หน้าแรก บทความ กรีซคือช่องทา...

กรีซคือช่องทางสะดวกของจีนที่เข้าสู่สหภาพยุโรป โดย:โกวิท วงศ์สุรวัฒน์

13.09.17 | 13:00 น.
นายกรัฐมนตรีซิปราสขึ้นไปบนเรือฟรีเกตของจีน
ท่าเรือพีราอุสที่จีนลงทุนพัฒนากว่า 500 ล้าน
นักท่องเที่ยวจีนที่กรีซช่วยให้เศรษฐกิจดีขึ้น

หลังจากที่กรีซได้ยกเลิกเงินดรักมาที่เป็นสกุลเงินของกรีซมาตั้งแต่ได้เอกราชเมื่อ พ.ศ.2376 โดยหันมาใช้เงินยูโร (คือเงินสกุลที่ใช้ในสหภาพยุโรป) เป็นเงินสกุลหลักของประเทศ เมื่อ พ.ศ.2544 จึงเป็นการเปิดประตูให้กรีซเข้าสู่ตลาดการเงินโลก ทำให้กรีซสามารถกู้ยืมเงินได้ง่ายและสะดวกขึ้น เนื่องจากนานาประเทศมีความเชื่อมั่นในเงินยูโรอันเป็นเงินตราที่ได้รับความเชื่อมั่นในการพาณิชย์ระหว่างประเทศเป็นอันดับสองรองจากเงินดอลลาร์สหรัฐ ดังนั้น ตั้งแต่กรีซได้เป็นสมาชิกยูโรโซน รัฐบาลกรีซก็ใช้จ่ายเงินอย่างฟุ่มเฟือยสุรุ่ยสุร่าย โดยขึ้นเงินเดือนให้ข้าราชการสูงขึ้นเป็นเท่าตัวเพื่อเรียกคะแนนนิยม มีโครงการต่างๆ ที่ผลาญเงินมากมาย สำหรับที่หนักหนาสาหัสที่สุดคือการผลาญเงินถึง 12,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อจัดมหกรรมกีฬาโอลิมปิกเมื่อ พ.ศ.2547 การที่รัฐบาลกรีซสามารถหาเงินได้ง่ายๆ ด้วยการก่อหนี้เช่นนี้ ค่าใช้จ่ายภาครัฐจึงสูงมาก ในขณะที่รายได้จากการเก็บภาษีนั้นก็ต่ำกว่าการประมาณการอย่างมาก แบบว่าไม่เคยเป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้เลย

วิกฤตที่เกิดขึ้นไม่มีสาเหตุอะไรมากไปกว่ารัฐบาลกรีซใช้จ่ายเงินแบบตำน้ำพริกละลายแม่น้ำไปกับนโยบายประชานิยม ขาดวินัยทางการคลังโดยสิ้นเชิง แต่รัฐบาลกรีซกลับหาเงินไม่เก่ง แม้แต่การเก็บภาษีในประเทศยังได้ต่ำกว่าประมาณการมากมาย หนี้เลยท่วมหนักจนต้องไปขอยืมเงินจาก 3 แหล่ง คือ สหภาพยุโรป (EU) ธนาคารกลางแห่งยุโรป (ECB) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) มาผ่อนชำระหนี้ของประเทศกรีซครั้งแล้วครั้งเล่า แต่เงินกู้ย่อมไม่ได้มาเปล่าๆ แน่นอน (เหมือนไทยเรากู้เงินจากไอเอ็มเอฟนั่นแหละครับ) ทาง 3 สถาบันทางการเงินระหว่างประเทศนี้ได้ตั้งเงื่อนไขสุดหิน คือ บังคับให้รัฐบาลกรีซรัดเข็มขัดคือ ลดรายจ่ายประจำลงโดยการปลดข้าราชการที่เคยได้ขึ้นเงินเดือนเป็นเท่าตัวออก และลดเงินเดือนข้าราชการที่เหลือทุกคน มีการรีดภาษีด้วยการเก็บภาษีโดยเข้มงวดและเพิ่มภาษีอีกหลายชนิด บรรดาสถาบันการเงินทั้งรัฐและเอกชนต้องรับกรรมช่วยปลดหนี้กันทั่วหน้า ในระยะหลังๆ หนักถึงขั้นปิดสถานีโทรทัศน์วิทยุ ปลดคนงานรัฐวิสาหกิจแทบหมดประเทศ แถมยังตัดลดเงินบำนาญของข้าราชการและประชาชนลงอย่างมโหฬาร แต่ก็ยังไม่ช่วยอะไรให้ดีขึ้นได้ เศรษฐกิจยิ่งหดตัวลง ยิ่งทำให้คนอดอยาก ตัวเลขทางเศรษฐกิจของกรีซเห็นได้ชัดๆ ก็คือ GDP ปี 2552-56 หดตัวลงรวม 24% เหมือนกับอยู่ๆ เคยหาเงินได้ 100 บาท ลดเหลือ 76 บาท

