china watch : เมื่อปักกิ่งปักธงวอชิงตัน

28.09.26 | 12:20 น.
china watch : เมื่อปักกิ่งปักธงวอชิงตัน

การเยือนสหรัฐของ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ถือเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อการสร้าง “ความสัมพันธ์จีน-สหรัฐเชิงยุทธศาสตร์ที่มีเสถียรภาพ” แต่ความหวังต่อผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมจากการประชุมสุดยอด “สี-ทรัมป์ 2” ยังคงอยู่ในระดับจำกัด เพราะรากฐานของเสถียรภาพเชิงยุทธศาสตร์ของสองประเทศ มิได้ตั้งอยู่บนความปรารถนาดีของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หากขึ้นอยู่กับดุลอำนาจและความสามารถในการรับมือแรงกดดันระหว่างกัน


ทว่า เสถียรภาพมิได้หมายถึงการสิ้นสุดการแข่งขัน ความพยายามของวอชิงตันในการรักษาความได้เปรียบทางเทคโนโลยี โดยเฉพาะการจำกัดความสามารถการพัฒนา AI ของจีน ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดทิศทางความสัมพันธ์ต่อไป มาตรการควบคุมเทคโนโลยีและการแข่งขันจึงมีแนวโน้มเดินหน้าต่อเนื่อง แม้ทั้งสองฝ่ายจะสามารถรักษาระดับความสัมพันธ์ให้มีเสถียรภาพได้ก็ตาม แต่ “ความร่วมมือ” และ “การแข่งขัน” ยังคงดำเนินไปพร้อมกัน การประชุมสุดยอดอาจเป็นเพียงการช่วยสร้างพื้นที่สำหรับการบริหารความขัดแย้ง แต่มิได้หมายความว่าการแข่งขันเชิงยุทธศาสตร์ระหว่างสองมหาอำนาจจะยุติลง โดยเฉพาะในสมรภูมิเทคโนโลยีซึ่งกำลังกลายเป็นหนึ่งในตัวแปรสำคัญที่สุดของดุลอำนาจโลก

การเยือนสหรัฐครั้งล่าสุดของ สี จิ้นผิง เมื่อเดือนกันยายน 2015 ใช้เวลา 7 วัน พบ อดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา เข้าร่วมประชุมสหประชาชาติ และไปซีแอตเทิลเพื่อพบผู้แทนภาคธุรกิจ แต่การเยือนครั้งนี้มีเพียง 3 วัน มุ่งเน้นกิจกรรมในกรุงวอชิงตันเป็นหลักเมื่อพิจารณาการเยือนจีนของ “ทรัมป์” เมื่อเดือนพฤษภาคมก็เป็นเวลา 3 วันเช่นกัน จึงเป็นการจัดตารางเยือนที่อยู่บนพื้นฐานของ “ความเท่าเทียมระหว่างสองฝ่าย”

ปี 2015 แม้ทำเนียบขาวจัดพิธีต้อนรับอย่างสมเกียรติ แต่การต้อนรับครั้งนี้มีระดับพิธีการสูงกว่าเป็นพิเศษ โดยทรัมป์เดินทางไปต้อนรับด้วยตนเองที่สนามบิน ขณะที่พิธีต้อนรับยังมีการจัดเครื่องบินรบและเครื่องบินทิ้งระเบิดบินผ่านน่านฟ้าเพื่อเป็นการให้เกียรติ และสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการประชุมสุดยอด

Advertisement

พลันที่เดินทางถึงสหรัฐ สี จิ้นผิง ได้เผยแพร่เอกสารกำหนดเป้าหมาย โดยเน้นการขยายเนื้อหาของ “ความสัมพันธ์จีน-สหรัฐเชิงยุทธศาสตร์ที่มีเสถียรภาพและสร้างสรรค์” อีกทั้งเพิ่มพื้นที่สำหรับความร่วมมือในด้านอื่นที่สำคัญ อันเกี่ยวกับการผลักดันให้ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศมีลักษณะ “ความร่วมมือเป็นหลัก การแข่งขันอยู่ในขอบเขต ความแตกต่างสามารถควบคุมได้ และสันติภาพมีความเป็นไปได้”

