อนุสนธิจากน้ำท่วมบ้านของผู้เขียนครั้งใหญ่เมื่อวันที่ 14 ตุลาคมที่ผ่านมานี้ ทำให้ผู้เขียนระลึกถึงเหตุการณ์เมื่อ 30 ปีเศษที่ผ่านมา ผู้เขียนกับเพื่อนไปรับประทานอาหารกันที่ร้านสุกี้แถวสะพานควาย กทม.นี่แหละ ก่อนที่จะเข้าไปในร้านสุกี้ก็เห็นคน 3-4 คนชุลมุนกันอยู่ที่บริเวณช่องระบายน้ำใต้ทางเท้าติดกับถนน โดยใช้ท่อนเหล็กและท่อนไม้แยงเข้าแยงออกเป็นโกลาหล ซึ่งเพื่อนที่ไปด้วยกันกับผู้เขียนก็ไขปัญหาให้กระจ่างว่า
“เขาแยงไขมันที่มันเป็นก้อนคาขวางทางท่อน้ำทิ้งซึ่งร้านสุกี้ไม่ได้สร้างบ่อดักไขมันเอาไว้ นอกจากนี้ พวกขายของบนทางเท้า เช่น ก๋วยเตี๋ยว บะหมี่ ก็เทน้ำผสมไขมันที่เหลือจากการขายทิ้งลงไปที่ช่องท่อระบายน้ำทุกวันมันก็จับตัวเป็นก้อนใหญ่เท่ากับหัวคนเลยทีเดียว ก็เลยต้องใช้เหล็กกับไม้แยงให้ก้อนไขมันแตกแยกย่อยพอให้น้ำไหลลงท่อน้ำทิ้งได้”
ความจริงเรื่องก้อนไขมันอุดตันท่อน้ำทิ้งนี้ ทางบ้านเราก็ทราบกันมานานแล้ว แต่ก้อนไขมันขนาดเป็นภูเขาเลา

กาบ้านเรายังไม่เคยเจอเรียกว่า Fatberg หรือภูเขาไขมัน ซึ่งเป็นสิ่งแปลกปลอมที่ทำให้ท่อระบายน้ำทิ้งในหลายประเทศอุดตัน โดยมวลไขมันจากการปรุงอาหารที่เราทิ้งลงไปในท่อน้ำทิ้งแล้วมันแข็งตัวติดกับผ้าอ้อมเด็ก ผ้าอนามัย ทิชชูเปียก และถุงยางอนามัยในท่อน้ำทิ้งเมื่อจับตัวกันใหญ่ขึ้นเป็นภูเขาย่อมๆ จึงเรียกว่าภูเขาไขมัน โดยเมื่อเดือนสิงหาคม พ.ศ.2556 ทางเทศบาลนครลอนดอนได้พบภูเขาไขมันที่หนักถึง 13 ตัน มีขนาดใหญ่เท่ากับรถเมล์สองชั้นหนึ่งคันที่อุโมงค์ท่อน้ำทิ้งในเขตคิงสตัน ในท่อน้ำทิ้งที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 2.4 เมตร ใต้ถนนในกรุงลอนดอนซึ่งภูเขาไขมันนี้อุดกั้นน้ำเสียไม่ให้ไหลผ่านได้ 95% ในการนี้ทางเทศบาลนครลอนดอนต้องใช้เครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงฉีดเข้าใส่ภูเขาไขมันนี้จึงทำลายภูเขาไขมันได้ ซึ่งต้องใช้เวลาเกือบ 1 สัปดาห์เลยทีเดียว
