หน้าแรก บทความ ร้อนคร่าชีวิต...

ร้อนคร่าชีวิตที่เยอรมนี:ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์

23.08.26 | 12:00 น.

ร้อนคร่าชีวิตที่เยอรมนี:ไพรัตน์ พงศ์พานิชย์


ข้อมูลทางด้านสาธารณสุขของสถาบันสุขภาพแห่งชาติ (Robert Koch Institute : RKI หรืออาร์เคไอ) ของประเทศเยอรมนี ระบุว่า แม้แต่ความร้อนก็สามารถเอาชีวิตคนเราได้เช่นเดียวกัน ในกรณีที่เป็นความร้อนสูงมากและเราได้รับเป็นระยะเวลานาน ข้อมูลวิจัยเกี่ยวกับเรื่องนี้ระบุว่า ภาวะเป็น “ลมแดด” หรือฮีตสโตรก จะเริ่มต้นด้วยอาการปวดหัว ต่อด้วยความมึนงงจากนั้นจึงเปลี่ยนเป็นอาการไม่มีความรู้สึก ระบบต่างๆ ของร่างกายเริ่มล้มเหลว อุณหภูมิของร่างกายจะเพิ่มสูงขึ้นจนถึงระดับที่คุกคามต่อชีวิต จากนั้นอวัยวะต่างๆ ก็จะเริ่มหหยุดทำงาน นั่นหมายความว่าความตายอยู่ห่างไกลจากเราออกไปไม่ไกลแล้ว

ปัญหาอย่างหนึ่งของการเสียชีวิตจากความร้อนก็คือ น้อยครั้งที่แพทย์จะลงความเห็นอย่างเป็นทางการไว้ว่าเป็นการเสียชีวิตโดยตรงที่เกิดจากความร้อน ด้วยเหตุนี้ ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติของเยอรมนี จึงบันทึกไว้ว่า ระหว่างปี 2004 ถึง 2014 ที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิตจากความร้อนโดยตรงโดยเฉลี่ยแล้วเพียงปีละ 21 รายเท่านั้นเอง

สถิติที่ว่ายิ่งทำให้ตัวเลขล่าสุดทวีความน่ากลัวมากขึ้นไปอีก เพราะเหตุว่าอาร์เคไอระบุว่า นับตั้งแต่ต้นปีนี้เรื่อยมาจนถึง 28 มิถุนายน มีชาวเยอรมันเสียชีวิตเพราะความร้อนของอากาศไปแล้วมากถึง 5,120 ราย

Advertisement

อเล็กซานดรา ชไนเดอร์ รองผู้อำนวยการสถาบันระบาดวิทยาเฮล์มโชลซ์ แห่งนครมิวนิก ที่เป็นทั้งนักวิชาการด้านอุตุนิยมวิทยาและนักระบาดวิทยา ระบุว่าตัวเลขมหาศาลดังกล่าวไม่ได้กุขึ้นมาลอยๆ แต่เป็นตัวเลขที่เกิดจากความสัมพันธ์ในเชิงสถิติโดยตรง เพราะความตายเหล่านั้นมักเกิดขึ้นในสภาวะที่อุณหภูมิในประเทศพุ่งขึ้นสูงกว่าระดับมาตรฐานที่กำหนดไว้โดยสำนักงานบริการด้านภูมิอากาศแห่งเยอรมนี

ในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนมิถุนายน ซึ่งมีคนตายมากถึงราว 23,600 คนนั้น อุณหภูมิที่วัดได้ในช่วงดังกล่าวตลอดทั้งสัปดาห์ เฉลี่ยสูงถึง 26 องศาเซลเซียสในตอนกลางวันและกลางคืน ในขณะที่อาร์เคไอกำหนดไว้ว่า ความตายที่เกิดจากความร้อนมักจะเกิดขึ้นเมื่ออุณหภูมิในสัปดาห์นั้นๆ เฉลี่ยสูงเกินกว่า 20 องศาเซลเซียสขึ้นไป

จำนวนผู้เสียชีวิตดังกล่าวเทียบแล้วสูงขึ้นกว่าช่วงเดียวกันของปีที่แล้วถึงเกือบ 30 เปอร์เซ็นต์ เพราะในช่วงเดียวกันของปีก่อนมีผู้เสียชีวิตไปเพียง 18,200 รายเท่านั้นเอง ทีมวิจัยทางด้านสาธารณสุขของเยอรมนี ประมาณการตัวเลขผู้เสียชีวิตที่ว่านี้ด้วยการสร้างแบบจำลองเพื่อหาจำนวนผู้เสียชีวิตในกรณีที่อุณหภูมิไม่ได้สูงเกินกว่า 20 องศาเซลเซียส จากนั้นจึงเพิ่มองค์ประกอบส่วนอื่นเข้าไป ดังนั้น จึงสามารถประเมินได้ว่ามีผู้เสียชีวิตจากสาเหตุที่เกี่ยวเนื่องกับความร้อน 5,120 ราย โดยที่ 4,310 รายในจำนวนนี้เกิดขึ้นในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนมิถุนายน

ข้อมูลของชไนเดอร์กับทีมวิจัยทำให้พิเคราะห์ได้ว่า ตัวเลขดังกล่าวมีความเป็นไปได้ แม้ว่าก่อนหน้านี้ตัวเลขจะไม่เคยสูงเท่านี้มาก่อนก็ตามที เหตุผลส่วนหนึ่งนั้นชไนเดอร์เชื่อว่าเป็นเพราะวิธีการเก็บสถิติแบบเดิมของทางอาร์เคไอนั่นเอง
เพราะอาร์เคไอใช้วิธีเอาค่าเฉลี่ยในรอบสัปดาห์มาใช้ ซึ่งส่งผลให้การประเมินตัวเลขผู้เสียชีวิตมักต่ำกว่าความเป็นจริงอยู่เสมอมา เพราะในความเป็นจริงอุณหภูมิของอากาศผันผวนรวดเร็วมากในช่วงสัปดาห์ ต่างจากคราวนี้ที่อุณหภูมิร้อนจัดจนอยู่ในระดับสูงตลอดทั้งสัปดาห์

อย่างไรก็ตาม ชไนเดอร์ระบุว่า ในยุโรป การเสียชีวิตที่เกี่ยวเนื่องกับความร้อนนั้นยังคงอยู่ในระดับต่ำกว่า การเสียชีวิตจากสาเหตุที่เกิดขึ้นจากความหนาวเย็น อย่างไรก็ตาม ตัวเลขที่ประเมินได้ในครั้งใหม่นี้แสดงให้เห็นว่ากำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงในข้อเท็จจริงเรื่องนี้ไปเล็กน้อยอย่างช้าๆ แล้ว เพราะอาจเป็นไปได้ว่าภาวะโลกร้อนทำให้หน้าหนาวไม่หนาวจัดเหมือนเมื่อก่อน จนทำให้นำไปสู่ความตายได้น้อยลง ด้วยเหตุนี้การสร้างแบบจำลองจึงต้องนำเรื่องนี้เข้ามาคำนวณเป็นองค์ประกอบด้วย

อย่างไรก็ตาม ชไนเดอร์ระบุว่า ไม่ว่าจะเปลี่ยนแบบจำลองเป็นแบบไหนก็ตาม ข้อเท็จจริงทั้งหมดที่ได้ก็นำไปสู่ข้อสรุปเดียวกัน นั่นคือ จำนวนผู้เสียชีวิตทั้งหมดเพิ่มมากขึ้น เพราะว่าการเพิ่มขึ้นของผู้เสียชีวิตที่มีสาเหตุเกี่ยวเนื่องกับอากาศร้อนนั้น เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญมากจนการลดลงของผู้เสียชีวิตจากสาเหตุที่เกี่ยวเนื่องกับความหนาวเย็นไม่สามารถเข้ามาทดแทนได้

ในทรรศนะของชไนเดอร์ การมุ่งเน้นไปที่การเสียชีวิตจาก “ลมแดด” นั้นเป็นเพียงการจับตามองดูเฉพาะส่วนที่เป็นยอดของภูเขาน้ำแข็ง เพราะความร้อนของอากาศสามารถก่อให้เกิดปัจจัยการเสียชีวิตอื่นๆ ได้อีกมากจนทำให้ผลกระทบจากอากาศร้อนดูเล็กน้อยลงไปในทันที ด้วยเหตุนี้นักสถิติจึงควรพิจารณาความเชื่อมโยงระหว่างความร้อนของอากาศที่ส่งผลต่อโรคเรื้อรังอื่นๆ ด้วย เช่นชไนเดอร์บอกว่าทีมวิจัยของตนเองสามารถแสดงให้เห็นสถิติที่เชื่อมโยงอากาศร้อนเข้ากับโรคหัวใจวาย โดยเฉพาะอากาศร้อนในยามกลางคืนซึ่งสามารถทำให้ความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะสโตรกขึ้นตามมามีสูงมากยิ่งขึ้น

ในขณะที่ โจนาส ซอนเนนสทูห์ล บุรุษพยาบาลชาวเยอรมนี ยอมรับว่า ด้วยประสบการณ์ตรงของตนเอง พบว่าภาวะเป็นลมและหัวใจวายพบได้ถี่มากขึ้น แถมที่พบยังสามารถกลายเป็นเรื่องคุกคามต่อชีวิตได้โดยเร็วอีกด้วย ผลก็คือภาวะอากาศร้อนทำให้บรรดาบุรุษพยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์ในโรงพยาบาลตกอยู่ในสภาวะ “ตึงมือ” ไปตามๆ กัน

ที่สำคัญก็คือ แผนกฉุกเฉินของโรงพยาบาลส่วนใหญ่มักไม่ติดตั้งแอร์คอนดิชั่น ยิ่งสถานีอนามัยเล็กๆ ยิ่งไปกันใหญ่ ทั้งๆ ที่สำหรับคนที่ทำหน้าที่ช่วยชีวิตคน

การได้อยู่ในสถานที่ที่อุณหภูมิเหมาะสมยิ่งเป็นสิ่งจำเป็น

(ภาพ-AFP)