สำหรับลูกแล้ว เรื่องราวของพระองค์ท่านในความทรงจำอันลางเลือนของวัยอนุบาล อาจจะระลึกได้ว่ามีครั้งหนึ่งในต้นเดือนธันวาคม ที่คุณครูนำหนูและเพื่อนๆ ร้องเพลงที่ในตอนนั้นอาจจะไม่เข้าใจความหมายนัก ก่อนจะกราบถวายความจงรักภักดีต่อพระบรมฉายาลักษณ์ขนาดใหญ่ที่ทางโรงเรียนจัดไว้
ด้วยความเข้าใจอันจำกัดของวัยนั้น “ในหลวง” สำหรับหนู คงเป็นเช่นเดียวกับพระพุทธรูปและสิ่งอันควรสักการะอื่นๆ ที่ลูกเคารพกราบไหว้ตามผู้ใหญ่ไปด้วยการเรียนรู้ตามสัญชาติญาณโดยไม่รู้เดียงสา
ต่อมาเมื่อเติบโตขึ้นมาอีกสักหน่อย หนูจึงได้รู้ว่า “ในหลวง” นั้นเป็นบุคคลผู้มีชีวิตอยู่จริง เป็นพระมหากษัตริย์ของประเทศไทย เหมือนพระราชาในนิทานที่ชอบฟัง ในตอนนั้นเองที่หนูได้เรียนรู้เรื่องของพระองค์ท่านมากขึ้น จากการ์ตูน “เบิร์ดแลนด์ แดนมหัศจรรย์” ที่หนูชอบดู ซึ่งจะมีตอนพิเศษชุด “ตามรอยพระราชา” ที่นำเอาพระราชกรณียกิจต่างๆ ของพระองค์ท่านมาดัดแปลงให้อยู่ในรูปของการ์ตูนแอนิเมชั่นที่สนุกสนาน
และจากนั้นหนูก็ได้ทราบพระนามของท่านจากในแบบเรียนวิชาสังคมศึกษา พ่อยังจำได้วันที่หนูกลับมาจากโรงเรียนอย่างตื่นเต้น แล้วถามพ่อว่า รู้หรือไม่ ว่าในหลวงมีชื่อเต็มๆ ว่าอะไร และท่องพระนามเต็มของพระองค์ให้ฟังได้อยู่เลย
หากเพียงไม่นานหลังจากนั้น วันหนึ่งในเดือนตุลาคมปีที่แล้ว ซึ่งเป็นวันพฤหัสบดี ในวันนั้นหนูคงระลึกได้ถึงบรรยากาศอึมครึมเงียบงันที่อาจจะสัมผัสได้ผ่านคุณครูและพ่อแม่ เพื่อน หรือผู้ใหญ่เกือบทุกคน ความรู้สึกของวันอันหนักหน่วงสับสนนั้นไม่มีใครมีกะจิตกะใจจะทำอะไร ตกเย็นแม่ก็ไม่ได้พาหนูแวะที่ไหน แต่พากันไปรวมตัวกันที่บ้านของเพื่อนคนหนึ่งที่อยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน ปล่อยเด็กๆ เล่นกันไปตามประสา ในขณะที่ผู้ใหญ่พูดคุยกันด้วยเสียงอันแผ่วเบาแต่เคร่งเครียด ไม่มีใครกล้าเอ่ยถึงกระแสข่าวร้ายอันไม่เป็นมงคลนั้นออกมาตรงๆ หากด้วยเค้าลางข้อมูลหลายอย่างที่ปรากฏมาในสื่อต่างๆ ทำให้ทุกคนประหวั่นพรั่นใจด้วยความรู้สึกตรงกัน
จนกระทั่งถึงเวลาที่มีประกาศสำนักพระราชวังแถลงข่าวออกมาเป็นทางการนั่นแหละ ที่เหมือนเมฆดำแห่งความอัดอั้นหวั่นกลัวทั้งหลายที่กลั่นตัวรอมาตลอดตั้งแต่สายของวันนั้น พลันควบแน่นลงมาเป็นหยาดฝนน้ำตาแห่งความอาดูร ผู้ใหญ่ทุกคนในที่นั้นร่ำไห้ แม่เขาดึงหนูมากอดเอาไว้ ก่อนจะบอกว่า
“ในหลวง” ที่หนูรู้จักตั้งแต่เกิดและจำความได้พระองค์นั้น เสด็จสวรรคตแล้ว
