

ราชอาณาจักรสเปนเป็นประเทศทางตะวันตกเฉียงใต้ของทวีปยุโรป ตั้งอยู่บนคาบสมุทรไอบีเรียร่วมกับโปรตุเกสและอันดอร์รา สเปนมีพรมแดนติดกับฝรั่งเศสทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือตามแนวเทือกเขาพิเรนีส สเปนมีเนื้อที่เล็กกว่าประเทศไทยเล็กน้อยคือประมาณ 504,030 ตารางกิโลเมตร (ไทย 513,120 ตารางกิโลเมตร) มีประชากร 46,438,422 คน
สเปนได้ชื่อว่าเป็น “รัฐแห่งการปกครองตนเอง (State of Autonomies)” แม้ว่าโดยทางการจะถือว่าเป็นรัฐเดี่ยว แต่ในความเป็นจริงแล้วมีลักษณะเป็นรัฐรวมที่มีการกระจายอำนาจออกจากศูนย์กลางเป็นอย่างมากโดยรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันของสเปนเปิดโอกาสให้แคว้นต่างๆ ทั้ง 17 แคว้นมีสิทธิในการปกครองตนเองได้ในระดับที่ต่างกันตามภูมิหลังของแต่ละแคว้น ทุกแคว้นได้รับสิทธิและอำนาจบริหารท้องถิ่นของตนเอง
ทั้งนี้ ภายใต้รัฐบาลสเปนทุกแคว้นจะจัดการด้านสาธารณสุขและระบบการศึกษาของตนเอง บางแคว้น เช่น บาสก์และนาวาร์ มีหน้าที่จัดการด้านการเงินสาธารณะด้วย ในแคว้นบาสก์และกาตาลุญญา หน่วยงานตำรวจของแคว้นจะมีบทบาทหน้าที่มากกว่าหน่วยงานตำรวจของส่วนกลางเป็นอาทิ โดยที่แต่ละแคว้นมีสภานิติบัญญัติของตนเองโดยสมาชิกสภานิติบัญญัติของแต่ละแคว้นจะดำรงตำแหน่งวาระละ 4 ปีเช่นเดียวกับสมาชิกรัฐสภาของประเทศสเปน
ประเทศสเปนแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 17 แคว้นปกครองตนเอง (autonomous communities) คือ 1) กาลิเซีย (Galicia) 2) อัสตูเรียส (Asturias) 3) กันตาเบรีย (Cantabria) 4) บาสก์ (Basque) 5) นาวาร์ (Navarre) 6) คาเทโลเนีย (Catalonia) หรือกาตาลุญญาที่มีเรื่องวุ่นวายอยู่ขณะนี้ 7) อารากอง (Aragn) 8) ลารีโอคา (La Rioja) 9) คาสตีลและเลออน (Castile and Len) 10) บาเลนเซีย (Valencian) 11) คาสตีล-ลามันชา (Castile-La Mancha) 12) มาดริด (Madrid) 13) เอกซ์เตรมาดูรา (Extremadura) 14) อันดาลูซีอา (Andaluca) 15) มูร์เซีย (Murcia) 16) หมู่เกาะแบลีแอริก (Balearic Islands) 17) หมู่เกาะคานารี (Canary Islands) และมี 2 จังหวัดปกครองตนเอง (autonomous provinces) อยู่ทางตอนเหนือของโมร็อกโก คือ เซวตา (Ceuta) เป็นดินแดนส่วนแยกของประเทศสเปนในแอฟริกาเหนือตั้งอยู่ริมทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ทางชายฝั่งทางใต้ของช่องแคบยิบรอลตาร์ และเมลียา (Melilla) เป็นเมืองหนึ่งของประเทศสเปน ตั้งอยู่ชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนของแอฟริกาเหนือ ทางทิศตะวันตกและทิศใต้ติดต่อกับประเทศโมร็อกโก
