คณะอนุกรรมการสภาการศึกษาเฉพาะกิจเพื่อจัดทำร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. … ประชุมนัดแรกวันที่ 4 มิถุนายน 2569
วางกรอบเวลา (Timeline) ให้สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา เปิดรับฟังความคิดเห็นต่อหลักการ 10 ข้อ ระหว่างวันที่ 10 มิถุนายน-9 กรกฎาคม 2569 รวม 30 วันเต็ม
กลางเดือนสิงหาคม 2569 ตั้งเป้าจัดทำร่างกฎหมายให้แล้วเสร็จ และเสนอต่อสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.)
กันยายน 2569 เสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อเห็นชอบในหลักการ และส่งให้คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณา
ธันวาคม 2569 เสนอเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาให้ทันก่อนปิดสมัยประชุมปลายปี 2570 คาดว่าจะสามารถประกาศบังคับใช้ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่ได้สำเร็จ
ถึงวันนี้ นำตัวบทร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติพ.ศ. … 72 มาตรา เผยแพร่เพื่อรับฟังความเห็นสาธารณะอีกรอบ สิ้นสุดวันที่ 25 สิงหาคมนี้ ก่อนนำไปปรับปรุงให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น
ครับ ในฐานะแฟนคลับการศึกษา ผมเลยคว้าจุดเด่นที่น่าสนใจและน่าติดตามของ พ.ร.บ.ใหม่ กับฉบับล่าสุดที่คณะรัฐมนตรีอนุทิน (1) มีมติให้ความเห็นชอบวันที่ 9 ธันวาคม 2568 ก่อนยุบสภาวันที่ 12 ธันวาคม 2568 มี 128 มาตรา มาเทียบเคียง
เรียงไล่ สะกิดจุดที่ยังน่ากังวลต่อไปทีละประเด็น เพื่อร่วมกันสะท้อนคิดให้กว้างขวางยิ่งขึ้น
เริ่มแรก คณะกรรมการนโยบายการศึกษาแห่งชาติ (Superboard) ประกอบด้วย
1 นายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีซึ่งนายกรัฐมนตรีมอบหมาย เป็นประธาน 2 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นรองประธานกรรมการคนที่หนึ่ง 3 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เป็นรองประธานกรรมการคนที่สอง
ทั้งสามคนนี้เป็นไปตามร่างกฎหมายเดิมฉบับล่าสุด
4 กรรมการโดยตำแหน่ง ได้แก่ ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงแรงงาน ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ
กรรมการที่เพิ่มเข้ามา ได้แก่ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประธานกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประธานกรรมการการอาชีวศึกษา ประธานกรรมการการอุดมศึกษา ประธานกรรมการสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประธานกรรมการสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา ประธานกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา และประธานกรรมการสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ
ความเห็นของผมเห็นด้วย สมควรอย่างยิ่งกับการเพิ่มผู้ดำรงตำแหน่งเหล่านี้เข้ามา เพราะมีหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการพัฒนาคุณภาพทางการศึกษาทุกระดับ ทุกประเภท การเพิ่มโอกาสและแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาโดยตรง
โดยเฉพาะ 3 องค์กรหลัก คือ กรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กรรมการการอาชีวศึกษา กรรมการการอุดมศึกษา ที่ผ่านมาต่างฝ่ายต่างทำงานกันไปตามทิศทางของตน ไม่มีเวทีร่วมอย่างเป็นทางการ การได้ประธานทั้ง 3 องค์กรเข้ามาอยู่ร่วมในคณะกรรมการนโยบายการศึกษาแห่งชาติ ทำให้ SILO การศึกษาลดลง น่าจะเกิดความร่วมมือเข้มข้นมากขึ้น
5 กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้มีความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ด้านกฎหมาย ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ด้านการศึกษาในระบบ ด้านการศึกษานอกระบบ ด้านการศึกษาเพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต ด้านข้อมูลสารสนเทศ ด้านการพัฒนาเด็กและเยาวชน ด้านคนพิการ ด้านบุคคลซึ่งมีความสามารถพิเศษ และด้านการเงินการคลังหรือเศรษฐศาสตร์ ด้านละหนึ่งคน และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งเป็นผู้แทนจากภาคเอกชน ซึ่งสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และสมาคมธนาคารไทยร่วมกันเสนอจำนวนหนึ่งคน และประชาชนซึ่งเป็นที่ยอมรับนับถือเป็นการทั่วไปว่าเป็นผู้ชำนาญการในภูมิปัญญาท้องถิ่นจำนวนหนึ่งคน
ในส่วนนี้ฉบับเดิมกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านการศึกษา 1 คน เขียนไว้กว้างๆ ใช้คำแค่ว่าด้านการศึกษาเท่านั้น ของใหม่แยกประเภทชัดเจน ทั้งการศึกษาในระบบ นอกระบบและการเรียนรู้ตลอดชีวิต ได้ผู้เชี่ยวชาญด้านนั้นๆ มาร่วมโดยตรง สมควรอย่างยิ่งเช่นกัน
การเปิดโฉมหน้าซุปเปอร์บอร์ดทางการศึกษาเป็นก้าวแรก ก่อนตามมาด้วยซุปเปอร์บอร์ดทุนมนุษย์ (Human Capital Superboard) หลังร่าง พ.ร.บ.การศึกษาคลอดสำเร็จ
จะสำเร็จอย่างไร ความเคลื่อนไหวที่น่าติดตามหนีไม่พ้น ข้อเรียกร้องกดดันที่เคยเกิดขึ้นเรื่อยมาของประชาคมทางการศึกษา ไม่ว่าครู บุคลากรทางการศึกษา ผู้บริหารสถานศึกษา องค์กรวิชาชีพต่างๆ
คนและองค์กรเหล่านั้นจะเปิดตัวออกมา อ้างความเป็นตัวแทน ความเชื่อมโยงกับผู้ปฏิบัติ ขอเข้ามีส่วนร่วมในกรรมการระดับนโยบายระดับชาติอีกหรือไม่
ทำให้ประเด็นถกเถียง ว่าด้วยหลักการความเป็นตัวแทน หลักการเลือกตั้ง หลักการมีส่วนร่วม กับหลักการบริหารจัดการการศึกษา ควรมีเส้นแบ่งแห่งความพอดีตรงไหน เกิดขึ้นอีก ไม่จบง่ายๆ
ในที่สุดบานปลายกลายเป็นประเด็นทางการเมือง ครูการเมืองกับครูผู้มีจิตวิญญาณเพื่อศิษย์ กระทบต่อการบริหารจัดการการศึกษา จนร่าง พ.ร.บ.การศึกษาทุกฉบับล่มแล้ว ล่มเล่า เจ๊งไม่เป็นท่ามาตลอด
เที่ยวนี้มาติดตามดูกันสิว่า การเมืองจะแทรกแซงการศึกษาอย่างไรอีก ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาฯประกาศว่า การศึกษาแยกจากการเมืองเด็ดขาด จะเป็นจริงหรือไม่
การเมืองระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกันเอง แกนนำ “ภูมิใจไทย” จะขานรับร่าง พ.ร.บ.การศึกษาฉบับใหม่นี้ หรือจะแปลงสาร จนเกิดปัญหาไปไม่เป็น
อีกไม่นานคงได้เห็นกัน



