หน้าแรก บทความ ฝันร้ายของชาว...

ฝันร้ายของชาวพุทธ หยุดกันได้หรือยัง?

26.09.26 | 09:27 น.

ฝันร้ายของชาวพุทธ
หยุดกันได้หรือยัง?


กลายเป็นข่าวร้ายและฝันร้ายในวงการคณะสงฆ์เมื่ออดีตพระเถระพระสังฆาธิการที่มีสมณศักดิ์สูงประพฤติผิดพระธรรมวินัยอย่างร้ายแรงและประพฤติผิดเบียดบังเอาทรัพย์สินเงินทองของวัดไปใช้ส่วนตัวซึ่งมีมูลค่ามหาศาลอย่างที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน ถูกร้องเรียนจนเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้รักษากฎหมายบ้านเมืองบุกเข้าจับกุมภายในกุฏิขณะที่กำลังฉันภัตตาหารเช้าอยู่ ได้สร้างความงุนงงให้กับผู้บริโภคข่าวสารและในหมู่ชาวพุทธอย่างยิ่ง ถึงแม้ว่าคดีจะยังไม่สิ้นสุดแต่ความชั่วก็ปรากฏชัดที่สามารถบ่งบอกได้ว่าอดีตนักบวชท่านนั้นประพฤติผิดทั้งศีลธรรมและกฎหมายบ้านเมืองอย่างชัดเจน จนชาวพุทธต้องอ้าปากค้างอย่างที่คาดคิดไม่ถึงว่าจะเป็นไปได้เช่นนั้น

ความเสื่อมโทรมทางพระพุทธศาสนาอันเกิดขึ้นจากนักบวชในพระพุทธศาสนาประพฤติผิดเสียเอง อย่างเช่นปีที่ผ่านมาก็เป็นพระเถระผู้ใหญ่ประพฤติผิดพระธรรมวินัยและกฎหมายบ้านเมือง ช่วงแรกของปีเป็นการประพฤติผิดเพียงตัวบุคคลกับทรัพย์สินเงินทองและสีกาท่านหนึ่ง พอเข้าพรรษาไปแล้วยิ่งหนักไปกว่านั้นเมื่อมีสีกาคนหนึ่งได้ประพฤติผิดศีลธรรมอันดีงามกับพระเถระอีกหลายรูปในคราเดียวกัน ทำให้พระเถระผู้ปกครองและผู้นำหลายรูปต้องถูกจับให้ลาสิกขาไป ถูกดำเนินคดีเกี่ยวกับทรัพย์สินเงินทอง เหตุการณ์ในปีที่ผ่านมานั้นได้กลายเป็น “ฝันร้ายของชาวพุทธและชาวบ้าน” ที่ยังไม่เลือนหายจากไป พอมากลางพรรษาปีนี้กลับเกิดเหตุร้ายอันแสนเจ็บปวดอีกกรณีหนึ่งและน่าจะถือว่าหนักที่สุดที่ได้กระทบต่อความศรัทธาความเลื่อมใสของชาวพุทธ ที่น่าละอายใจยิ่งกว่าไหนๆ คือการนำเอาภาพเคลื่อนไหวภายในกุฏิของอดีตนักบวชดังกล่าวมาเผยแพร่ผ่านโซเชียลในอิริยาบถสองต่อสองกับสตรีเพศอย่างโจ๋งครึ่มจนต้องจำนนต่อหลักฐานของการกระทำผิดในพระธรรมวินัยอย่างร้ายแรงจนขาดจากความเป็นพระไปในที่สุด โดยที่ไม่ต้องอ้างว่า “ถูกกลั่นแกล้งหรือถูกใส่ร้าย” เหมือนที่เคยสมอ้างมาในหลายๆ กรณีในอดีต บัดนี้หลักฐานที่ชัดเจนเป็นการบ่งบอกถึงการกระทำที่แท้จริงแล้ว การจำยอมโดยไม่มีข้ออ้างใดๆ ทั้งสิ้นจึงเป็นการมัดตัวในการกระทำความผิดอย่างแท้จริง