สำหรับในแต่ละแคว้นจะแบ่งย่อยออกไปอีกเป็น จังหวัด (provinces) รวมทั้งหมด 50 จังหวัดในปัจจุบันส่วนเขตการบริหารระดับล่างสุดจริงๆ แล้วก็คือ เทศบาล นั่นเอง
สําหรับกรณีการพยายามแยกตัวของแคว้นกาตาลุญญาออกจากราชอาณาจักรสเปนนั้น สามารถอธิบายได้จากประวัติศาสตร์สเปนโดยสังเขป กล่าวคือในดินแดนของราชอาณาจักรสเปนปัจจุบันนี้ เดิมทีก็มีมนุษย์หลายเผ่าหลายภาษาอาศัยอยู่ และเคยเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิโรมันมาแล้วจึงทำให้ประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาคริสต์ต่อมาใน พ.ศ.1214 (ประเทศไทยยังไม่เกิด) พวกมุสลิมจากแอฟริกาเหนือได้ข้ามทะเลเมดิเตอร์เรเนียนเข้ามายึดครองพื้นที่ส่วนใหญ่ของสเปนอยู่ถึง 750 ปี จึงเกิดขบวนการ “เรกองกิสตา-ขับไล่พวกมุสลิมออกจากสเปน” โดยผู้คนที่นับถือศาสนาคริสต์นิกายคาทอลิกในสเปนจนสำเร็จใน พ.ศ.2035 (สิ้นสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถแห่งกรุงศรีอยุธยาพอดี) จากนั้นสเปนก็ประสบความสำเร็จในการค้นพบทวีปอเมริกาใน พ.ศ.2041 ซึ่งได้สร้างความมั่งคั่งให้กับสเปนทำให้สเปนเป็นมหาอำนาจจากทรัพยากรที่ขนกลับมาจากโลกใหม่โดยทางเรือและมีอาณานิคมอันกว้างใหญ่ไพศาล โดยได้รับฉายาว่าจักรวรรดิสเปนดวงอาทิตย์ไม่เคยตกดินเป็นครั้งแรกในโลก แต่ในช่วง 2 ศตวรรษต่อมาสเปนก็เสื่อมอำนาจและบางครั้งถึงกับล้มละลายหรือถูกยึดครองจากมหาอำนาจต่างๆ จวบจนกระทั่งเกิดสงครามกลางเมืองชาวสเปนรบกับชาวสเปนเอง โดยพวกนิยมสาธารณรัฐแบบสังคมนิยมคอมมิวนิสต์กับพวกเผด็จการทหารขวานำโดยนายพลฟรังโก ระหว่าง พ.ศ.2479-2482 สงครามกลางเมืองสเปนนี้คร่าชีวิตคนร่วม 1 ล้านคน และฝ่ายแพ้ถูกจำคุกนับแสนคน และถูกประหารชีวิตประมาณ 32,000 คน ในช่วง พ.ศ.2482-2496 โดยชาวสเปนนับหมื่นถูกเนรเทศตลอดช่วงสมัยที่นายพลฟรังโกมีชีวิตอยู่ (นายพลฟรังโกตายเมื่อ พ.ศ.2518)
