หน้าแรก บทความ สะพานแห่งกาลเ...

สะพานแห่งกาลเวลา : เรื่องใหม่ของ‘ทีเร็กซ์’

4.10.26 | 12:13 น.

สะพานแห่งกาลเวลา : เรื่องใหม่ของ‘ทีเร็กซ์’


รายงานวิจัยชิ้นใหม่เกี่ยวกับ ทีเร็กซ์ ไดโนเสาร์ที่เรารู้จักคุ้นเคยกันดีที่สุด ดูเหมือนจะเปลี่ยนภาพ เปลี่ยนมุมมองของเราต่อมันไปโดยสิ้นเชิง เมื่อทีมวิจัยไม่ได้คิดว่ามันเป็นสัตว์เลื้อยคลานเลือดเย็นอีกต่อไป แต่ตรงกันข้าม กลับเป็นสัตว์เลือดอุ่น อุณหภูมิร่างกายของมันใกล้เคียงกับอุณหภูมิปกติของร่างกายมนุษย์เราอย่างยิ่ง คือ 36.3 องศาเซลเซียส ในขณะที่ของมนุษย์คือ 37 องศาเซลเซียส

รายงานผลการวิจัยดังกล่าวซึ่งตีพิมพ์เผยแพร่ผ่านวารสารวิชาการ “ไซนซ์ แอดวานซ์” เมื่อทีมวิจัยที่นำโดย อาห์รัดนา ไตรปาที (Aradhna Tripati) นักวิชาการด้านวิทยาศาสตร์โลก ออกมายืนยันว่า ด้วยการค้นพบใหม่นี้ ทำให้ ไทรันโนซอรัส เร็กซ์ หรือ “ทีเร็กซ์” ของเรา ไม่ใช่สัตว์เลื้อยคลานอย่างที่เราเคยคิดกันไว้อีกต่อไปแล้ว เพราะสัตว์อะไรก็ตามที่อุณหภูมิร่างกายสูงถึงขนาดนั้น ไม่จำเป็นต้องรอพึ่งแสงแดดเพื่อให้ร่างกายอบอุ่นอีกต่อไปแล้ว

นั่นหมายความว่า ไดโนเสาร์ที่เคยครองโลกในพื้นที่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของทวีปอเมริกาในยุคครีตาเซียส หรือราว 66 ล้านปีก่อน ที่นักวิทยาศาสตร์พบฟอสซิลของมันมากมาย ตั้งแต่ในเมืองอัลเบอร์ทา ในแคนาดา เรื่อยมาจนถึงพื้นที่รัฐมอนทานา, ดาโกตา, นิวเม็กซิโกและเท็กซัส ของสหรัฐอเมริกา

Advertisement

ไตรปาทีอธิบายว่า จากการทำแบบจำลองสภาพอากาศแสดงให้เห็นว่า ทีเร็กซ์ สามารถอาศัยอยู่ได้ในพื้นที่ส่วนใหญ่ของทวีปอเมริกา รวมทั้งในดินแดนที่หนาวเย็น ชนิดที่มันอาจแข็งตัวได้เลย เขาระบุว่า การเป็นสัตว์เลือดอุ่นของทีเร็กซ์ ซึ่งเกิดจากความสามารถในการสร้างและรักษาความร้อนภายในร่างกายเอาไว้ได้นี้ กลายเป็นข้อได้เปรียบประการหนึ่งของทีเร็กซ์ เพราะทำให้ร่างกายของมันมีพลังและความอึดอดทน สามารถใช้ชีวิตอยู่ได้ในทุกสภาพอากาศ ต่างกับภาพเดิมๆ ที่เราคิดว่ามันเป็นสัตว์เลือดเย็น และต้องอาศัยแหล่งความร้อนจากภายนอกในการทำให้ร่างกายของมันอุ่นขึ้นมา อย่างเช่น จระเข้และงู เป็นอาทิ

