SONA: การแถลงนโยบายประจำปี ครั้งที่ 5 (2026) ของ Ferdinand Marcos Jr. ประธานาธิบดีของฟิลิปปินส์
การแถลงนโยบายประจำปีของฟิลิปปินส์ได้กำหนดให้เป็นวันจันทร์สัปดาห์สุดท้ายของเดือนกรกฎาคม ในปีนี้กำหนดให้มีขึ้นในวันที่ 27 กรกฎาคม 2026 การแถลงนโยบายประจำปีนี้มีมาตั้งแต่ปีคริสต์ศักราช 1935 ในสมัยประธานาธิบดี Manuel L. Quezon ตามรัฐธรรมนูญ มาตราที่ 7 วรรคที่ 5 และในช่วงประธานาธิบดีมาร์กอส จูเนียร์ ตามมาตราที่ 7 วรรคที่ 23 จะเห็นว่างานแถลงนโยบายนี้เป็นสิ่งสำคัญ ที่ต้องให้ประชาชนและรัฐสภาได้ทราบว่าที่สัญญาจะทำในปีก่อนหน้านี้มีอะไรบ้าง ประสบความสำเร็จหรือไม่ และในปัจจุบันจะสัญญาในปีต่อไปว่าจะทำอะไรบ้าง การแถลงนโยบายนี้จะมีการประชุมรัฐสภาก่อนในช่วงเช้าและช่วงบ่ายเป็นการแถลงนโยบาย ณ สภาผู้แทนราษฎร (Batasang Pambansa) มีตำรวจและเจ้าหน้าที่อารักขากว่า 21,000 คน เนื่องจากจะต้องจัดระเบียบผู้ที่มาฟังภายนอกสภาและผู้ประท้วงตามแบบประชาธิปไตยในฟิลิปปินส์ การแถลงนโยบายครั้งนี้ประมาณครึ่งชั่วโมง
ในครั้งนี้ ประธานาธิบดีได้ออกคำสั่งให้สมาชิกทั้ง 2 สภา และแขกที่มาร่วมฟัง แต่งกายธรรมดาแต่ให้รักษาเกียรติยศของรัฐสภา จะเห็นว่าสมาชิกรัฐสภาผู้ชายทุกคนแต่งกายด้วยเสื้อบารอง ตากาล็อกสีขาวและสีครีมแขนยาว ส่วนผู้หญิงก็แต่งชุดยาวด้วยชุดบารอง ตากาล็อก ตามประเพณีของชาวฟิลิปปินส์ ไม่หวือหวาอย่างครั้งก่อนๆ ที่สมาชิกรัฐสภาจะแต่งกายตามวัฒนธรรมของแต่ละเมืองที่สังกัดอย่างหรูหรา มีสีสันอย่างสวยงาม ที่เรียกกันว่า SONA Red Carpet ซึ่งต้องเสียค่าใช้จ่ายมาก แต่ในครั้งนี้เนื่องจากเป็นช่วงที่ทั้งภูมิภาคอาเซียน รวมทั้งฟิลิปปินส์ด้วยประสบกับปัญหาทางเศรษฐกิจจึงต้องประหยัด นี่เป็นครั้งแรกของนโยบายมาร์กอส จูเนียร์
มาร์กอส จูเนียร์จะต้องแถลงนโยบายในปี 2025 ว่ามีความสำเร็จมากน้อยเพียงใด มีปัญหาที่ต้องแก้ในปี 2026 หรือไม่ และคำสัญญาในปี 2026 ว่าจะทำอะไรในปี 2027
ผลการดำเนินงานของมาร์กอส จูเนียร์ ในปี 2025
1.ผลการดำเนินงานด้านเศรษฐกิจ
เศรษฐกิจของฟิลิปปินส์ใน 2025-กลางปี 2026 เจริญเติบโตอย่างรวดเร็วที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แม้ต้องเผชิญถึงความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกที่เผชิญกับวิกฤตน้ำมัน เมื่อเทียบกับปี 2024 เช่น
-อัตราเงินเฟ้อลดลงเมื่อเทียบกับปี 2024 ส่งผลให้ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคมีเสถียรภาพมากขึ้น
-รัฐบาลยังคงดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากหลายประเทศ โดยออกกฎหมายเปิดเสรีการลงทุนและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานโดยร่วมมือกับภาคเอกชน (PPP-Public and Private Partnership)
