานศึกษา เป็นนิติบุคคลเต็มรูปให้มากที่สุด

ไม่ใช่ครึ่งบกครึ่งน้ำอย่างเช่นที่เป็นอยู่ เพราะส่วนกลาง ส่วนบน ยังหวงแหนอำนาจและผลประโยชน์ ไม่ยอมปล่อย ภายใต้ข้ออ้างความไม่พร้อมต่างๆ นานาของสถานศึกษาและกรรมการสถานศึกษา

โดยเฉพาะอย่างยิ่งบทบาทของกรรมการสถานศึกษา ควรบริหารจัดการ ส่งเสริม สนับสนุน จัดระบบการปฏิบัติงาน พัฒนาให้เป็นเรื่องเป็นราวจริงจัง

ภายใต้หลักการ ข้อ 8 ส่งเสริมหุ้นส่วนทางการศึกษา ไม่ใช่แค่ทอดผ้าป่าการศึกษาปีละครั้ง พอ

ตัวอย่าง รูปธรรม ประกาศระเบียบคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการมอบอำนาจให้ศึกษาธิการจังหวัดปฏิบัติราชการแทน พ.ศ.2567 มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 2 ตุลาคม 2567

สาระหลัก กำหนดให้เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา เลขาธิการคณะกรรมการการส่งเสริมการศึกษาเอกชน และอธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ มอบอำนาจให้ศึกษาธิการจังหวัดปฏิบัติราชการแทนในเรื่องการบริหารงานบุคคล วิชาการ การบริหารทั่วไป งบประมาณ ทรัพย์สิน

ถึงวันนี้ยังวิพากษ์วิจารณ์กันไม่หยุดว่า ในทางปฏิบัติ ไปถึงไหน กลไกใหม่กรรมการบูรณาระหว่างแท่งทำอะไรได้

ไม่ต้องย้อนไปไกลถึงกฎกระทรวงศึกษาธิการ กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการกระจายอำนาจการบริหารและการจัดการศึกษา พ.ศ.2550 ที่เป็นหนามตำใจอยู่