เจ้าชายควน การ์โรส เชื้อสายของกษัตริย์สเปนที่ถูกผลักดันให้ออกจากประเทศ ได้ขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์แห่งสเปน จากการรับรองรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรสเปน ปี พ.ศ.2521 และรัฐธรรมนูญฉบับนี้เองได้กำหนดให้สเปนเป็น “รัฐแห่งการปกครองตนเอง (State of Autonomies)” แม้ว่าโดยทางการจะถือว่าเป็นรัฐเดี่ยว แต่ในความเป็นจริงแล้วมีลักษณะเป็นรัฐรวมที่มีการกระจายอำนาจออกจากศูนย์กลางอย่างมาก โดยรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันของสเปนเปิดโอกาสให้แคว้นต่างๆ ทั้ง 17 แคว้น มีสิทธิในการปกครองตนเอง
ความจริงในอดีตเมื่อ 85 ปีมาแล้วตั้งแต่ พ.ศ.2475 ทางแคว้นกาตาลุญญาได้เคยร่างคำประกาศการปกครองตนเอง อันเป็นร่างคำประกาศฉบับแรกที่เรียกร้องให้กาตาลุญญาแยกตัวเป็นสาธารณรัฐ คำประกาศนี้ได้รับเสียงสนับสนุนถึง 99% ของผู้ออกเสียงประชามติรับรองเมื่อวันที่ 2 สิงหาคม พ.ศ.2474 ต่อมารัฐบาลสเปนเองได้รับรองคำประกาศฉบับนี้เมื่อวันที่ 9 กันยายน พ.ศ.2475 ประเด็นสำคัญของคำประกาศดังกล่าวคือข้อความที่ว่าชาวกาตาลันจะสามารถตัดสินใจเลือกทางเดินของแคว้นตนได้ในอนาคต แต่นายพลฟรังโกได้ยกเลิกคำประกาศนี้ตั้งแต่วันที่ 5 เมษายน พ.ศ.2481 และมีการปราบปรามชาวกาตาลันอย่างรุนแรงและต่อเนื่องโดยมีความพยายามที่จะล้างอำนาจทางการเมืองแบบชาตินิยมของแคว้นกาตาลุญญาเท่านั้น
หากยังสะท้อนความพยายามที่จะกลืนภาษาและวัฒนธรรมของชาวกาตาลันอย่างสิ้นเชิงด้วยการห้ามเรียนภาษากาตาลันในโรงเรียน ชาวกาตาลันหลายพันคนถูกประหารชีวิต ชาวกาตาลันถูกกดขี่ข่มเหงกันทั่วหน้า เมื่อนายพลฟรังโกเสียชีวิต ขบวนการชาตินิยมของชาวกาตาลันได้ฟื้นคืนชีพมาต่อสู้เพื่อเอกราชอีกจนได้เมื่อ พ.ศ.2549 สเปนได้มอบสถานะความเป็น “ชาติ” และอำนาจในการเก็บภาษีอากรแก่แคว้นกาตาลุญญา ทว่าใน พ.ศ.2553 ศาลรัฐธรรมนูญแห่งสเปนกลับไม่รับรองสถานะดังกล่าว โดยอ้างว่าสถานะของแคว้นกาตาลุญญาเป็นสถานะทางเชื้อชาติเท่านั้น ไม่ใช่ชาติ ผลของการตัดสินเช่นนี้คือการลุกฮือประท้วงของชาวกาตาลันกว่า 1 ล้านคน แต่เป็นการประท้วงที่ไม่ประสบผลสำเร็จแต่อย่างใด
รายได้จากแคว้นกาตาลุญญานับเป็น 20% ของเศรษฐกิจสเปน แม้แคว้นกาตาลุญญาซึ่งเป็นพื้นที่อุตสาหกรรมที่สำคัญ เช่นอุตสาหกรรมอาหาร อุตสาหกรรมเหล็กกล้า อุตสาหกรรมเคมีเป็นอาทิ และเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่นำรายได้มหาศาล แต่ชาวกาตาลันเห็นว่าตนไม่ได้รับประโยชน์และสวัสดิการที่สมสัดส่วนการเสียภาษีเท่าที่ควร แบบว่ารัฐบาลกลางเอาไปใช้มากกว่าคืนมาให้กับแคว้นกาตาลุญญาในการบริการพื้นฐานเช่นการศึกษาหรือสาธารณสุข