ที่หนักไปกว่านั้นคือชาวพุทธหรือชาวบ้านได้ทำเอไอผ่านโซเชียลล้อเลียนอย่างไม่กลัวบาปกรรมกันต่อไปแล้ว นั่นแสดงให้เห็นชัดเจนถึงหัวอกของชาวบ้านและชาวพุทธว่ารับต่อไปไม่ไหวแล้ว เหรียญรุ่นนั้นรุ่นนี้มีภาพเป็นเช่นนี้ ข้อความบรรยายความขลังกลายเป็นความหยาบโลน สองแง่สองง่าม ส่วนมากสื่อให้เห็นว่า “พระกับสีกา” มีอะไรทางเพศกัน ซึ่งเป็นสิ่งที่รับไม่ได้จริงๆ ที่ผ่านมาชาวบ้านและชาวพุทธได้ทำบุญกับพระภิกษุหรือนักบวชในพระพุทธศาสนาก็เชื่อในเรื่องของกรรมดีหรือบุญกุศลเป็นหลัก จึงได้ถวายปัจจัยสี่กับพระภิกษุอีกทั้งนักบวชก็อยู่ภายในวัดวาอาราม ครองเพศเป็นบรรพชิต ไม่เกี่ยวข้องกับชีวิตครอบครัวในลักษณะสามีภรรยา การละเว้นจากกามทุกชนิด ไม่ผิดศีลข้อที่สามของชาวบ้านและชาวพุทธ นี่จึงเป็นจุดที่ชาวบ้านต่างกราบไหว้พระภิกษุทำบุญให้กับพระภิกษุอย่างสนิทใจ แต่พอมาถึงวันนี้ชาวบ้านและชาวพุทธรับไม่ได้จริงๆ ถึงการกระทำของนักบวชบางรูปจนสร้างความเสื่อมศรัทธาอย่างชัดเจน คงยากที่จะสร้างความศรัทธาให้กับผู้นับถือในอดีตกลับคืนมาได้ ถึงแม้ว่าจะเป็นการกระทำของตัวบุคคลเพียงคนเดียวหรือไม่ก็ตาม มันกลายเป็นฝันร้ายของชาวพุทธไปเสียแล้ว การจะกู้ภาพที่ดีให้กลับคืนมาได้มันยากเสียแล้ว ต้องใช้ความชัดเจน ความมั่นคง ความอดทนและระยะเวลาจึงจะสามารถเรียกศรัทธาให้กลับคืนมาได้ คนเราเมื่อเกิดศรัทธาเสื่อมแล้วอะไรๆ มันก็พลอยเสื่อมไปหมด จึงบ่งบอกได้ชัดเจนว่า “ปลาตัวเดียวเน่าหมดข้อง”

Advertisement

การป้องกันและแก้ไขจึงเป็นด่านสำคัญในการแก้ไขที่ถูกทาง ก่อนหน้านั้นเราใช้กฎหมายและกฎทางสังคมหลายข้อในการป้องกันมิให้คนที่เคยก่อคดีความเข้ามาบวชในพระพุทธศาสนา คัดกรองผู้ที่อาจจะเกี่ยวข้องกับยาเสพติดมิให้เข้ามาบวชในพระพุทธศาสนา ป้องกันการแพร่ระบาดของยาบ้า ยาเสพติดชนิดต่างๆ จนสร้างความมัวหมองให้กับพระพุทธศาสนาก็ถือว่าเป็นการป้องกันและแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุได้อย่างดีถึงแม้ว่าจะมีเล็ดลอดมาบ้างก็ตาม จึงจำเป็นต้องช่วยกันดูแลสอดส่องให้เป็นไปอย่างต่อเนื่องและรัดกุมเพื่อมิให้เกิดเหตุร้ายขึ้นมาในวงการผ้าเหลืองและในพระพุทธศาสนาของเราอีก การบริหารภายในวัดจะต้องเข้มแข็งผสมผสานไปด้วยความเมตตาปรานี การเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ระหว่างบ้านกับวัดให้เป็นไปอย่างบริบูรณ์ บ้านก็ช่วยอุปถัมภ์ค้ำจุนวัดให้เป็นไปด้วยดี ช่วยกันตรวจสอบอย่างสม่ำเสมอ มิให้ผู้พักอาศัยอยู่ภายในวัดวาอารามประพฤติผิดพระธรรมวินัยหรือประพฤติผิดกฎหมายบ้านเมืองซึ่งจะเป็นผลเสียต่อส่วนรวมทั้งวัดและชุมชน การปรบมือข้างเดียวคงไม่ดัง วัดกับบ้านจะได้อยู่อย่างมีความสุขและมีความจำเป็นต้องพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน ทั้งนี้ พระก็คือลูกหลานของชาวบ้าน วัดก็คือวัดของหมู่บ้านดังโบราณกล่าวไว้ว่า “วัดจะดีมีหลักฐานเพราะบ้านช่วย บ้านจะสวยเพราะมีวัดดัดนิสัย บ้านกับวัดผลัดกันช่วยยิ่งอวยชัย ถ้าขัดกันก็บรรลัยทั้งสองทาง”