และจากนั้นหนูก็คงจำได้ว่า ในช่วงปีที่ผ่านมานี้ พวกเราตลอดจนคนไทยทั่วประเทศก็แต่งกายด้วยชุดดำขาว และชุดสีสุภาพติดริบบิ้นไว้ทุกข์กันเกือบทั้งปี ต่อจากนี้ หากจะกล่าวถึงในหลวงพระองค์ที่หนูเคยรู้จักมาแต่เดิมนั้นจะต้องเรียกให้ชัดเจนว่า หมายถึงในหลวงรัชกาลที่ 9 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร
สำหรับหนูซึ่งเป็นเด็กรุ่นที่เกิดมาในปลายรัชสมัย เติบโตขึ้นในช่วงที่พระองค์ท่านประทับรักษาพระอาการประชวร ภาพของในหลวงรัชกาลที่ 9 นั้นจึงเป็นภาพที่อยู่สูงส่งห่างไกล ความรับรู้เรื่องราวเกี่ยวกับพระองค์ท่านจึงมาจากผู้ใหญ่ทั้งหลายอันได้แก่ พ่อแม่ ครู อาจารย์ที่บอกเล่าเรื่องราวของพระองค์ท่าน ไม่ว่าจะเป็นพระราชประวัติ หรือพระราชกรณียกิจต่างๆ ให้ฟัง
แตกต่างจากคนรุ่นพ่อแม่ ที่ยังทันได้เห็นพระราชกรณียกิจต่างๆ ของพระองค์ท่าน แม้จะได้เห็นผ่านโทรทัศน์จากข่าวในพระราชสำนัก แต่ในทุกวัน เราก็ได้เห็นภาพข่าวที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 เสด็จไปเยือนพื้นที่ทุรกันดารทั่วประเทศไทย ได้เฝ้ารอฟังพระราชดำรัสเนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาของพระองค์ในทุกปี รวมถึงได้เป็นประจักษ์พยานในเหตุการณ์สำคัญที่แสดงให้เห็นถึงพระบารมีของพระองค์ท่านที่ระงับดับความขัดแย้งของบ้านเมือง
แต่กระนั้นก็ใช่ว่าคนรุ่นหนูจะได้สัมผัสรับรู้ถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านที่มีต่อพสกนิกรชาวไทย แต่ในเพียงคำบอกเล่าของผู้ใหญ่เท่านั้น
เพราะหากมองไปรอบๆ หนูจะได้เห็นสิ่งต่างๆ อันเป็นประจักษ์พยานแสดงให้เห็นถึงพระมหากรุณาธิคุณ และการทรงงานอย่างหนักของพระองค์ท่าน ที่ได้พระราชทานไว้ให้แก่คนไทยและประเทศไทย อันสัมผัสได้ในชีวิตประจำวันอย่างที่หนูอาจจะคาดไม่ถึงอย่างมากมายมหาศาลนัก
หากให้ยกตัวอย่างจากสิ่งที่หนูน่าจะรู้จักดี ยังจำนมอัดเม็ดแสนอร่อยที่หนูเคยชอบกินได้ไหม ปัจจุบันอาจจะหาซื้อยากไปสักหน่อย เรียกว่าเห็นที่ไหนก็จะต้องซื้อเก็บไว้นั่นแหละ นมเม็ดนั้นคือผลิตผลของ “โรงนมเม็ดสวนดุสิต” ซึ่งเป็นโครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา ที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้ทรงพระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์ก่อตั้งขึ้น เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำนมโคล้นตลาด ที่ราษฎรผู้เลี้ยงโคนมได้ถวายฎีกาขอพระราชทานความช่วยเหลือจากพระองค์ท่าน โครงการส่วนพระองค์นี้ได้แก้ปัญหาน้ำนมดิบล้นตลาดดังกล่าวด้วยการแปรรูปเป็นนมผง และนมอัดเม็ด