นอกจากนี้ ที่สำคัญยิ่งคือ ชาวกาตาลันไม่คิดว่าตนเป็นชาวสเปน ดังนั้น อำนาจปกครองตนเองอย่างเบ็ดเสร็จจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อแคว้นกาตาลุญญาได้แยกตัวออกมาจากสเปน แสดงออกอย่างแจ่มชัดจากผลการลงประชามติในวันที่ 1 ตุลาคม 2560 ได้แสดงถึงความประสงค์ที่จะแยกแคว้นเป็นอิสระถึง 90% จากสัดส่วนผู้ลงคะแนนเสียงทั้งหมด 42% ถึงแม้ว่าสัดส่วนผู้ออกมาลงประชามติจะมีไม่ถึงกึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงก็ตาม
นายมารีอาโน ราฮอย นายกรัฐมนตรีสเปน ได้ประณามว่าการออกเสียงประชามติครั้งนี้ขัดต่อกฎหมาย อีกทั้งได้ส่งกองกำลังเข้าปราบปรามการประท้วงของชาวกาตาลันอย่างรุนแรงทำให้มีผู้บาดเจ็บ 893 คน จากการปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจตามสถานีเลือกตั้งต่างๆ และเจ้าหน้าที่ตำรวจของรัฐบาลกลางได้ลากประชาชนออกจากคูหาและยิงกระสุนยางเข้าใส่ฝูงชน นอกจากนี้ ยังได้ยึดใบลงประชามติหลายล้านใบ จับกุมเจ้าหน้าที่ผู้จัดการการลงประชามติของแคว้นกาตาลุญญามากกว่า 10 คน พร้อมทั้งยึดเอาเทคโนโลยีที่ใช้เชื่อมต่อสถานีลงคะแนน การนับคะแนนการลงประชามติครั้งนี้ด้วย
สำหรับสหภาพยุโรปนั้นได้แสดงจุดยืนสนับสนุนรัฐบาลสเปนที่อ้างว่าการลงประชามติแยกตัวออกจากสเปนของแคว้นกาตาลุญญานั้นเป็นการละเมิดต่อรัฐธรรมนูญโดยกล่าวว่าประชาชนต้องเคารพรัฐธรรมนูญและตัวบทกฎหมายในประเทศของตน
เมื่อวันอังคารที่ 3 ตุลาคม 2560 ที่ผ่านมา กษัตริย์เฟลีเปที่ 6 แห่งสเปน ทรงกล่าวประณามผ่านสื่อโทรทัศน์ว่าผู้นำขบวนการต่อสู้เพื่อแยกแคว้นกาตาลุญญาจากสเปนนั้นเป็นผู้กระทำผิดกฎหมาย ไม่มีความรับผิดชอบ นอกจากนี้ ยังได้เรียกร้องให้ทุกคนเคารพรัฐธรรมนูญ คำแถลงการณ์จากกษัตริย์สเปนนี้ได้ส่งผลให้ความโต้กลับอย่างรุนแรง โดยนายการ์ลัส ปุดจ์ดาโมน นายกรัฐมนตรีแห่งแคว้นกาตาลุญญา ได้กล่าวว่า แคว้นกาตาลุญญาจะประกาศอิสรภาพภายใน 48 ชั่วโมง หลังได้รับและดำเนินการนับผลคะแนนจากเสียงของชาวกาตาลันที่พำนักอยู่ที่ต่างประเทศทางอินเตอร์เน็ต
แต่ผลสุดท้ายคงเป็นไปไม่ได้หรอกครับที่จะมีการแยกตัวออกของแคว้นกาตาลุญญาออกจากราชอาณาจักรสเปน เนื่องจากในอดีตแคว้นบาสก์ก็พยายามแยกตัวออกเป็นเอกราชจากสเปน ถึงขนาดก่อการร้ายวางระเบิดในที่ชุมชนเป็นระยะกินเวลายาวนานถึง 43 ปี จาก พ.ศ.2501-2554 มีชาวสเปนล้มตายกว่า 800 คน ยังต้องยอมแพ้ต่อรัฐบาลสเปนในที่สุด สู้ทหารไม่ได้หรอกครับ