เมื่อฝันร้ายของชาวพุทธและชาวบ้านเกิดขึ้นติดต่อกันในเวลาสองปีนี้ คงเป็นบทเรียนอันยิ่งใหญ่ของพระภิกษุผู้ทำหน้าที่เผยแผ่พระธรรมคำสอนของพระพุทธองค์และผู้ดำรงพระพุทธศาสนาที่จะต้องตระหนักสำเหนียกในความบกพร่องความล้มเหลวของการไม่ประพฤติตนอยู่ในหลักพระธรรมวินัยที่พระพุทธองค์ได้ตรัสสอนไว้ ยิ่งพระที่มีโอกาสและมีอำนาจในพระพุทธศาสนาก็ยิ่งตระหนักยึดหลักพระธรรมวินัยเป็นที่ตั้ง ยึดเอาหลักพระธรรมคำสอนของพระพุทธองค์มาประพฤติปฏิบัติในชีวิตประจำวัน ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดเป็นบุญกุศลหรือคุณงามความดี บุญบารมีให้ตกถึงชาวพุทธและชาวบ้าน จนกลายเป็น “เนื้อนาบุญของโลก” พระพุทธศาสนาจะมั่นคงและอยู่ได้ก็เพราะพระภิกษุเป็นเนื้อนาบุญของชาวบ้านและชาวพุทธนี่เอง พุทธบริษัทเท่านั้นที่จะเป็นผู้รักษาไว้ซึ่งพระพุทธศาสนา ขอพุทธบริษัทจงตรวจสอบซึ่งกันและกัน จงคุ้มครองซึ่งกันและกัน จงช่วยกันรักษาไว้ซึ่งพระธรรมและพระวินัยของพระพุทธองค์ อย่าได้คิดว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะเข้ามาทำลายซึ่งกันและกัน การดูแล การตรวจสอบ การช่วยกันรักษาไว้จึงจะเกิดประโยชน์ต่อส่วนรวม ฝันดีที่สดใสก็จะเกิดขึ้นกับชาวบ้านและชาวพุทธกันอย่างถ้วนหน้า จนสร้างความมั่นคงให้กับพระพุทธศาสนาของเรา แสงทองก็จะส่องผ่องอำไพ ก่อให้ทุกชีวิตมีความสุข มีความสงบ มีความร่มเย็นและสามารถดับเข็ญความทุกข์ยากด้วยหลักธรรมของพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง…

คงจะไม่มีเวลาที่จะไปชี้โทษคนใดคนหนึ่งหรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งกันต่อไปอีกแล้ว นอกจากต่างฝ่ายต่างทำหน้าที่ของตนเองให้สมบูรณ์ ให้ครบถ้วน เมื่อพบเห็นสิ่งใดที่ไม่ถูกต้องตามหลักพระธรรมวินัยก็จำเป็นต้องเข้าไปตักเตือนให้ได้สติซึ่งกันและกัน และผู้ถูกตักเตือนแล้วก็ขอให้สำนึกในความถูกต้องความดีความชั่วแล้วกลับใจกลับตัวเสียใหม่และทันที ไม่ต้องให้ความชั่วนั้นได้มัวหมองหรือขยายวงกว้างออกไป สร้างความเสียหายหรือความเสื่อมเสียจนสุดจะยับยั้งไว้ได้ สุดท้ายก็เน่ากันทั้งวงการและหมู่คณะก็เพราะการกระทำของบุคคลเพียงคนเดียวหรือไม่กี่คน ขอให้เอาบทเรียนในอดีตมาสอนตัวเราใจเราในปัจจุบันว่าอย่าได้เพลี่ยงพล้ำเหมือนในอดีตชีวิตของเราก็จะล่มจม ชื่อเสียงวงศ์ตระกูลก็จะเสียหาย ญาติพี่น้องก็ไม่รู้ว่าจะเอาหน้าไปไว้ไหน เสียหายและเสื่อมทั้งตระกูลและสังคมของบุคคลนั้นๆ ถึงเวลาที่จะต้องมาเริ่มต้นกันใหม่ก่อนที่จะไม่มีอะไรจะให้เริ่มต้นกัน…

