หน้าแรก บทความ บทความ สร้างเ...

บทความ สร้างเวทีความร่วมมือแบบใต้-ใต้ใหม่ด้วยกลไกBRICS+ โดย : หลิว เจียน เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย

4.09.17 | 12:30 น.

การประชุมผู้นำกลุ่มประเทศ บริคส์ (BRICS) ครั้งที่ 9 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 3 ถึง 5 กันยายน ณ เมืองเซี่ยเหมิน ประเทศจีน จีนได้มีโอกาสต้อนรับผู้นำกลุ่มประเทศ BRICS อีกครั้งหนึ่งหลังเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมผู้นำ BRICS ที่เมืองซานย่าของจีนเมื่อปี 2011 ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง จะหารือกับผู้นำกลุ่มประเทศ BRICS ในประเด็นหลักหลายประการ อาทิ การส่งเสริมความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมในเชิงลึก การแลกเปลี่ยนทางด้านวัฒนธรรมและการไปมาหาสู่กันระหว่างประชาชน รวมทั้งการผลักดันสร้างสรรค์กลไกและระบบความร่วมมือ เป็นต้น ซึ่งเป็นการเสริมแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่ ยกระดับธรรมาภิบาลเศรษฐกิจโลก และส่งสัญญาณที่ดีในการพิทักษ์รักษาสันติภาพและเสถียรภาพโลก โดยมีหัวข้อสำคัญ “เสริมสร้างความสัมพันธ์หุ้นส่วนกลุ่มประเทศ BRICS ในเชิงลึก ร่วมบุกเบิกอนาคตที่สวยสดงดงามยิ่ง”

ใน 10 ปีที่ผ่านมา กลไกความร่วมมือกลุ่มประเทศ BRICS ได้ขยายความร่วมมือจากทางเศรษฐกิจสู่ทางการเมือง สังคมและวัฒนธรรม ได้ก่อรูปก่อร่างโครงสร้างความร่วมมือที่ครอบคลุมหลากหลายมิติ หลายระดับชั้นอย่างกว้างขวาง ในขณะเดียวกัน BRICS ได้มีความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับสหประชาชาติ กลุ่มประเทศ G20 และองค์การระหว่างประเทศอื่นๆ และได้แสดงบทบาทที่สำคัญในการเสริมสร้างความสามัคคีและรักษาผลประโยชน์ของประเทศที่กำลังพัฒนา เสนอแนวความคิดและยุทธศาสตร์ในการรับมือกับประเด็นปัญหาสำคัญและความท้าทายโลกด้วยสติปัญญาของ BRICS จนเป็นที่ชื่นชมยกย่องจากสังคมโลกอย่างสูง กลุ่มประเทศ BRICS กลายเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก ผลักดันการปฏิรูปและจัดระเบียบโลกใหม่และการพิทักษ์รักษาสันติภาพและเสถียรภาพโลก

จีนเป็นผู้สนับสนุนและผู้เข้าร่วมในกลไกความร่วมมือ BRICS อย่างแน่วแน่ ปีนี้เป็นปีที่เริ่มต้นของทศวรรษที่ 2 ของ BRICS ในฐานะเจ้าภาพจัดการประชุมผู้นำกลุ่มประเทศ BRICS ฝ่ายจีนยินดีที่จะร่วมมือกับทุกฝ่าย ทบทวนประสบการณ์และบทเรียนที่ผ่านมา เพื่อวางแผนอนาคตและเริ่มต้นปีแรกของ “ทศวรรษทอง” ที่ 2 แห่ง BRICS และเสนอแผน “BRICS ทอง” เพื่อสันติภาพและการพัฒนาของโลกอย่างต่อเนื่อง

ปัจจุบันนี้ ความร่วมมือ BRICS ไม่เพียงจะส่งผลดีต่อ 5 ประเทศ BRICS เท่านั้น หากยังมีบทบาทสำคัญในระดับโลก การส่งเสริมความสามัคคีระหว่างประเทศตลาดเกิดใหม่กับประเทศที่กำลังพัฒนาด้วยเวที BRICS สอดคล้องกับผลประโยชน์ร่วมกันของทุกประเทศ ดังนั้น ฝ่ายจีนได้มีการทบทวนประสบการณ์ที่ผ่านมา และเสนอแนวความคิด “BRICS+” ผลักดันและสร้างสรรค์ความสัมพันธ์หุ้นส่วนอย่างกว้างขวางมากยิ่งขึ้น ในระหว่างการประชุมผู้นำ BRICS ครั้งนี้ จีนยังได้เชิญชวนผู้นำประเทศไทย เม็กซิโก ทาจิกิสถาน อียิปต์และกินีมาร่วมเจรจากับผู้นำ BRICS เพื่อวางแผนความร่วมมือระหว่างประเทศตลาดเกิดใหม่และประเทศที่กำลังพัฒนาร่วมกัน

การประชุมเจรจาครั้งนี้มีหัวข้อสำคัญของ “ขยายความร่วมมือที่เอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกันในเชิงลึก ส่งเสริมการพัฒนาร่วมกัน” และจะหารือในประเด็นหลัก อาทิ “ปฏิบัติตามวาระการพัฒนาที่ยั่งยืน” และ “เสริมสร้างความสัมพันธ์หุ้นส่วนในการพัฒนาที่กว้างขวางมากยิ่งขึ้น” เป็นต้น หลังจากเสร็จสิ้นการประชุม ฝ่ายจีนจะออกแถลงการณ์เพื่อสรุปมติที่ประชุมในประเด็นปฏิบัติตามวาระการพัฒนาที่ยั่งยืน เสริมสร้างความเข้มแข็งของความร่วมมือแบบใต้-ใต้ สร้างสรรค์ความสัมพันธ์หุ้นส่วนในการพัฒนา รวมทั้งธรรมาภิบาลเศรษฐกิจโลกเป็นต้น