ปรากฏว่าในเดือนกันยายน ปีนี้เอง (พ.ศ.2560) ทางเทศบาลนครลอนดอนได้พบภูเขาไขมันขนาดมโหฬารที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่อุโมงค์ยักษ์ย่านไวท์ชาเปล (Whitechapel) มีน้ำหนักถึง 130 ตัน และยาวถึง 250 เมตร (ยาวกว่าสนามฟุตบอล 2 สนาม) ขนาดของมันใหญ่กว่าภูเขาไขมันที่พบเมื่อ พ.ศ.2556 ถึง 10 เท่าตัวเลยทีเดียว แบบว่าหากมีฝนตกน้ำท่วมใหญ่อาจทำให้อุโมงค์ยักษ์พังเสียหายไปได้ง่ายๆ เนื่องจากความหนาแน่นของภูเขาไขมันที่สะสมมานานเป็นสิบๆ ปีนี้ ทำให้เนื้อไขมันแข็งราวกับคอนกรีตเลยทีเดียว
แต่คราวนี้ทางเทศบาลนครลอนดอนได้ใช้วิกฤตเป็นโอกาสในการแก้ปัญหาภูเขาไขมันที่ใหญ่มโหฬารที่สุดในโลกนี้ ด้วยการขุดตักภูเขาไขมันนี้เอาไปแปลงให้เป็นไบโอดีเซล (biodiesel – เป็นเชื้อเพลิงดีเซลที่ผลิตจากน้ำมันพืช ไขมันสัตว์ หรือสาหร่าย ไบโอดีเซลเป็นเชื้อเพลิงดีเซลทางเลือก นอกเหนือจากดีเซลที่ผลิตจากปิโตรเลียม โดยมีคุณสมบัติการเผาไหม้ เหมือนกับดีเซลจากปิโตรเลียมมาก และสามารถใช้ทดแทนกันได้ คุณสมบัติสำคัญของไบโอดีเซลคือสามารถย่อยสลายได้เองตามกระบวนการชีวภาพในธรรมชาติ และไม่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม) ได้ถึง 10,000 ลิตร เลยทีเดียว
ครับ ! สำหรับบ้านเราโดยเฉพาะที่ กทม.ยังไม่เคยเจอภูเขาไขมัน หรือ Fatberg เลยนะครับ แต่เรามีปัญหาของการสะสมของก้อนไขมันในท่อน้ำทิ้งรวดเร็วมาก ทำให้การขุดลอกเอาก้อนไขมันออกปีละครั้งสองครั้งนั้นแทบไม่มีประโยชน์แต่อย่างใดเลย เนื่องจากของเสียประเภทไขมัน หากปล่อยทิ้งสะสมประมาณ 1 เดือน จะจับตัวเป็นก้อนชั้นหนาจนเกิน 10 เซนติเมตร จะมีผลทำให้น้ำไหลผ่านยากมาก จะทำให้ท่อตัน น้ำไม่สามารถไหลผ่านได้ ภาพที่เห็น ไม่ใช่ดินไปตันท่อนะครับ ที่เป็นก้อนๆ คือก้อนไขมันที่ขวางท่อ และทำให้น้ำไหลลงท่อระบายน้ำไม่ได้ ซึ่งก้อนไขมันเหล่านี้มาจากร้านขายอาหารตลาดนัด ร้านค้าใกล้บริเวณทางเท้าที่ปล่อยขยะ ทิ้งเศษอาหาร ไขมัน ลงมาตามท่อระบายน้ำ ส่วนใหญ่จะไม่ผ่านระบบกรองไขมัน เว้นแต่บางร้านมีระบบกรองหรือระบบดักไขมัน แต่ความเป็นจริงแม้บางร้านมีแต่อาจขาดการดูแลบำรุงรักษาต่อเนื่องทำให้คราบเศษอาหาร ไขมัน ไหลหลุดลอดลงสู่ท่อระบายน้ำสาธารณะได้เช่นกัน
ส่วนภูเขาไขมันสำหรับนครกรุงเทพฯของเรา ก็คงต้องคอยให้น้ำที่รอระบายสามารถระบายไปถึงระบบอุโมงค์ยักษ์ของ กทม.เมื่อไรจึงจะเริ่มเกิดมีขึ้นได้ครับ แต่ปัจจุบันคงต้องเร่งแก้ปัญหาของก้อนไขมันเสียก่อน