ความใฝ่ฝันของชาวพุทธที่ตื่นเช้ามาแต่ละวันจะได้กราบและไหว้พระรัตนตรัยอย่างเต็มใจเต็มอิ่ม พระพุทธคือองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าซึ่งเป็นพระศาสดาของศาสนาพุทธ พระธรรมคือคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าที่เราได้นำมาประพฤติปฏิบัติในชีวิตประจำวันจนเกิดความสุขความร่มเย็นในชีวิต พระสงฆ์คือผู้สืบทอดพระพุทธศาสนา ผู้รักษาไว้ซึ่งศรัทธาของชาวพุทธในปัจจุบัน มีความสดใส มีความสง่างาม มีความเรืองรองเปรียบเสมือนฟ้าใหม่ของชีวิตจิตใจ ศาสนามิได้เสื่อมแต่ผู้ปฏิบัติในศาสนาเสื่อมกันเอง จึงไม่ควรใส่ร้ายหรือชี้โทษคนใดหรือฝ่ายใดอีกต่อไป หันมาประพฤติปฏิบัติตามหลักพระธรรมวินัยคือสั่งสอนของพระพุทธองค์อย่างสม่ำเสมอ ผู้มีบทบาทใดในศาสนาก็ขอให้ทำหน้าที่และบทบาทนั้นให้สมบูรณ์ อย่าให้กิเลสคือความโลภความโกรธและความหลงเข้าครอบงำเพราะเป็นธรรมะฝ่ายต่ำหรือฝ่ายชั่ว พระพุทธศาสนาจะอยู่ได้และจะมีอยู่ต่อไปก็เพราะชาวไทยและชาวพุทธช่วยกันรักษาไว้สังคมไทยของเรา

ฝันร้ายของชาวพุทธ ขอให้หยุดกันได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ขอทุกท่านอย่าได้ทำความชั่ว ขอจงทำแต่ความดี ขอจงทำจิตใจให้ผ่องใส ขอให้ใช้ชีวิตที่อยู่ในกรอบศีลธรรมอันดีงามของพระพุทธศาสนา ขอให้นักบวชจงครองสมณเพศอยู่ในหลักพระธรรมวินัยอย่างเคร่งครัด จะได้กลายเป็นเนื้อนาบุญของชาวบ้าน อย่าให้ชาวบ้านกราบไหว้ผ้าเหลืองเพียงห่มตัวคนเท่านั้น ขอให้ชาวบ้านได้กราบไหว้ผ้าเหลืองในเพศพรหมจรรย์อันเป็นอุดมสูงสุดในชีวิต อย่าได้อาศัยผ้าเหลืองหากินแล้วทำลายพระพุทธศาสนาเสียเอง ขอจงละอายต่อบาปทั้งในปัจจุบันและอนาคต “ยศและลาภหาบไปไม่ได้แน่ เว้นเสียแต่ต้นทุนบุญกุศล…ร่างของตนเขายังเอาไปเผาไฟ”

ขอให้ชาวบ้านและชาวพุทธทุกคนทุกฝ่ายอย่าได้เกิดศรัทธาคลอนแคลน ขอจงมุ่งมั่น ช่วยกันรักษาพระธรรมวินัยคำสั่งสอนของพระพุทธองค์ ช่วยกันปฏิบัติตามหลักธรรมคำสอนของพระพุทธองค์ ช่วยกันสอดส่องดูแลมิให้บุคคลใดละเมิดพระธรรมวินัย ช่วยกันขจัดมารของพระพุทธศาสนาและเหลือบหากินกับพระพุทธศาสนา ฝันร้ายของชาวพุทธก็จะกลายเป็นฝันดีในวันข้างหน้า…พระพุทธศาสนาเป็นของทุกคน ชาวพุทธเท่านั้นที่จะช่วยกันจรรโลงพระพุทธศาสนาให้อนุชนรุ่นหลังได้สืบทอดจากพวกเราไป…

พระครูจินดาสุตานุวัตร
(พระมหาสมัย จินฺตโฆสโก)
ประธานมูลนิธิกลุ่มแสงเทียน และเจ้าอาวาสวัดบางไส้ไก่ กทม.