ซึ่งต่อมาได้รับความนิยมไปถึงต่างประเทศด้วยคุณภาพและความเอร็ดอร่อย ที่เริ่มมาจากพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านในการแก้ปัญหาของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมนี่เอง หรืออย่างที่สระน้ำของโรงเรียน ที่หนูชอบเอาขนมปังไปเลี้ยงปลาที่อาศัยอยู่ในสระน้ำนั้น เจ้าปลาตัวโตที่มีสีเทาเข้มสลับลายสีดำ หางสีแดง ที่มีเต็มสระนั้น คือ “ปลานิล” หนูรู้ไหมว่า ปลานิลนี้เป็นปลาที่คนไทยเราได้รับพระราชทานมาจากในหลวงรัชกาลที่ 9 โดยพระองค์ท่านได้รับน้อมเกล้าฯ ถวายสายพันธุ์ปลาชนิดนี้ 50 ตัวแรกมาจากสมเด็จพระจักรพรรดิแห่งประเทศญี่ปุ่น ซึ่งพระองค์ท่านได้ทรงทดลองเลี้ยงและขยายพันธุ์ไว้ด้วยพระองค์เองที่พระราชวังสวนจิตรลดา โดยเมื่อมีจำนวนเพียงพอแล้ว ก็ทรงพระราชทานให้เกษตรกรนำไปเลี้ยงและขยายพันธุ์ เพื่อให้เป็นแหล่งโปรตีนจากปลาที่หาได้ง่ายสำหรับคนไทย และเป็นการสร้างอาชีพให้เกษตรกรด้วย
อาจกล่าวได้ว่าปลานิลทุกตัวที่หนูได้เห็น รวมถึงเจ้าพวกที่อยู่ในสระน้ำของโรงเรียนด้วย หากนับกันไปนับกันมา ทุกตัวคงถือเป็นหลานเหลนของปลานิลที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงเคยเลี้ยงไว้ในพระราชวังของพระองค์ทั้งสิ้น
และอย่างเพลงที่คุณครูของหนูสอนให้ร้อง และเต้นกิจกรรมเข้าจังหวะในงานโรงเรียน เพลง
“ยามเย็น” และ “ความฝันอันสูงสุด” นั้นก็เป็นส่วนหนึ่งในเพลงพระราชนิพนธ์ทั้งหมด 48 เพลงของในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งยังมีเพลงอื่นๆ ที่หนูอาจจะเคยได้ยินบรรเลงอย่างไพเราะรื่นรมย์คลออยู่ในบรรยากาศ เวลาเดินเที่ยวในห้างสรรพสินค้า หรือในร้านอาหาร โดยอาจจะไม่ทันได้รู้ว่านี่คือเพลงที่แต่งโดยพระมหากษัตริย์ที่เป็นอัครศิลปินผู้ทรงพระปรีชาทางดนตรีเป็นอย่างยิ่ง
หรือนิทานภาพเรื่อง “พระมหาชนก” ที่หนูเคยยืมจากห้องสมุดมาให้พ่ออ่านให้ฟัง นั่นก็เป็นพระราชนิพนธ์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ซึ่งทรงเรียบเรียงจากชาดกที่พระองค์ทรงค้นคว้าจากพระไตรปิฎก โดยทรงเก็บใจความสำคัญของเรื่องมาทรงพระราชนิพนธ์เป็นสำนวนที่ทันสมัย ดัดแปลงแก้ไขเพื่อแฝงคติธรรมเพิ่มเติมเพื่อสอนในเรื่องเกี่ยวกับความเพียร ปัญญา และการศึกษา เพื่อให้ใช้ได้สำหรับคนในยุคใหม่
เวลาที่หนูเดินทางไปทางฝั่งธน บางครั้งหนูก็จะผ่านถนนลอยฟ้า ที่สร้างขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรตามพระราชดำริของพระองค์ท่าน ในครั้งที่พระองค์เสด็จมาเยี่ยมสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (หรือที่หนูอาจจะเคยได้ยินคนเรียกท่านว่า “สมเด็จย่า”) เมื่อครั้งที่ยังทรงพระชนม์อยู่และพักรักษาอาการประชวร ณ โรงพยาบาลศิริราช กล่าวกันว่าท่านทรงทอดพระเนตรเห็นสภาพการจราจรด้วยพระองค์เองจากหน้าต่างของโรงพยาบาล จึงเกิดเป็นโครงการในพระราชดำริเพื่อแก้ปัญหาการจราจร จากเรื่องนี้เราจึงได้รู้ว่า เรื่องใดก็ตามที่เป็นความทุกข์ของราษฎรแล้ว หากพระองค์ท่านสังเกตเห็น ท่านจะทรงคิดหาวิธีการแก้ไขเพื่อบรรเทาความทุกข์นั้นให้ได้