Advertisement

พวกเรามีความหวังและเชื่อว่า การเจรจาครั้งนี้สามารถสะท้อนออกมาถึงเจตนารมณ์ของ BRICS ที่เปิดกว้างและเน้นความร่วมมือแบบวิน-วินได้ ขยายเครือข่ายเพื่อนฝูงให้กว้างขึ้น ผนึกพลังกำลังของประเทศตลาดเกิดใหม่และประเทศที่กำลังพัฒนา มุ่งเป้าที่ปัญหาของการพัฒนาระดับโลก ผลักดันการสร้างเวทีความร่วมมือแบบใต้-ใต้ใหม่ที่ทรงอิทธิพลระดับโลก

ประเทศไทยเป็นประเทศที่สำคัญในภูมิภาค มีบทบาทสำคัญในกิจการระดับโลกและระดับภูมิภาค เป็นผู้เข้าร่วมและผู้สนับสนุนกิจการระหว่างประเทศอย่างกระตือรือร้น ในขณะเดียวกัน ประเทศไทยก็เป็นประเทศบ้านใกล้เรือนเคียงที่ดีของจีน “จีน-ไทย มิใช่อื่นไกล พี่น้องกัน” เป็นความเข้าใจร่วมกันของบุคคลทุกวงการของทั้งสองประเทศและเป็นกระแสหลักของการพัฒนาความสัมพันธ์จีน-ไทย ได้หยั่งรากลึกในหัวใจของประชาชนทั้งสอง การที่ฝ่ายจีนเชิญชวนประเทศไทยเข้าร่วมการประชุมเจรจาในฐานะตัวแทนหนึ่งเดียวในภูมิภาคนี้ สะท้อนให้เห็นว่าฝ่ายจีนให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ระหว่างจีน-ไทย และฐานะบทบาทของประเทศไทยในเวทีโลกอย่างสูง ฝ่ายจีนยินดีรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะเกี่ยวกับความร่วมมือ BRICS+ ที่เป็นประโยชน์จากฝ่ายไทยในการประชุมเจรจา ในระหว่าง ฯพณฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เข้าร่วมประชุม จะพบหารือทวิภาคีกับประธานาธิบดี สี จิ้นผิง และร่วมเป็นสักขีพยานในการลงนามในเอกสารความร่วมมือที่เกี่ยวข้อง เชื่อว่าการพบปะครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ต่อการผลักดันความสัมพันธ์แบบหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์อย่างรอบด้านระหว่างจีน-ไทยให้มีการพัฒนาไปอีกขั้นหนึ่ง

ความสัมพันธ์จีน-ไทยได้เข้าสู่ช่วงเวลาสำคัญที่ต้องยกระดับคุณภาพให้ดีขึ้นอีกระดับ ฝ่ายจีนยินดีที่จะประสานงานกับฝ่ายไทยอย่างใกล้ชิดมากขึ้น เพื่อเสริมสร้างการเชื่อมโยงเชิงยุทธศาสตร์ อาทิ ไทยแลนด์ 4.0 และระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกของไทย และ สร้างตนเป็นหุ้นส่วนที่จริงใจ มีความเจริญร่วมกัน และร่วมทุกข์ร่วมสุขในกระบวนการการพัฒนาของไทย รถไฟจีน-ไทย ถือเป็นโครงการสัญลักษณ์ของความร่วมมือที่เอื้อประโยชน์ต่อกัน และเป็นองค์ประกอบสำคัญในการสร้างความเชื่อมโยงต่อกันในภูมิภาคภายใต้ “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง” ซึ่งไม่เพียงแต่มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทย ยกสถานะศูนย์กลางการคมนาคมในภูมิภาคของไทย ยังเป็นต้นแบบและตัวนำร่องของความร่วมมือในสาขาอื่นๆ ระหว่างจีน-ไทยในอนาคต ฝ่ายจีนยินดีร่วมมือกับฝ่ายไทยอย่างใกล้ชิด ผลักดันโครงการรถไฟให้มีการก่อสร้างเร็ววัน เพื่อทำให้รถไฟความเร็วสูงกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันของประชาชนชาวไทย และนำมาซึ่งความสะดวกสบายและผลประโยชน์ที่เป็นรูปธรรม

ข้าพเจ้าเชื่อว่า มิตรไมตรีระหว่างจีน-ไทยจะแผ่ขยายต่อไปยังกลไก BRICS+ ซึ่งเป็นเวทีความร่วมมือแบบใต้-ใต้ และความร่วมมือแห่งการพัฒนาระดับโลก การประชุมเจรจาระหว่างประเทศตลาดเกิดใหม่และประเทศกำลังพัฒนา รวมไปถึงความร่วมมือ BRICS+ จะขยายขอบเขตใหม่ของความร่วมมือระหว่างจีน-ไทย และเพิ่มผลสำเร็จที่เต็มไปด้วยความรุ่งโรจน์สืบไป

หลิว เจียน
เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย