หน้าแรก บทความ ทางจักรยานที่...

ทางจักรยานที่ทำมาแล้วชาวบ้านไม่ใช้  แล้วจะทำอย่างไรให้เขาใช้

15.09.26 | 10:36 น.

ทางจักรยานที่ทำมาแล้วชาวบ้านไม่ใช้  แล้วจะทำอย่างไรให้เขาใช้


ในฐานะที่ผมสอนด้านวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมมาทั้งชีวิต ผมจึงเชื่อโดยสนิทใจว่าการใช้จักรยานสามารถแก้ปัญหาบ้านเมืองได้

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการลดการใช้พลังงาน มลพิษ สุขภาพ เศรษฐกิจชุมชน แม้กระทั่งการมีส่วนร่วม และโลกร้อน  ผมจึงได้รณรงค์เรื่องจักรยานอย่างลุ่มๆดอนๆ มาเป็นเวลานานถึง 35 ปีแล้ว และผมยอมรับว่าผมเคยคิดผิดเรื่องทางจักรยาน โดยเฉพาะที่จะมาสร้างในกรุงเทพมหานครของเรา

Advertisement

ทางด่วนจักรยานพาดผ่านทั้งเมืองกรุงเทพ

ครั้งหนึ่งผมเคยเสนอแนวคิดให้กรุงเทพมหานครจัดทำทางหลวงจักรยานโดยเฉพาะที่ยาวพาดผ่านเมืองในแนวเหนือ–ใต้ และตะวันตก–ตะวันออก แต่ละเส้นมีระยะทางไม่น้อยกว่า 25-30 กิโลเมตร เป็นกึ่งทางด่วนให้คนกทม.เดินทางจากบ้านไปที่ทำงานหรือที่อื่นที่ไกลจากบ้าน แบบที่ใช้รถยนต์ขับไป

ผมได้ทำแผนที่แสดงเส้นทางจักรยานระยะไกลที่ผมคิดว่าเป็นไปได้  จะมีคนมาใช้ทางเป็นประจำและจำนวนมาก เสนอผ่านหนังสือพิมพ์ในสมัยนั้น (ดูแผนที่ที่แนบมา)

ในเวลานั้น ผมคิดว่าหากกรุงเทพฯ มีโครงข่ายทางจักรยานที่ต่อเนื่องและครอบคลุมอาณาเขตทั้งเมือง เลียนแบบที่เห็นในข่าวต่างประเทศ  ประชาชนก็จะสามารถใช้จักรยานเป็นพาหนะในการเดินทางจากพื้นที่หนึ่งไปยังอีกพื้นที่หนึ่งได้ และในที่สุดจักรยานก็จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางในชีวิตประจำวันของคนกรุงเทพฯ แล้วกรุงเทพฯก็จะเป็นเมืองจักรยานดังที่อารยะประเทศเขาเป็นกัน

 

จุดเปลี่ยนที่ทำให้ผมรู้ว่าตัวเองคิดผิด

จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อผมมีโอกาสเดินทางไปร่วมประชุมนานาชาติด้านจักรยานและการออกแบบเมือง ที่ชื่อ Velo-city อันแปลว่าเมืองจักรยาน (velo เป็นภาษาฝรั่งเศส แปลว่าจักรยาน) ครั้งแรกในปีค.ศ. 1995 หรือ 2538 ที่เมือง Basel ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และไปอีกนับสิบครั้งหลังจากนั้น

การประชุมจัดขึ้นโดย European Cyclists’ Federation, ECF ซึ่งเป็นองค์กรที่ทำเรื่องจักรยานอย่างจริงจังในระดับโลกที่ใหญ่ที่สุดและจนบัดนี้ก็ยังใหญ่ที่สุด  ผมได้ไปร่วมประชุมและแลกเปลี่ยนกับคนที่มาประชุม ที่มีทั้งชาวบ้านผู้สนใจ  เอ็นจีโอ นักอนุรักษ์ นักผังเมือง เทศมนตรี ไปจนถึงนักการเมือง จากทุกทวีปแม้กระทั่งอาฟริกา จนในที่สุดได้รับเชิญให้ไปเป็นกรรมการ (ตัวแทนหนึ่งเดียวของเอเชียในตอนนั้น) กับองค์กรนี้

