ทิศทางพลังงานนิวเคลียร์โลก…อิตาลีผ่านร่างกฎหมายวางรากฐานการฟื้นฟูพลังงานนิวเคลียร์ในรอบ 40 ปี มุ่งเป้าเทคโนโลยี SMR
เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2569 รัฐสภาอิตาลีได้มีมติอนุมัติขั้นสุดท้ายต่อกฎหมายที่วางกรอบสำหรับการนำพลังงานนิวเคลียร์กลับมาใช้ในประเทศอีกครั้ง ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายครั้งสำคัญ หลังจากอิตาลีได้ยุติโครงการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ไปตั้งแต่ปี 2529 ภายหลังเหตุการณ์เชอร์โนบิล
สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ (ปส.) ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลความปลอดภัยทางนิวเคลียร์และรังสีของประเทศไทย ได้ติดตามความเคลื่อนไหวทางเทคโนโลยีและนโยบายด้านพลังงานนิวเคลียร์ในระดับสากลอย่างใกล้ชิด การปรับเปลี่ยนนโยบายของอิตาลีในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มของภูมิภาคยุโรปที่กลับมาทบทวนบทบาทของพลังงานนิวเคลียร์ เพื่อตอบสนองต่อความมั่นคงทางพลังงานและเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Decarbonization)
ร่างกฎหมายดังกล่าวเสนอโดยกระทรวงสิ่งแวดล้อมและความมั่นคงด้านพลังงานของอิตาลี โดยมีสาระสำคัญที่มุ่งเน้นการเตรียมความพร้อมด้านการกำกับดูแลและโครงสร้างพื้นฐาน มากกว่าการอนุมัติก่อสร้างในทันที ซึ่งประกอบด้วยประเด็นสำคัญที่สอดคล้องกับมาตรฐานความปลอดภัยสากล ได้แก่
1. การกำกับดูแลความปลอดภัย (Safety and Regulation): การกำหนดมาตรฐานการก่อสร้างและเดินเครื่องโรงไฟฟ้า
2. การเลือกสถานที่ตั้ง (Siting) และกระบวนการอนุญาต (Licensing): การวางเกณฑ์ที่รัดกุมก่อนเข้าสู่ขั้นตอนการก่อสร้าง
3. การจัดการกากกัมมันตรังสี (Radioactive Waste Management): การวางแผนจัดการเชื้อเพลิงใช้แล้วอย่างปลอดภัย
4. การวิจัยและพัฒนา (R&D): การต่อยอดเทคโนโลยี รวมถึงการใช้พลังงานนิวเคลียร์เพื่อผลิตไฮโดรเจน
ถือเป็นการมุ่งเป้าสู่เทคโนโลยีเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR)
สิ่งที่น่าจับตามองในนโยบายนี้ คือการให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็กแบบโมดูลาร์ (Small Modular Reactor: SMR) และเทคโนโลยีนิวเคลียร์ยุคใหม่ (Advanced Nuclear Technologies) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ทั่วโลก
รวมถึงประเทศไทยกำลังศึกษา เนื่องจากมีจุดเด่นด้านความปลอดภัยเชิงรับ (Passive Safety) ความยืดหยุ่นในการติดตั้ง และใช้เงินลงทุนตั้งต้นน้อยกว่าโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ดั้งเดิม
รัฐบาลอิตาลีตั้งเป้าหมายที่จะจัดทำกฎระเบียบและข้อบังคับที่เกี่ยวข้องให้แล้วเสร็จภายในปี 2569 โดยประเมินว่า หากกระบวนการทางกฎหมาย การคัดเลือกเทคโนโลยี และการพิจารณาใบอนุญาตเป็นไปตามแผน อิตาลีอาจสามารถเริ่มผลิตไฟฟ้าจากพลังงานนิวเคลียร์ได้ภายในปี 2576–2577

ในมุมมองจากสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ กรณีศึกษาของประเทศอิตาลีแสดงให้เห็นว่า การเตรียมความพร้อมด้านกฎหมายและโครงสร้างพื้นฐานการกำกับดูแล (Regulatory Framework) คือก้าวแรกที่สำคัญที่สุดก่อนการนำเทคโนโลยีนิวเคลียร์มาใช้ สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ จะยังคงบูรณาการความร่วมมือกับทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) และติดตามความก้าวหน้าของเทคโนโลยี SMR ตลอดจนรูปแบบการกำกับดูแลในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมความพร้อมด้านองค์ความรู้และมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดสำหรับบริบทของประเทศไทยในอนาคต และประเทศไทย สำนักงาน ปรมาณูเพื่อสันติ กระทรวง อว. ได้ดำเนินการเรื่อง กฎหมายที่เกี่ยวข้องเป็นที่เรียบร้อยแล้ว อยู่ระหว่างการเสนอ คณะรัฐมนตรีและรัฐสภาต่อไป สำหรับอนุบัญญัติที่เกี่ยวข้อง ได้ดำเนินการ ควบคู่กันไป ครับ
ข้อมูลอ้างอิง: ANSA, Japan Today / Associated Press (23 กันยายน 2569)