2.การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน
ประธานาธิบดีมาร์กอส จูเนียร์ ได้ดำเนินการตามโครงการ Build Better More ได้แก่
-ทางด่วนและทางหลวงสายหลัก โดยมีทางด่วน 3 สาย สายแรกได้แก่ Central Luzon Link Expressway (CLLEX) ซึ่งสำเร็จแล้วในเดือนมีนาคม 2026 จากจังหวัด Tarlac-Nueva Ecija ทางด่วนนี้ลดเวลาการเดินทาง ทำให้การขนส่งสินค้าทางการเกษตรเร็วขึ้น ที่สำคัญคือเชื่อมโยงกับ Luzon ตอนกลาง สายที่ 2 ได้แก่ Cavite-Laguna Expressway (CALAX) สร้างปี 2025 เชื่อมโยงกับจังหวัด Cavite Laguna และ Expressway South Luzon (SLEX) ทางด่วนนี้ทำให้ลดการจราจรติดขัดบนทางหลวง Aguinaldo และทำให้การเดินทางระหว่าง Cavite กับ Laguna เร็วขึ้น ส่วนสายที่ 3 คือ NLEX-SLEX Connector Road เชื่อมต่อระหว่างเกาะลูซอนตอนเหนือกับตอนใต้ เป็นการ Bypass ถนนสายหลัง EDSA ซึ่งจราจรติดขัดมาก ทางด่วนนี้ข้ามโดยตรงไปที่นครมะนิลา
-โครงการสร้างท่าอากาศยาน 5 แห่ง ได้แก่ การปรับปรุงท่าอากาศยาน Ninoy Aquino ให้ทันสมัยขึ้นโดยร่วมมือกับภาคเอกชน จุดประสงค์เพื่อเพิ่มผู้โดยสาร 62 ล้านคนต่อปี ท่าอากาศยานนี้มี 40-48 สายการบินต่อชั่วโมง รวมทั้งเพิ่มการบริการต่างๆ ในสนามบินด้วย
-สร้าง General Santos International Airport เพื่อเพิ่มผู้โดยสารจากภายในและต่างประเทศ และรับนักลงทุนไปลงทุนในเมืองนี้ได้มาก เพราะที่นี่เป็นแหล่งการส่งปลาทูน่าออกนอกประเทศกว่า 96 ประเทศทั่วโลก เมืองได้ชื่อว่าเป็น TUNA CITY
-Bicol International Airport เป็นโครงการที่ขยายเพิ่มผู้โดยสารเพื่อการท่องเที่ยวและพัฒนาเศรษฐกิจ
-Laguindingan Airport Expansion สร้างในปี 2025 เป็นสนามบินที่ขยายการรับผู้โดยสารไปสู่มินดาเนาตอนเหนือที่กำลังพัฒนาเศรษฐกิจ
-Francisco Bangoy (Davao) International Airport สร้างในปี 2025 เพื่อเพิ่มผู้โดยสารไปยังเมือง Davao ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยว
นอกจากสร้างทางด่วนและท่าอากาศยานแล้ว ยังได้ปรับปรุงระบบรถไฟ โดยได้มีรถไฟฟ้า Light Rail (รางเบา) ที่มีขนาดกลาง ซึ่งเริ่มในปี 1972 สร้างโดยบริษัทจากประเทศเบลเยียม ฟิลิปปินส์ ถือได้ว่าเป็นประเทศแรกในภูมิภาคอาเซียนที่สร้างรถไฟฟ้ารางเบา เพื่อลดการจราจรติดขัด ทำให้การเดินทางเร็วขึ้นเป็นประโยชน์ต่อผู้ทำงานในเมืองต่างๆ และเป็นประโยชน์ต่อการทำธุรกิจด้วย เพราะไม่ต้องเสียเวลาจากการจราจรติดขัด ที่สำคัญจากปี 1984 เป็นต้นมา รัฐบาลได้พัฒนามามาก เพื่ออำนวยความสะดวกต่อโรงเรียน โรงพยาบาล ผู้ประกอบการ และได้มีโครงการสร้างต่อในปัจจุบัน
รัฐบาลนี้ยังได้สร้างท่าเรือในการติดต่อระหว่างเมืองหรือจังหวัดต่างๆ และโครงการป้องกันน้ำท่วม โครงการนี้ Marcos Jr. ได้พบการคอร์รัปชั่น ซึ่งอยู่ในระหว่างการสอบสวน เพราะมีโครงการหลายจังหวัดหลายพื้นที่ด้วยกัน และจะเปิดเผยให้ประชาชนทราบเมื่อการสอบสวนเสร็จสิ้น
