หากอ่านจากสำนวน เจ้าพระยาพระคลัง (หน) ก็จะสัมผัสได้ในบทบาทของอ้วนเสี้ยวหลังขึ้นเป็นแม่ทัพใหญ่ ถืออาชญาสิทธิ์
นั่นคือ
อ้วนเสี้ยวจึงให้อ้วนสุดผู้น้องเป็นทัพลำเลียงสำหรับส่งเสบียงนายทัพนายกองทั้งปวงอย่าให้ขาดได้
แล้วให้ซุนเกี๋ยนเป็นกองทัพหน้า ยกทหารไปตีด่านกิสุยก๋วน
ซุนเกี๋ยนก็ยกไปตั้งค่ายประชิดด่าน ฝ่ายนายด่านเห็นดังนั้นจึงแต่งหนังสือให้ม้าใช้ถือไปแจ้งข้อราชการ ณ เมืองลกเอี๋ยง
ลิยูนั้นรู้หนังสือนั้นแล้วจึงเอาไปแจ้งแก่ตั๋งโต๊ะ
ตั๋งโต๊ะตกใจจึงปรึกษาลิยูว่า “ครั้งนี้จะได้ใครอาสาออกไปจับซุนเกี๋ยนมาฆ่าเสียได้”
ลิโป้จึงว่า “ซึ่งหัวเมืองยกมาทั้งนี้เปรียบเหมือนแมงเม่า ข้าพเจ้าจะขออาสายกกองทัพออกไปฆ่าเสีย อย่าให้ท่านวิตกเลย”
ตั๋งโต๊ะได้ฟังดังนั้นก็ค่อยคลายใจขึ้น
สํานวน วรรณไว พัธโนทัย ให้รายละเอียดยิ่งขึ้น แล้วอ้วนเสี้ยวออกคำสั่งว่า “ให้อ้วนสุดน้องชายข้าพเจ้าเป็นพลาธิการคอยลำเลียงเสบียงสัมภาระให้นายทัพนายกองทั้งปวงอย่าได้ขาด
และจะต้องตั้งท่านผู้หนึ่งเป็นกองหน้าเพื่อเข้าตีด่านกิสุยก๋วน ที่เหลือนอกนั้นให้ตั้งทัพไว้คอยหนุนช่วย”
ซุนเกี๋ยนผู้ครองนครเตียงสาลุกขึ้นพูดว่า “ข้าพเจ้าซุนเกี๋ยนขออาสาเป็นกองหน้าเอง”
อ้วนเสี้ยวจึงว่า “ซุนเกี๋ยนผู้กล้าหาญรับหน้าที่นี้เหมาะสมแล้ว”
ซุนเกี๋ยนจึงคุมทหารและม้ายกไปยังด่านกิสุยก๋วน นายด่านเห็นดังนั้นรีบทำหนังสือด่วนให้ม้าเร็วถือไปรายงานข้อราชการ ณ พระนครลกเอี๋ยง
ฝ่ายตั๋งโต๊ะนับแต่ได้เถลิงอำนาจอาชญาสิทธิ์แล้วก็ก่นแต่เลี้ยงสุราอาหาร สนุกสนานรื่นเริงทุกวันคืน เมื่อลิยูได้รับหนังสือแจ้งข้อราชการด่วนจึงรีบมารายงานให้ตั๋งโต๊ะทราบ
ตั๋งโต๊ะตกใจยิ่งนักให้เรียกสมัครพรรคพวกมาปรึกษาหารือโดยด่วน
ลิโป้ลุกขึ้นพูดว่า “ขอท่านพ่ออย่าได้วิตกเลย ทัพหัวเมืองที่ยกมาประชิดครั้งนี้ข้าพเจ้าเห็นเสมอด้วยผักหญ้าเท่านั้น ข้าพเจ้าจะขอนำกองทัพพยัคฆสิงคาลออกไปตัดหัวมันมาเสียบประจานไว้ที่ประตูด่านให้จงสิ้น”
