หน้าแรก บทความ นวัตกรรมเครื่...

นวัตกรรมเครื่องมือแพทย์ไทย สู่การทดแทนการนำเข้าและขยายตลาดสากล

25.09.26 | 12:15 น.

นวัตกรรมเครื่องมือแพทย์ไทย สู่การทดแทนการนำเข้าและขยายตลาดสากล


การพัฒนาอุตสาหกรรมเครื่องมือแพทย์ของไทยไม่ได้มุ่งเพียงการสร้างผลงานวิจัยใหม่ แต่ยังให้ความสำคัญกับการผลักดันองค์ความรู้จากห้องปฏิบัติการสู่การใช้งานจริงในระบบสาธารณสุข “แผ่นโลหะและสกรูดามกระดูก” ถือเป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ชิ้นสำคัญสำหรับการรักษากระดูกหักจากอุบัติเหตุ และเป็นหนึ่งในรายการที่มีมูลค่าการเบิกจ่ายสูงเป็นอันดับต้นๆ ของกองทุนสุขภาพภาครัฐ รวมกว่า 1,000 ล้านบาทต่อปี

หนึ่งในงานวิจัยที่เห็นผลเป็นรูปธรรมคือ แผ่นโลหะดามกระดูกชนิด Locking Plate และ Locking Screw ของบริษัท ดิจิทัล ออร์โธปิดิกส์ โซลูชัน จำกัด (DiOS) ซึ่งเกิดจากความร่วมมือระหว่างนักวิจัยเอ็มเทค สวทช. และศัลยแพทย์ออร์โธปิดิกส์ โดยมีจุดเริ่มต้นจากการรับฟังปัญหาในเวชปฏิบัติจริง

ในอดีต ไทยต้องพึ่งพาการนำเข้าอุปกรณ์ประเภทนี้เป็นหลัก แต่รูปทรงและขนาดของอุปกรณ์บางส่วนไม่สอดคล้องกับสรีระของคนไทย ศัลยแพทย์จึงต้องดัดแผ่นโลหะเพิ่มเติมระหว่างผ่าตัดเพื่อให้แนบรับกับกระดูกได้ดีขึ้น ด้วยเหตุนี้ ทีมวิจัยและแพทย์จึงได้ร่วมกันนำข้อมูลทางกายวิภาคของคนไทยมาใช้ในการออกแบบแผ่นโลหะดามกระดูก เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการรักษา และลดความยุ่งยากในห้องผ่าตัด

Advertisement

ทั้งนี้ กระบวนการพัฒนาไม่ได้อาศัยเพียงองค์ความรู้ด้านวิศวกรรมหรือวัสดุศาสตร์เท่านั้น แต่ยังผสานประสบการณ์ตรงจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ทั้งด้านกระดูกข้อมือ หัวไหล่ ต้นขา และหน้าแข้ง ทำให้อุปกรณ์ที่พัฒนาตอบโจทย์การใช้งานในตำแหน่งต่างๆ อย่างเหมาะสม

ปัจจุบันบริษัทมีผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนี้ 4 รายการ ที่นำไปใช้งานจริงแล้วเกือบ 1,000 เคสในโรงพยาบาลทั้งรัฐและเอกชนทั่วประเทศ ซึ่งผลตอบรับจากแพทย์ยืนยันว่าผลิตภัณฑ์มีคุณภาพเทียบเท่าสินค้านำเข้า มีจุดเด่นด้านการเข้ากับสรีระผู้ป่วยไทย ช่วยลดภาระและเวลาในการปรับแต่งอุปกรณ์ขณะผ่าตัดได้ดี

อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการเครื่องมือแพทย์ไทยยังคงเผชิญความท้าทายหลายด้าน ทั้งการแข่งขันกับแบรนด์ต่างชาติที่ได้รับการยอมรับและผู้ผลิตต่างประเทศที่มีต้นทุนต่ำกว่า กลุ่มวิจัยวัสดุและอุปกรณ์เฉพาะทางชีวภาพ เอ็มเทค สวทช. จึงเข้ามาสนับสนุนผู้ประกอบการตั้งแต่การวิจัยและพัฒนา การถ่ายทอดเทคโนโลยี การสร้างเครือข่ายทางการแพทย์ ไปจนถึงการประชาสัมพันธ์เพื่อยกระดับความน่าเชื่อถือ

ขณะเดียวกัน ภาครัฐควรผลักดันนโยบายจัดซื้อจัดจ้างอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อเปิดโอกาสให้นวัตกรรมไทยสามารถแข่งขันและเข้าสู่การใช้งานในโรงพยาบาลได้ในวงกว้าง ขณะที่บริษัทกำลังวางแผนขยายตลาดไปยังญี่ปุ่นและกลุ่มประเทศอาเซียน การยกระดับมาตรฐานและระบบคุณภาพการผลิตสู่ระดับสากลจึงเป็นก้าวสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน

ความสำเร็จของโครงการนี้ไม่เพียงสะท้อนศักยภาพของงานวิจัยไทยเท่านั้น แต่ยังพิสูจน์ว่าความร่วมมือระหว่างภาควิจัย การแพทย์ และภาคเอกชน สามารถสร้างนวัตกรรมที่นำไปสู่การใช้งานจริง สร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ ลดการนำเข้า และเพิ่มโอกาสในการส่งออกเครื่องมือแพทย์ของไทยได้อย่างแท้จริง