3.การเกษตรและความมั่นคงทางอาหาร ผลงานที่รัฐบาลกล่าวถึง ได้แก่
การขยายระบบชลประทานเพื่อช่วยเหลือการเกษตรเพิ่มผลผลิต เพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรจากการพัฒนานี้ รัฐบาลได้เพิ่มงบประมาณให้กระทรวงเกษตร 300 พันล้านเปโซ ในปี 2026 ชาวนาใช้น้ำในเขื่อนสำหรับการปลูกข้าวและข้าวโพดแทนน้ำฝน อีกทั้งยังใช้ Digital Agriculture ใช้ดิจิทัลเทคโนโลยีในการเก็บ และส่งข้อมูลเป็น Big data ซึ่งอำนวยความสะดวกแก่เกษตรกร โครงการเหล่านี้ช่วยลดหนี้เกษตรกร เพราะมีผลผลิตเพิ่มมากขึ้น สามารถขายได้มากและปลดหนี้ได้เร็วกว่าปกติ นอกจากนี้ ยังช่วยชาวนาจาก Farm to Market Road ด้วยเส้นทางในระยะที่เร็วและสั้นกว่าเดิม ที่สำคัญรัฐบาลนี้ได้ส่งเสริมการใช้เครื่องจักรกลการเกษตร และพยายามรักษาเสถียรภาพราคาข้าวและเพิ่มผลผลิตภายในประเทศให้มากขึ้น
4.การศึกษา
รัฐบาลมาร์กอสได้เน้นเรื่องการศึกษามาก ได้เพิ่มตำแหน่งครู 20,000 ตำแหน่ง ตามที่สัญญาไว้ในปี 2024 และเพิ่มเงินเดือนให้ครูตาม Executive no.64 ได้ผ่านสภาและดำเนินการตั้งแต่เดือนมกราคม 2025 กรณีนี้ดำเนินการภายในปี 2022-2027
นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้เพิ่มอุปกรณ์การเรียนการสอน จากวงเงิน 5,000 ถึง 10,000 เปโซต่อโรงเรียน อุปกรณ์เหล่านี้ ได้แก่ ชอล์ก กระดาษ หมึกพิมพ์ ปากกา notebook และอื่นๆ ที่จำเป็นสำหรับแต่ละโรงเรียน สิ่งที่สำคัญคือลดภาระการสอนของครู เพราะรัฐบาลได้จัดหาครูเพิ่มขึ้น ทำให้วิถีชีวิตดีขึ้น นอกจากนั้นยังได้พัฒนาระบบการเรียนรู้ดิจิทัลทั่วประเทศ ทำให้คุณลดภาระงานด้านเอกสารลงไปมาก ส่วนการลงทุนการก่อสร้างห้องเรียนเพิ่มและทรัพยากรทางการศึกษาจะทำต่อมาเรื่อยๆ จาก 2025-2027
5.การสาธารณสุข
รัฐบาลได้ขยายสถานพยาบาลของรัฐไปในจังหวัดต่างๆ และเมืองต่างๆ เพิ่มจำนวนเตียงผู้ป่วยเพื่อให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นตามแนวคิด Build Better More เช่น เพิ่มพื้นที่ที่ Taguig City General Hospital ที่ Philippine General Hospital (UP-PGH) ได้จัดหาเตียงจากเดิม 1,334 เป็น 2,200 เตียง ที่ Regional 1 Medical Center เพิ่มเตียงจาก 600 เป็น 1,500 เตียง ที่ Southern Tagalog Regional Hospital เพิ่มเตียงจาก 100 เป็น 300 เตียง และยังมีอีกหลายเมือง
ส่งเสริมระบบประกันสุขภาพถ้วนหน้าในหน่วยงาน SSS (Social Security System) และ GSIS (Government Service Insurance System) ภายใต้ PhilHealth โดยหน่วยงาน GSIS จะเพิ่มเงินบำนาญแก่ผู้สูงอายุและผู้พิการที่เป็นสมาชิกจาก 17,809 เป็น 18,874.58 เปโซ ส่วน SSS ก็ได้เพิ่มให้ผู้ว่าจ้างงานเป็น 10% และ 5% จากพนักงานของบริษัทเอกชน ทั้งสองหน่วยงานนี้ก็ได้ช่วยรัฐบาลในการให้กู้ยืมเงิน และผ่อนการชำระเงินที่กู้ด้วย โครงการนี้จะดำเนินจนถึง 2027
