
วัดใหญ่วัดโต มีประวัติความเป็นมาเก่าแก่ ส่วนมากเกี่ยวข้องประวัติศาสตร์ไทยทางการเมืองและสังคมวัฒนธรรม
แต่วัดเหล่านั้นเกือบทั้งหมด ทั้งในและนอกกรุงเทพฯ ไม่มีหนังสือวางจำหน่ายจ่ายแจกชาวบ้าน บอกประวัติความเป็นมาของวัดและชุมชนที่อ่านง่าย เล่มไม่โตหนา
วัดเหล่านี้ส่วนมากมีทรัพย์มั่งคั่ง บางวัดมีรายได้พอๆ กับห้างสรรพสินค้าจากการทำบุญบริจาคของชาวบ้าน เพราะตั้งโต๊ะตั้งตู้รับบริจาคทั่ววัด บางวัดมีทุนสร้างกุฏิสมภารใหญ่โตมโหฬารยิ่งกว่าเรือนขุนช้าง แต่บางวัดเกี่ยวข้องเงินทอนวัดทั้งๆ เป็นวัดมหาเศรษฐี
น่าประหลาด ทุกวัดไม่มีหนังสือแจกหรือขาย แสดงประวัติความเป็นมาของวัดและชุมชนโดยรอบ
บางวัดลงทุนนับล้านพิมพ์อย่างดี แต่มีไว้แจกคนไม่อยากอ่านที่เป็นเศรษฐีมีทรัพย์ทำบุญ ส่วนชาวบ้านทั่วไปไม่มีทรัพย์ไม่ได้รับแจก ถึงขายก็แพงมากจนซื้อไม่ไหว จึงไม่มีฉบับบางๆ อ่านง่ายๆ ขายไม่แพง
ราว 50 ปีมาแล้ว วัดส่วนมากมีหนังสือเล่มบางๆ ไว้ตอบแทนผู้ทำบุญ เพื่อบอกประวัติความเป็นมาของวัดและชุมชน ตามตำนานคำบอกเล่าและหลักฐานประวัติศาสตร์โบราณคดีแบบบ้านๆ ซึ่งมีประโยชน์มาก
ทุกวันนี้ไม่มีแล้ว มีแต่เครื่องรางของขลังวางขาย กับรอเงินอุดหนุนจาก พศ. (สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ) แล้วคืนเงินทอนวัดตามประเพณีทุนนิยมสามานย์ที่พูดกันหนาหูเมื่อหลายปีแล้ว
เงินทอนวัด
คนสมัยนี้ห่างพระ ห่างวัด ห่างศาสนา สังคมไทยเลยเต็มไปด้วยอบายมุข และฉ้อราษฎร์บังหลวงเหลวแหลกวุ่นวาย เป็นคำพูดถาวรทุกยุคทุกสมัยของผู้แสดงตนเหนือคนอื่นว่าเป็นคนดี มีศีลธรรม ถือความสัตย์
แล้วแนะทางออกว่าต้องแก้ไขให้สังคมไทยใกล้พระ ใกล้วัด ใกล้ศาสนา จะผดุงสังคมให้เต็มไปด้วยคนดี มีศีลธรรม ถือความสัตย์
แต่แล้วมีสิ่งไม่คาดฝัน น้ำลด ตอผุด ทุจริตเงินทอนวัดจากคนใกล้พระ ใกล้วัด ใกล้ศาสนา ที่สำคัญคือมีพระสงฆ์เองจำนวนหนึ่งเกี่ยวข้องด้วย เท่ากับพระสงฆ์ในวัดในพระศาสนาเป็นเอง
เงินทอนวัดเป็นส่วนน้อยที่โผล่ให้เห็น ยังมีส่วนมากที่อยู่ใต้น้ำของภูเขาน้ำแข็งที่คนในสังคมไม่มอง ถึงมองก็ไม่เห็น
พวกคนดีมีมือถือสากปากถือศีล “ตีนเหยียบคนอื่น” อธิบายว่าเป็นเรื่องกรรมของบุคคลส่วนน้อย ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว ตัวใครตัวมัน แต่คนยุคอยุธยาเชื่อคำทำนาย ดังนี้
เทวดาซึ่งรักษาพระศาสนา จะรักษาแต่คนฝ่ายอกุศล
สัปปุรุษจะแพ้แก่ทรชน มิตรตนจะฆ่าซึ่งความรัก
ภรรยาจะฆ่าซึ่งคุณผัว คนชั่วจะมล้างผู้มีศักดิ์
ลูกศิษย์จะสู้ครูพัก จะหาญหักผู้ใหญ่ให้เป็นน้อย
ผู้มีศีลจะเสียซึ่งอำนาจ นักปราชญ์จะตกต่ำต้อย
กระเบื้องจะเฟื่องฟูลอย น้ำเต้าอันลอยนั้นจะถอยจม