ตั๋งโต๊ะได้ฟังดังนั้นก็ดีใจยิ่งนัก สรรเสริญว่า “มีบุตรอย่างลิโป้นี้ข้านอนใจไม่ต้องกังวลอะไรทั้งปวง”
สํานวน แพทย์หญิงกัลยา สุพันธุ์วณิช ถอดออกมาว่า หยวนเส้าพูดต่อ “น้องข้าหยวนซู่เป็นผู้ดูแลเสบียงอาหารให้ทุกทัพ อย่าให้ขาดแคลน เราต้องมีทัพหน้าบุกไปรบที่ด่านซื่อสุ่ยกวนที่เหลือให้ประจำจุดสำคัญๆ รอการเรียกเสริม”
ซุนเจียน เจ้าเมืองฉางซาว่า “ข้าขอเป็นทัพหน้า”
หยวนเส้าว่า “เหวินไถหาญกล้ายิ่งนักสามารถรับหน้าที่นี้ได้”
ซุนเจียนจึงนำทัพบุกตีด่านซื่อสุ่ยกวน ทหารรักษาด่านรีบนำความรายงานด่วนต่อต่งจั๋ว
ต่งจั๋วตั้งแต่ได้อำนาจเอาแต่เสพสำราญ
หลี่หรูรีบนำความบอกต่งจั๋ว ต่งจั๋วเรียกพรรคพวกหารือ
เวินโหวหลี่ว์ปู้ว่า “ท่านพ่อไม่ต้องวิตก บรรดาขุนศึกที่ด่านเปรียบดังหญ้ารก ข้าจะนำทหารไปตัดคอมันมาแขวนไว้ที่ประตูเมือง”
ต่งจั๋วดีใจว่า “ข้ามีเฟิ่งเซียนมิต้องกังวลอันใด”
ย้อนกลับไปยังสำนวน เจ้าพระยาพระคลัง (หน) เอาตั้งแต่ ตั๋งโต๊ะได้ฟังดังนั้นก็ค่อยคลายใจขึ้น จึงว่า “ทุกวันนี้เราได้ลิโป้ไว้เป็นบุตร ถึงมาตรว่าจะได้ทหารอื่นมาไว้สิบหมื่นก็ไม่เท่าลิโป้”
ขณะนั้นทหารคนหนึ่งชื่อฮัวหยง กิริยาดังเสือ สูง 6 ศอกเศษ ครั้นได้ยินลิโป้ว่าจะอาสาดังนั้น จึงคุกเข่าลงคำนับตั๋งโต๊ะแล้วว่า
“ซึ่งจะฆ่าไก่และจะเอามีดฆ่าโคมาฆ่านั้นไม่ควร ซึ่งการทั้งนี้เป็นแต่หัวเมืองทั้งปวงยกมา อันลิโป้บุตรท่านจะยกออกไปรบด้วยข้าศึกนั้นเห็นจะไม่สมควร ข้าพเจ้าจะขออาสาไปตัดเอาศีรษะหัวเมืองทั้งปวงมาให้จงได้”
ตั๋งโต๊ะได้ฟังดังนั้นก็มีความยินดีนัก จึงให้ฮัวหยงเลื่อนที่เป็นนายทหารใหญ่
แล้วจัดทหารให้ 50,000 กับลิซกหนึ่ง โอจิ๋นหนึ่ง เตียวหงิมหนึ่ง เป็น 4 นายทั้งฮัวหยงให้ยกออกไป
ตามด้วยสำนวน วรรณไว พัธโนทัย (ตั๋งโต๊ะ) พูดยังไม่ทันขาดคำ มีเสียงตะโกนขึ้นมาจากชายผู้หนึ่งที่ยืนอยู่ข้างลิโป้ว่า
“ซึ่งจะเชือดไก่ ไฉนจึงเอามีดเชือดโคมาใช้การด้วยเล่า
ข้าพเจ้ายังไม่เห็นควรที่จะให้ลิโป้ออกศึก ข้าพเจ้าขออาสาไปตัดหัวอ้ายพวกหัวเมืองเอง การนี้ง่ายดังล้วงกระเป๋าหยิบของก็ว่าได้”
