ไม่ว่าเหตุผลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะเป็นเช่นไร ไม่ว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ จะห่วงแค่ไหน
ไม่ว่า นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯอีกคนหนึ่งจะออกมาอธิบายอีกกี่ครั้ง ก็ดูเหมือนว่าเรื่องปลดล็อก และปรับ ครม.นั้นถึงเวลาแล้ว
เรื่องปลดล็อกให้พรรคการเมืองประชุมกันได้ เป็นเรื่องที่ต้องเปิดทางให้พรรคการเมืองได้ขยับตามรัฐธรรมนูญ
เมื่อรัฐธรรมนูญกำหนดให้มี พ.ร.ป.พรรคการเมือง เมื่อ พ.ร.ป.พรรคการเมืองกำหนดให้พรรคการเมืองขยับ
เมื่อ พ.ร.ป.พรรคการเมืองประกาศใช้แล้ว พรรคการเมืองก็ต้องขยับ
แต่ตอนนี้ยังไม่สามารถดำเนินการใดๆ ได้ เพราะมีกฎเหล็กของ คสช.ห้ามเอาไว้
ดังนั้น จึงถึงเวลาแล้วที่ต้อง “ปลดล็อก”
แม้ว่า คสช.จะยังระแวงฝ่ายการเมืองที่มีความเคลื่อนไหวอยู่ แต่ในเมื่อทุกอย่างต้องขับเคลื่อนตามกฎหมาย
และกฎหมายก็กำหนดเอาไว้แล้ว
ทุกอย่างจึงสุกงอม
ไม่ต้องสงสัยว่าทำไมโพลที่สำรวจความคิดเห็นจึงทยอยออกมาว่าให้ปลดล็อก
วันแรกกรุงเทพฯโพลระบุว่า ประชาชนเห็นด้วยกับการปลดล็อกการเมือง ร้อยละ 61.2
วันต่อมา สวนดุสิตโพลระบุว่า ถึงเวลาแล้วที่จะปลดล็อกการเมือง 65.17 เปอร์เซ็นต์
ส่วนเรื่องปรับคณะรัฐมนตรีก็เช่นกัน
เสียงเรียกร้องให้เปลี่ยนแปลงรัฐมนตรีนั้นมีมาเป็นระยะๆ
เดิมทีอาจจะเป็นความต้องการของผู้ที่อยากได้อำนาจ
ปล่อยข่าวถล่มรัฐมนตรีคนนั้นคนนี้ เพื่อหวังผลต่อการเปลี่ยนแปลง
เดิมการปรับ ครม.มาจากความต้องการของ พล.อ.ประยุทธ์
โดยเฉพาะการปรับทีมเศรษฐกิจนั้นเห็นได้ชัดว่า พล.อ.ประยุทธ์ต้องการการเปลี่ยนแปลง
แต่เมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ไม่อยากเปลี่ยนแปลง ทุกอย่างก็ยังคงเหมือนเก่า
แต่คราวนี้ การปรับ ครม.กำลังจะมาจากความต้องการของสังคม
น่าสังเกตไหมว่า เมื่อ พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล ลาออกจากเก้าอี้ รมว.แรงงาน กระแสเสียงเห็นด้วยกับการปรับ ครม.มีมาก
ส่วนกระแสเสียงที่ไม่เห็นด้วยกับการปรับ ครม. แทบจะไม่ได้ยิน
ขณะที่กลุ่มคนที่ออกมาเห็นด้วยกับการเปลี่ยนแปลงก็คือกลุ่มคนที่ไม่ได้เป็นภัยต่อ คสช.
คนที่เสนอให้ปรับใหญ่ในลำดับแรกๆ คือ นายถาวร เสนเนียม ซึ่งเป็นทั้ง กปปส. และ ปชป.
นายถาวรเสนอโดยเจาะจงตำแหน่งที่ควรจะต้องถูกปรับอย่างชัดเจน
ทั้งรัฐมนตรีกระทรวงเกษตร ทั้งรัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์
เฉกเช่นเดียวกับสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ที่ทยอยนำเสนอข้อเสนอแนะ
ล่าสุด นายเจริญ คันธวงศ์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ บอกให้ลองใช้สูตรจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์
เลือกคนเก่งมาเป็นรัฐมนตรี!
นี่ยังไม่รวมถึงพรรคเพื่อไทยที่กระทุ้งอยู่เนืองๆ ให้มีการเปลี่ยนแปลง
และยังไม่รวมถึงกองเชีย คสช.ที่เห็นด้วย แต่ไม่ได้แสดงความคิดเห็น
สรุปว่า ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลจะต้องปรับ ครม.
ถึงเวลาแล้วที่ต้องปลดล็อก
ทีนี้ก็ขึ้นอยู่กับ คสช.ผู้มีอำนาจเต็มล่ะครับว่าจะเอายังไง
All site contents