ปัจจุบันประชาชนชาวกรีซ ใน 4 คนจะมีคนว่างงาน 1 คน แต่หากเจาะเฉพาะคนกรีซวัยหนุ่มสาวแล้วอัตราว่างงานของคนกลุ่มนี้เป็น 1 ใน 2 คน หรือครึ่งต่อครึ่งเลยทีเดียว

ชาวกรีซต้องเผชิญความยากลำบากในชีวิตความเป็นอยู่ภายใต้หนี้สินที่ดูไม่มีทางที่จะปลดให้เป็นไทได้เลยจากบรรดาเจ้าหนี้ของประเทศในสหภาพยุโรปทั้งปวง และสหรัฐอเมริกาก็ไม่ได้ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเลย ทำให้กรีซต้องหันหน้าไปพึ่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ที่กำลังคืบหน้าเข้ามาในทวีปยุโรปด้วยนโยบายภูมิรัฐศาสตร์อย่างเปิดเผย โดยในขณะที่สหภาพยุโรปกำลังบีบกรีซทางเศรษฐกิจอย่างหนักเพื่อที่จะเอาคืนหนี้สินที่กรีซยืมไป และเป็นการรักษาเสถียรภาพของเงินตราสกุลยูโร แต่สาธารณรัฐประชาชนจีนกลับเข้ามาลงทุนด้วยเงินมหาศาลในกรีซ รวมทั้งจำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีนที่พากันเข้าไปท่องเที่ยวในกรีซเป็นอันดับหนึ่งของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก ก็ได้มีผลดีกลับคืนสู่จีนทั้งทางเศรษฐกิจและการเมืองอย่างเห็นได้ชัด แบบว่าจีนได้ใจกรีซไปเลย ว่าอย่างนั้นเถอะ

เมื่อปีที่แล้วกรีซได้บล็อกคำประกาศของสหภาพยุโรปที่ประณามจีนในกรณีที่จีนไม่ยอมรับคำตัดสินของอนุญาโตตุลาการต่างประเทศที่ไม่ยอมรับการอ้างสิทธิเหนือทะเลจีนใต้ทั้งหมดของจีน และในเดือนมิถุนายนปีนี้กรีซก็บล็อกคำประกาศประณามจีนในการล่วงละเมิดสิทธิมนุษยชนอีก และยังต่อต้านการที่จะวางมาตรการเข้มงวดที่จะกรองการลงทุนของจีนในประเทศสมาชิกของสหภาพยุโรป ซึ่งกรีซได้เปิดเผยว่า ในขณะที่สหภาพยุโรปทำตัวเป็นปลิงดูดเลือดกรีซจนเลือดจะหมดตัวอยู่แล้ว กับจีนซึ่งยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือกรีซซึ่งก็เป็นอันแน่นอนว่ากรีซต้องรู้คุณและตอบแทนจีนในทุกประการเท่าที่จะทำได้ แม้ว่าจีนไม่ได้ร้องขอให้กรีซปฏิเสธที่จะประณามจีนในกรณีที่จีนล่วงละเมิดสิทธิมนุษยชนเลยก็ตาม

Advertisement

ถึงแม้การลงทุนของจีนจะเป็นการเอารัดเอาเปรียบกรีซอย่างชัดๆ ตามสไตล์การลงทุนของจีนโดยทั่วไป อาทิ การจ้างงานคนงานกรีซเป็นกรรมกรก่อสร้างที่ท่าเรือพีราอุสจำนวนกว่าพันคน ด้วยค่าจ้างที่ต่ำกว่าค่าแรงขั้นต่ำตามกฎหมายของกรีซ แต่จากจำนวนคนว่างงานของกรีซที่มีจำนวนมหาศาล กรีซก็ถือว่าเป็นบุญเป็นคุณไป

เมื่อนายกรัฐมนตรีอเล็กซิส ซิปราส ชนะการเลือกตั้งในกรีซได้เพียง 3 สัปดาห์ จีนได้ส่งเรือรบ 3 ลำ มาเยือนยังเมืองท่าพีราอุสที่จีนลงทุนพัฒนาเป็นเงินกว่า 500 ล้านยูโร เพื่อเป็นประตูที่สำคัญที่จีนจะขยายอำนาจทางเศรษฐกิจสู่ทวีปยุโรปตามนโยบาย “วันเบลต์ วันโรด” หรือเส้นทางสายไหมยุคใหม่ของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง โดยนายกรัฐมนตรีซิปราสไปให้การต้อนรับเรือรบ 3 ลำของจีนที่มาเยือนอย่างสมเกียรติ

บัดนี้ สหภาพยุโรปและสหรัฐต่างก็ตระหนักดีว่า กรีซเป็นช่องทางหลักการรุกคืบของจีน ทั้งทางด้านภูมิรัฐศาสตร์และทางเศรษฐกิจ