หน้าแรก บทความ ยุทธการ 18 หั...

ยุทธการ 18 หัวเมือง : ถ้อยคำ อำพราง ภาพจริง เบื้องหน้า ปรากฏ รากฐาน ความคิด

29.07.26 | 12:21 น.
ยุทธการ 18 หัวเมือง : ถ้อยคำ อำพราง ภาพจริง เบื้องหน้า

ตรวจสอบผ่านหนังสือ “ประวัติศาสตร์สามก๊ก โจโฉ กับ ยอดคนในวุยก๊ก” อันเป็นการ เรียบเรียงของ ยศไกร ส.ตันสกุล
อ้างอิงจากหลายเอกสารของจีน
บันทึกเว่ยซูเล่าเหตุการณ์โจโฉสังหารหลีแปะเฉียทั้งบ้านยกครอบครัว เมื่อโจโฉ หลบหนีจากตั๋งโต๊ะด้วยเห็นว่าตั๋งโต๊ะมีพฤติกรรมมิชอบสักวันต้องถูกกำจัด
จึงไม่ขอรับตำแหน่งหาทางหลบหนีไปที่บ้านเกิด
ระหว่างทางได้ไปขอพักกับครอบครัวของแปะเฉียซึ่งเป็นสหายเก่าของครอบครัว แปะเฉียไม่อยู่บ้านแต่บุตรแปะเฉียและคนรับใช้คิดปล้นชิงโจโฉ ดังนั้น โจโฉจึงสังหารพวกเขาไปหลายคน
แล้วขึ้นม้าหลบหนีออกไป

บันทึกซื่ออวี่ยังเล่าไว้คล้ายกันว่า บุตรชาย 5 คนของครอบครัวแปะเฉียได้เลี้ยงต้อนรับโจโฉ
แต่ในคืนนั้นโจโฉเกิดความระแวงว่าพวกเขาจะจับตนไปส่งตั๋งโต๊ะ
โจโฉจึงชิงลงมือสังหารคนในครอบครัวแปะเฉียรวมแล้ว 8 คน แล้วจึงหนีออกมา
บันทึกซุ่นเซิ่งเล่าว่า
โจโฉได้ยินเสียงพวกเขาจะทำอาหารเลี้ยงในครัวก็เกิดความระแวงจึงลงมือสังหาร เมื่อโจโฉพบว่าเป็นความเข้าใจผิดก็เสียใจนัก แต่เขาก็กล่าวว่า
“ข้ายอมทำผิดต่อคนในใต้หล้าดีกว่าให้คนในใต้หล้าทำผิดต่อข้า”
ทั้งหมดนี้อาจเป็นรากฐานให้กับ “หลอก้วนจง” และรวมถึง “กวังสียวเหล่ย” ต่อยอดมาเป็นยุทธนิยาย
ยิ่งเมื่อข้อมูลตกถึงมือ “อู้หม่านหลานเจียง” ยิ่งน่าสนใจ
น่ายินดีที่ จตุวิทย์ แก้วสุวรรณ แปลและเรียบเรียงมาเป็น “โจโฉ วีรบุรุษแห่งสามก๊ก” ตีพิมพ์โดยสยาม อินเตอร์บุ๊ค เมื่อเดินเมษายน 2563
งานของ “อู้หม่านหลานเจียง” มิได้เป็น “นิยาย” หากเป็นการ “สังเคราะห์”
บนพื้นฐานความคิดที่ว่า โจโฉเป็นบุคคลที่ถูกเข้าใจผิดมากที่สุดในประวัติศาสตร์จีน ฉายา “ผู้เหี้ยมหาญคดโกงในยุคที่บ้านเมืองวุ่นวาย” กลายเป็นสิ่งที่อยู่ติดตัวของเขาไปแล้ว
เขาได้สังเคราะห์ข้อสงสัยนี้ออกมาอย่างเป็นระบบ สะท้อนให้เห็นว่าได้ทำ “การบ้าน” มาเป็นอย่างดี
โดยเฉพาะในห้วงที่ออกจากลกเอี๋ยง

โจโฉรู้ว่าตั๋งโต๊ะอยู่ได้ไม่นานจึงเปลี่ยนชื่อแซ่แล้วหลบหนีออกจากเมืองหลวง เดินทางมาถึงเฉิงเกา
เพื่อนเก่าคนหนึ่งชื่อลิแปะเฉียอาศัยอยู่ที่นี่
ดังนั้น โจโฉจึงเดินทางไปพักที่บ้านเพื่อนคนนี้ แต่ในขณะที่ลิแปะเฉียไม่อยู่บ้านโจโฉกลับไปฆ่าลูกชายและแขกในบ้าน
ข้อความตอนนี้เป็นอรรถาธิบายในจดหมายเหตุสามก๊ก บรรพเว่ย
พระราชประวัติเว่ยอู่ กล่าวว่า โจโฉพาลูกน้องไม่กี่คนไปพักที่บ้านของลิแปะเฉีย แต่ว่าลูกชายของลิแปะเฉียต้องการฆ่าโจโฉ ชิงม้าและขโมยทรัพย์สินโดยจะร่วมมือกับแขกคนอื่นๆ ฆ่าโจโฉ
แต่พวกเขากลับถูกโจโฉไล่ฆ่านอนตายกันเกลื่อนบ้าน

แต่ว่าบันทึกตอนนี้สร้างความฉงนให้กับคนยุคหลังเป็นอย่างมาก สิ่งที่ต้องรู้ คือ ครอบครัวลิแปะเฉียเป็นเพียงแค่ชาวบ้านธรรมดา
แต่โจโฉและพวกเป็นทหาร ชาวบ้านที่ไหนจะกล้าสร้างเรื่องกับทหาร
แต่ว่าโจโฉไปบ้านลิแปะเฉีย แน่นอนว่าไม่ได้อยากฆ่าใคร แล้วมันเกิดอะไรขึ้น นั่นก็เป็นเรื่องที่น่าคิด
จากการวิเคราะห์จากคนรุ่นหลัง
โดยสมมุติเหตุการณ์ขึ้นมาว่าหลังจากที่โจโฉไปถึงแล้วลูกชาย 5 คนของลิแปะเฉียจะฆ่าหมูเพื่อต้อนรับโจโฉ แต่โจโฉได้ยินเสียงลับมีดจึงคิดว่าชายหนุ่มกลุ่มนั้นกำลังวางแผนจะฆ่าตน
เขาเลยชิงลงมือก่อน
ต่อมา เมื่อรู้ว่าตนเองได้ฆ่าคนบริสุทธิ์ไปจึงได้กล่าวออกมาอย่างหน้าด้านและไร้ยางอายว่า
“ข้ายอมทำผิดต่อโลก แต่จะไม่ยอมให้โลกทำผิดต่อข้า”

เมื่อเริ่มต้นด้วยความระแวงจึงเหมือนกับเป็นการกลัดกระดุมเม็ดแรก ความต่อเนื่องจึงกลายเป็นตราบาปหนึ่งต่อโจโฉ
สำนวน เจ้าพระยาพระคลัง (หน) บรรยายว่า
ครั้นไปประมาณ 20 เส้นพอพบแปะเฉีย แปะเฉียถาม “ไม่อยู่กินข้าวจะไปไหนเล่า”
โจโฉตอบว่า “ข้าพเจ้าเป็นคนผิดอยู่จะรีบไปให้พ้นภัย”
ก็ขับม้าไปแล้วก็ได้คิด จึงกลับมาเรียกแปะเฉียว่า “จะสั่งความไว้”
แปะเฉียก็หยุดอยู่ โจโฉก็เอากระบี่ฟันแปะเฉียตาย ตันก๋งเห็นดังนั้นก็ยิ่งตกใจเป็นอันมาก
สำนวนแปล วรรณไว พัธโนทัย ก็ดำเนินไปในเส้นทางใกล้เคียงกัน

Advertisement

ว่าแล้วคนทั้งสองรีบขึ้นม้าหนีออกจากบ้านไปด้วยกัน พอมาได้ไม่ถึง 2 ลี้พบแปะเฉียขี่ลากลับ
มีเหล้าแขวนอยู่ที่อาน 2 ขวด ในมือถืออาหารอย่างดีมาด้วย
แปะเฉียร้องถามคนทั้งสองว่า “หลานเรากับท่านผู้มีพระคุณจะรีบไปไหนเสียเล่า”
โจโฉตอบว่า “ข้าพเจ้ามีคดีอาญาติดตัว จะอยู่นานหาได้ไม่”
แปะเฉียร้องว่า “ข้าพเจ้าได้สั่งให้คนที่บ้านฆ่าหมูตัวหนึ่งเพื่อทำกับข้าวเลี้ยงหลานกับท่านผู้มีพระคุณ ขอจงกลับไปร่วมกินโต๊ะกันก่อนเถิด”
โจโฉไม่ยอมกลับ กระตุ้นม้าออกวิ่งต่อไป
แต่แล้วก็กระชากกระบี่วกกลับหลังหัน พลางร้องตะโกนเรียกแปะเฉียว่า “หันมาดูซิว่า คนที่มาหาท่านนี้คือใคร”
พอแปะเฉียเหลียวกลับ โจโฉก็ใช้กระบี่ฟันแปะเฉียตกจากหลังม้าตายคาที่

สํานวนแปลและเรียบเรียง แพทย์หญิงกัลยา สุพันธุ์วณิช ถอดความออกมาว่า ไปได้ 2 ลี้พบโป๋เซอขี่ลามา
มีสุรา 2 ขวด ในมือมีผักผลไม้
ถามว่า “หลานกับเพื่อนจะไปไหน”
เฉาเชาตอบว่า “เป็นนักโทษไม่กล้าอยู่นาน”
โป๋เซอว่า “ข้าให้ทางบ้านฆ่าหมูไว้ต้อนรับแล้ว ทำไมไม่พักสักคืนล่ะ”
เฉาเชาชักม้าผ่านไป ไม่นานนักก็หันหลังกลับชักกระบี่ถามโป๋เซอด้วยเสียงอันดังว่า
“ท่านไปตามใครมาหรือ”
โป๋เซอหันกลับไปดู ไม่ทันพูดอะไร เฉาเชาฉวยโอกาสเอากระบี่ฟันโป๋เซอตายคาที่

ปมเงื่อนอันกลายเป็นคำถามก็คือ ทั้งๆ ที่เรื่องราวค่อยๆ คลี่ออกมาแต่ละเปลาะแต่ละปล้องให้เห็นชัดเจนว่า
ไม่ได้มีการตระเตรียมเพื่อที่จะ “สังหาร”
ไม่ว่าจะเป็นหมูที่อยู่หลังบ้าน ไม่ว่าคำพูดของแปะเฉียที่บอกว่า “ให้ทางบ้านฆ่าหมูไว้ต้อนรับแล้ว”
ถามว่าเหตุใดโจโฉยังต้องฆ่าต่อเนื่อง