ที่เล่ามานี้ แม้อาจจะเป็นเหมือนเรื่องเล็กน้อยย่อยปลีก เมื่อเทียบกับพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงรัชกาลที่ 9 และพระราชกรณียกิจอีกมากมายมหาศาล แต่ที่เลือกมาเล่านี้ เพราะเหล่านี้ล้วนเป็น “เรื่องเล็กๆ น้อยๆ” ซึ่งพบเจอได้ง่ายในชีวิตประจำวันสำหรับเด็กวัยอย่างหนู และเมื่อเติบโตขึ้น หนูก็จะประจักษ์ถึงเรื่องนี้ต่อไปได้ด้วยตัวเอง ไม่ใช่เฉพาะแต่จากคำบอกเล่าหรือสั่งสอนของผู้ใหญ่ หรือในหนังสือและสื่อต่างๆ
เรื่องราวของพระองค์ท่านจะได้รับการบอกเล่าต่อไปชั่วกาลนาน ด้วยประจักษ์พยานที่ยังมีชีวิตและเคลื่อนไหว เมื่อปลานิลสักตัวหนึ่งปรากฏตัวบนผิวน้ำ ยามที่กังหันชัยพัฒนายังหมุนวน เท่าที่เพลงพระราชนิพนธ์ยังบรรเลงหวาน เมื่อเราเดินหาซื้อผักผลไม้โครงการหลวง ขับรถผ่านทางคู่ขนานลอยฟ้าถนนบรมราชชนนี ต่อไปในอนาคต หนูอาจจะได้เรียนหนังสือหรือทำงานกับผู้ที่ได้รับทุนเล่าเรียนหลวง หรืออาจจะได้รู้จักกับเพื่อนที่มาจากครอบครัวของผู้ที่ลืมตาอ้าปาก หรือมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นได้ด้วยโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริทั้งสี่พันกว่าโครงการ
ในวันพรุ่งนี้ 26 ตุลาคม 2560 แม้จะเป็นวันที่ชาวไทยทุกคนไม่อยากให้มาถึง แต่ก็ไม่อาจจะหยุดยั้งรั้งรอได้ ด้วยต้องยอมรับและเข้าใจในอนิจจัง และเพื่อเป็นการถวายพระเกียรติต่อพระองค์ท่านตามโบราณราชประเพณี ที่คนไทยทุกคนได้ร่วมแรงร่วมใจกันจัดขึ้นเพื่อพระมหากษัตริย์ผู้เป็นที่รักยิ่งเป็นครั้งสุดท้ายอย่างยิ่งใหญ่และสวยงามสมพระเกียรติที่สุด อย่างที่หนูได้เห็นภาพของพระเมรุมาศที่ท้องสนามหลวงในสื่อต่างๆ ไปแล้ว
ในวันนั้น เราจะไปที่พระเมรุมาศจำลองใกล้บ้านด้วยกัน เพื่อร่วมถวายดอกไม้จันทน์ ในงานถวายพระเพลิงพระบรมศพ เช่นเดียวกับพสกนิกรชาวไทยอีกหลายล้านคนทั่วประเทศ เพื่อแสดงความจงรักภักดีและถวายความอาลัยต่อพระมหากษัตริย์ผู้เป็นที่รักยิ่งของคนไทยพระองค์นี้เป็นครั้งสุดท้าย
โดยที่ความทรงจำและเรื่องราวพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน จะไม่มีวันเลือนลับดับหาย จักคงอยู่และบอกเล่าสืบทอดต่อกันไปในประเทศเรานี้ชั่วกาลนาน