ความเป็นสัตว์เลือดอุ่นนี้พบได้ทั่วไปในสัตว์ขนาดใหญ่ รวมทั้งในปลาบางชนิด แต่เมื่อทำให้ได้เปรียบได้ มันก็ทำให้เสียเปรียบได้เช่นเดียวกัน โรเบิร์ต อีเกิล ผู้นำร่วมในการวิจัยครั้งนี้บอกว่า ความเป็นสัตว์เลือดอุ่นนี้ทำให้อัตราการย่อยสลายอาหารในตัวสัตว์นั้นๆ อยู่ในระดับสูง ซึ่งหมายความว่า มันต้องการอาหารสูงมากตามไปด้วย และอาจต้องออกล่าหาอาหาร เพื่อรักษาระดับการย่อยอาหารในตัวมันไว้ในระดับสูงให้ได้ หรือไม่ก็ต้องมีความสามารถพิเศษในการหาอาหารและใช้ชีวิตอยู่ในเขตหนาวจัดได้

อีเกิลอธิบายเพิ่มเติมว่า บรรดานกและสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทั้งหมดจัดอยู่ในวงศ์ของสิ่งมีชีวิตที่นักวิทยาศาสตร์เรียกว่า เทโรพ็อดส์ (theropods) โดยนกในทุกวันนี้มีอุณหภูมิของร่างกายอยู่ที่ 42 องศาเซลเซียส ดังนั้น เราจะเห็นได้ว่าอุณหภูมิร่างกายของทีเร็กซ์ จัดอยู่ในระดับต่ำสุดของบรรดาสัตว์เลือดอุ่นด้วยกัน

ไตรปาทีเปิดเผยว่า การศึกษาวิจัยครั้งนี้ได้ข้อสรุปจากการตรวจสอบเคลือบฟันของซากฟอสซิลทีเร็กซ์ ที่ทำหน้าที่เหมือนเทอร์โมมิเตอร์ เพราะเคลือบฟันเกิดขึ้นภายในร่างกาย องค์ประกอบทางเคมีของมันจึงสามารถบ่งชี้ถึงระดับอุณหภูมิของร่างกายสัตว์นั้นๆ ด้วย โดยอาศัยการวัดจากไอโซโทปของคาร์บอนและออกซิเจนตามกรรมวิธีที่เรียกกันว่า “คลัมปด์ ไอโซโทป” (clumped isotopes) โดยนักวิทยาศาสตร์อาศัยสว่านเจาะเข้าไปในเคลือบฟันของซากฟอสซิล เก็บตัวอย่างผงเคลือบฟันออกมาราว 5 มิลลิกรัม จากฟอสซิลที่พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติแห่งนครลอสแอนเจลิส เป็นผู้จัดหามาให้ จากฟอสซิลที่ขุดค้นได้ในบริเวณชุมชนมอนทานา คาร์เตอร์ เพื่อการพิสูจน์ ทีมวิจัยนำเคลือบฟันจากฟอสซิลจระเข้จากที่เดียวกันเข้ามาหาอุณหภูมิของร่างกายประกอบด้วย พบว่าอยู่ที่ 30.9 องศาเซลเซียส ต่ำกว่าของทีเร็กซ์ แต่เท่าๆ กับของจระเข้ในยุคปัจจุบัน

อีเกิลเตือนว่า การที่ทีเร็กซ์กลายเป็นสัตว์เลือดอุ่น ไม่ได้หมายความว่าไดโนเสาร์ทุกตัวจะกลายเป็นสัตว์เลือดอุ่นตามไปด้วย นอกจากนั้น การเป็นสัตว์เลือดอุ่นก็แยกได้อีกหลายระดับ อาทิ ระดับล่างสุด อย่างเช่น ตัวสล็อต หรือตัวกินมด ไปจนถึงระดับสูงอย่างสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม หรือนกต่างๆ ซึ่งปกติแล้วมักมีอัตราการย่อยที่สูงกว่าสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม

ไตรปาทีระบุว่า กรณีของทีเร็กซ์ถือเป็นกรณีพิเศษ โดยหลักฐานในการวิจัยล้วนชี้ให้เห็นว่า การเป็นสัตว์เลือดอุ่นนั้นเป็นเรื่องของการเลือกมากกว่าที่จะเป็นเหมือนกันทั้งหมด