จึงคิดว่าตัวเองเข้าใจในระบบจักรยาน(ที่เป็นมากกว่าทางจักรยาน)มากกว่าเดิมมาก  ได้ไปเห็นเมืองที่มีวัฒนธรรมการใช้จักรยานในชีวิตประจำวันของพลเมืองในเมืองต่างๆ อย่างจริงจัง

ทำให้ผมเข้าใจว่าสิ่งที่เราควรสร้างไม่ใช่ทางจักรยานระยะไกล เพื่อให้ชาวบ้านคนทั่วไปใช้ปั่นข้ามเมือง เพราะนั่นไม่ใช่วิถีชีวิตและความต้องการที่แท้จริงของเขา

สิ่งที่ชาวบ้านคนธรรมดาเขาต้องการคือสภาพแวดล้อมที่ทำให้เขาสามารถใช้จักรยานในระยะทางใกล้ ๆ ไปตลาด ไปซื้อของ ไปต่อรถ ไปทำธุระ ฯลฯ ได้อย่างสะดวก ปลอดภัย และเป็นธรรมชาติ

 

ความแตกต่างระหว่างผู้ใช้จักรยานกับนักจักรยานและนักแข่งจักรยาน

เราต้องยอมรับความจริงอย่างหนึ่งว่าชาวบ้านไม่ใช่นักจักรยาน (cyclist ) ชาวบ้านหรือคนทั่วไปนั้นเขาเป็นผู้ใช้จักรยาน (bicycle user) จึงใช้จักรยานด้วยเหตุผล ความต้องการ และวิถีชีวิต ที่แตกต่างจากคนที่รักการปั่นจักรยานหรือนักแข่งจักรยาน

นักจักรยานอาจมีความสุขกับการปั่นจักรยานไปเที่ยวหรือออกกำลังไกลๆ เป็น 20, 30 หรือ 50 ไปจนถึง 100 กิโลเมตรในวันหยุด ทำให้บางคนเรียกคนกลุ่มนี้ว่า weekend cyclist  แต่สำหรับชาวบ้าน จักรยานอาจมีหน้าที่เพียงพาเขาจากบ้านไปตลาด ไปโรงเรียน ไปสถานีรถไฟฟ้า ไปป้ายรถเมล์ หรือไปทำธุระใกล้บ้านเท่านั้น

ระยะทางอาจเป็นเพียง 1–3 กิโลเมตร และนี่เป็นหัวใจสำคัญของการสร้างเมืองจักรยานให้เกิดขึ้นได้ในบ้านเรา

พูดถึงตรงนี้ก็อดไม่ได้ที่จะลองภูมิว่าเราคิดว่าในประเทศเนเธอร์แลนด์ซึ่งเป็นประเทศที่ได้ชื่อว่าเป็นประเทศแห่งจักรยานนั้น คนเนเธอร์แลนด์ใช้จักรยานเฉลี่ยวันละกี่กิโลเมตร

ทายได้เลยว่าร้อยละร้อยตอบผิด  เพราะคงตอบกันว่า 50, 70 หรือ 100 กิโลเมตร  แต่ข้อมูลทางการวิจัยที่ไม่โกหก คือ เฉลี่ยเพียงวันละ 2 ถึง 3 กิโลเมตรในทุกช่วงกลุ่มอายุ ยกเว้นกลุ่มวัยรุ่นที่ใช้จักรยานมากหน่อย แต่ก็ไม่มากดังที่คิด คือเพียง 6 กิโลเมตรเศษต่อวันเท่านั้น (ดู infographic ดังแนบ, เครดิต : Dutch Cycli