ตั๋งโต๊ะเหลียวมองไป
เห็นชายผู้พูดนั้นสูง 9 ฉือ ร่างดั่งเสือ เอวดั่งหมาป่า หัวดั่งเสือดาว แขนดั่งช้าง เป็นชาวกวานซีแซ่ฮัว ชื่อหยง
ก็ดีใจยิ่งนัก
จึงตั้งให้ฮัวหยงเป็นนายทหารผู้ใหญ่ คุมพล 50,000 ยกไปกับลิซก 1 โอจิ๋น 1 เตียวหงิม 1
ออกรับมือกับทหารหัวเมืองที่ด่านกิสุยก๋วนทันที
ย่อมสอดรับกับสำนวน แพทย์หญิงกัลยา สุพันธุ์วณิช ที่ว่า (ต่งจั๋ว) พูดไม่ทันขาดคำ ด้านหลังหลี่ว์ปู้
ชายหนึ่งพูดขึ้นว่า
“ฆ่าไก่ไยต้องใช้มีดฆ่าวัว มิต้องให้เวินโหวไปด้วยตนเองหรอก ข้าจะไปเอาศีรษะพวกมันมาเอง มันง่ายประดุจดังหยิบของออกจากถุง”
ต่งจั๋วมองดู
ชายนั้นสูง 9 ฟุต (ฟุตจีนเท่ากับ 23-24 ซม.) ร่างเสือ เอวหมาป่า หัวเสือดาว มือลิง คนกวนซี แซ่หัว ชื่อสง
ต่งจั๋วดีใจ
ให้หัวสง (ฮัวหยง) นำทหาร 50,000 ร่วมกับหลี่ซู่ หูเจิ่น เจ้าเฉิน ไปรับศึกที่ด่าน
ความน่าสนใจของแต่ละการเคลื่อนไหวหลังอ้วนเสี้ยวเข้ารับตำแหน่งเป็นแม่ทัพ ถืออาชญาสิทธิ์ในมือ คืออะไร
คือการกำหนดบทบาท
ขณะเดียวกัน อีกจุดหนึ่งซึ่งไม่ควรมองข้ามก็คือความเป็นคนมากด้วยโวหารของทหารแต่ละราย
ไม่ว่าจะเป็นลิโป้ ไม่ว่าจะเป็นฮัวหยง
การมอบบทบาทในเชิง “พลาธิการ” ให้กับอ้วนสุดของอ้วนเสี้ยวทรงความหมายอย่างสูงอยู่แล้ว
วาจาอันมาจากฮัวหยง ณ เบื้องหน้าตั๋งโต๊ะก็คมคาย
“ซึ่งจะฆ่าไก่และจะเอามีดฆ่าโคมาฆ่านั้นไม่ควร” (เจ้าพระยาพระคลัง (หน)) “ฤๅซึ่งจะเชือดไก่ไฉนจึงเอามีดเชือดโคมาใช้การด้วยเล่า” (วรรณไว พัธโนทัย) “ฆ่าไก่ไยต้องใช้มีดฆ่าวัว” (แพทย์หญิงกัลยา สุพันธุ์วณิช)
จำนวนไม่น้อยได้ “กลิ่น” แห่ง “โวหาร” โชยกรุ่นมาแต่ไกล
การจัดแถว มอบบทบาทและความหมายให้อ้วนสุดมีความสำคัญ การปรากฏตัวของฮัวหยงก็สร้างสีสันให้เป็นอย่างสูง
กระนั้น ทุกอย่างล้วนขึ้นอยู่กับความเป็นจริงที่เกิดขึ้น
ไม่ว่าจะเป็นความจริงในกรณีของอ้วนสุด ไม่ว่าจะเป็นความจริงในกรณีของฮัวหยง
ทุกอย่างมิได้ลอยอยู่ในสายลม