6.รัฐบาลดิจิทัล
รัฐบาลได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องคือ
-การพัฒนาบริการภาครัฐสู่ระบบดิจิทัล
-การขยายบริการภาครัฐผ่านระบบออนไลน์ เพื่อให้มีความเร็วในการสื่อสารระหว่างรัฐกับประชาชน ได้แก่
-eGovPH Super App เพื่อติดต่อกับรัฐบาล
-eGovDX (Digital Exchange Platform)
-ID (PhilSys) เป็น Digital ID
-eLGU System สำหรับหน่วยงานท้องถิ่น
-ejobs สำหรับการหางาน
-ePayments สำหรับการใช้จ่าย
-eHealth สำหรับสุขภาพ
ทั้งหมดนี้เป็นการติดต่อระหว่างประชาชนกับรัฐบาล ส่วนแพลตฟอร์มอื่นๆ ได้แก่ Cloud, AI และ Big data ที่รัฐบาลกับเอกชนต้องดำเนินการ
7.นโยบายต่างประเทศและความมั่นคง
ฟิลิปปินส์จะปกป้องอธิปไตยของประเทศใน West Philippines Sea ตามที่ UNCLOS ได้ตัดสินในปี 2016 และจะยึดถือตามแนวการเดินเรือเสรีระหว่างประเทศ รวมทั้งสร้างความร่วมมือกับประเทศสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย กลุ่มประเทศในยุโรป เพื่อช่วยปกป้องอธิปไตยของฟิลิปปินส์
คำมั่นสัญญาจากสิงหาคม 2026-กรกฎาคม 2027
สิ่งที่ยังทำไม่เสร็จในปี 2025 ก็จะดำเนินการต่อในปี 2026-2027 เช่น โครงสร้างพื้นฐานต่างๆ คือ
1.เปิดใช้บางช่วงในโครงการทางด่วน SLEX Toll Road 4 Extension ไปยังจังหวัดเกซอน (South Luzon Expressway Toll 4)
2.เดินหน้าฟื้นฟูเส้นทางรถไฟ PNR Bicol Line (Philippine Bicol Line)
3.การก่อสร้างสะพานเชื่อมระหว่างจังหวัด Bataan-Cavite Interlink Bridge
4.โครงการพัฒนาโครงข่ายคมนาคมในมินดาเนา โดยเฉพาะที่เกิดแผ่นดินไหวที่ General Santos (GenSan) ซึ่งเป็นเมืองที่ขยายตัวและมีประชากรมาก อยู่ในภูมิภาค 11 ในมินดาเนา
5.รัฐบาลยังคงปรับปรุงโรงเรียนและสิ่งอำนวยความสะดวกทางการศึกษาต่อไป
6.ความโปร่งใสของโครงสร้างพื้นฐานจะดำเนินการเกี่ยวกับการคอร์รัปชั่นในโครงการน้ำท่วมซึ่งมีมานานแล้ว และเมื่อพบในรัฐบาลนี้จะเปิดเผยต่อประชาชนเมื่อได้สอบสวนเสร็จ ดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ของรัฐและผู้รับเหมาที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตทุกโครงการ
7.ด้านบริการสังคม
-เพิ่มความรวดเร็วในการให้บริการภาครัฐ
-เพิ่มบุคลากรในการให้บริการ
-ขยายการเข้าถึงบริการของประชาชนด้านสุขภาพ
-เสริมสร้างมาตรการลดความยากจนด้วยการสร้างงานในภาคการเกษตร ให้การศึกษา ดูแลเรื่องสุขภาพ สร้างบ้าน และโครงสร้างพื้นฐานให้เข้าถึงภาคการเกษตร รวมทั้งจ้างผู้มีรายได้น้อยให้เข้าทำงาน
คำมั่นสัญญานี้ต้องประเมินในปี 2027 ต่อไปว่าสำเร็จหรือไม่อย่างไร
สีดา สอนศรี