ทั้งนี้ เพื่อสามารถอยู่ร่วมกันของมหาอำนาจทั้งสองจากสงครามการค้าสู่ “เสถียรภาพเชิงยุทธศาสตร์”

หนึ่งในผลลัพธ์สำคัญที่สุดจากการประชุมของสองประมุข เมื่อเดือนพฤษภาคม คือความเห็นร่วมกันในการสร้าง “ความสัมพันธ์จีน-สหรัฐเชิงยุทธศาสตร์ที่มีเสถียรภาพและสร้างสรรค์” ซึ่งถือเป็นกรอบยุทธศาสตร์ที่กำลังเข้าสู่ระยะใหม่เมื่อเปรียบเทียบสภาพแวดล้อมระหว่างประเทศอาจทำให้วอชิงตันมีพื้นที่จำกัดในการเปิดแนวรบกับจีน เพราะความตึงเครียดสหรัฐกับอิหร่าน ท่าทีแข็งกร้าวยังสร้างความไม่ไว้วางใจในประเทศตะวันตก และการเดินสายรวบรวมแนวร่วมเพื่อกดดันจีนจึงมีความลำบาก อีกประการหนึ่ง สหรัฐกำลังเข้าสู่ช่วงนับถอยหลังของการเลือกตั้งกลางเทอม “ทรัมป์” จึงต้องให้ความสำคัญกับปัญหาในประเทศและสถานการณ์ตะวันออกกลาง การสร้างความขัดแย้งรอบใหม่กับจีนจึงมิใช่ทางเลือกที่วอชิงตันต้องการในขณะนี้

สำหรับจีน ความสัมพันธ์ที่มีเสถียรภาพกับสหรัฐ ก็เป็นประโยชน์ต่อการมุ่งเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจภายในประเทศ ปัจจัยเหล่านี้จึงกลายเป็นเงื่อนไขที่เอื้อต่อการผลักดันการ “ประชุมสุดยอดสี-ทรัมป์”

อนุสนธิจากการประชุมครั้งก่อน คือขยายเนื้อหาของ “ความสัมพันธ์จีน-สหรัฐเชิงยุทธศาสตร์ที่มีเสถียรภาพและสร้างสรรค์” ซึ่งครอบคลุมด้วยภาษี การค้า ปัญญาประดิษฐ์ สงครามอิหร่าน และไต้หวัน

คำกล่าวของ สี จิ้นผิง ที่เน้น “ความร่วมมือเป็นหลักการแข่งขันอยู่ในขอบเขต” นั้นสะท้อนความคาดหวังของจีนต่อทิศทางความสัมพันธ์ในอนาคต สำหรับนักการเมืองสายเหยี่ยวของอเมริกัน มองแนวคิดเรื่อง “เสถียรภาพเชิงยุทธศาสตร์” ว่าเป็นเพียงกลยุทธ์ชั่วคราวเพื่อซื้อเวลาในการปรับโครงสร้างห่วงโซ่อุปทาน ลดการพึ่งพาจีน โดยเฉพาะด้านแร่หายาก และเร่งสร้างความได้เปรียบในอุตสาหกรรม ปัญญาประดิษฐ์ ดังนั้น สนามแข่งขันที่สำคัญที่สุดระหว่างจีนกับสหรัฐในระยะต่อไปอาจมิได้จำกัดอยู่เพียงการค้าและภาษี แต่กำลังขยับเข้าสู่ปัญญาประดิษฐ์อย่างเต็มรูปแบบ อันเป็นการสกัดการเติบโตด้านปัญญาประดิษฐ์ของจีน

พอสรุปได้ว่า “ความร่วมมือ” เป็นเพียงวลีที่สวยหรูแต่ภายใต้กรอบแห่งความสัมพันธ์ใหม่ ความร่วมมือและการแข่งขันยังคงดำเนินควบคู่กันไป และ AI มีแนวโน้มกลายเป็นหนึ่งในสมรภูมิสำคัญและดุเดือดที่สุดของการแข่งขันระหว่างสองมหาอำนาจ โปรดติดตามด้วยความระทึกในดวงหทัยโดยพลัน