ธนาคารโลกแจ้งผลการจัดอันดับความยากง่ายในการทำธุรกิจ (Ease of doing business) ประจำปี 2018 ขอบเขตเศรษฐกิจและประเทศทั่วโลก จำนวน 190 ประเทศ โดยประเทศไทยได้รับการจัดอันดับดีขึ้นแบบก้าวกระโดดถึง 20 อันดับ จากเดิมอันดับที่ 46 เมื่อปีที่แล้ว เป็นอันดับที่ 26 ในปีนี้ และอยู่ในอันดับ 3 ของอาเซียน (รองจากสิงคโปร์ และมาเลเซีย) ซึ่งจะส่งผลดีต่อความเชื่อมั่นของนักธุรกิจจากประเทศต่างๆ ที่สนใจจะมาลงทุน รวมถึงเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ
ในขณะเดียวกันฤดูฝนปีนี้มาเร็วกว่าปีก่อนๆ และมีฝนตกมากกว่าเกณฑ์ปกติ ตั้งแต่ต้นฤดูฝนต่อเนื่องมาจนถึงปลายเดือนตุลาคม ทำให้เกิดภาวะน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ และยังคงท่วมขังอยู่จนถึงปัจจุบัน ส่งผลให้มีประชาชนได้รับผลกระทบจำนวนมาก โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคาดว่าระดับน้ำในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะเข้าสู่ภาวะปกติภายในเดือนธันวาคมนี้
การบริหารจัดการน้ำในภาพรวมของรัฐบาล ถือว่าดำเนินการได้ดีพอสมควร สามารถป้องกันไม่ให้น้ำท่วมในพื้นที่ที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล
จากการจัดพื้นที่รับน้ำในทุ่งต่างๆ บริเวณภาคกลาง (ซึ่งได้บริหารจัดการให้มีการปลูกและเก็บเกี่ยวข้าวเสร็จสิ้นเร็วกว่าปกติ) แต่อย่างไรก็ตามประชาชนในเขตน้ำท่วมขังไม่สามารถดำเนินชีวิตประจำวันได้ตามปกติเป็นระยะเวลานาน (เฉลี่ยประมาณ 2 เดือน) โดยอาจแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ ผู้ที่อาศัยอยู่ริมฝั่งแม่น้ำ ลำคลอง ซึ่งในกรณีที่มีคันกั้นน้ำอาจจะแยกเป็นสองส่วนคือ นอกและในคันกั้นน้ำ และเกษตรกรในทุ่งรับน้ำต่างๆ หรือถ้าแบ่งกลุ่มตามความหนาแน่นของการอยู่อาศัยก็แยกเป็นหมู่บ้าน ชุมชน และผู้ที่อาศัยอยู่กระจัดกระจายในพื้นที่การเกษตรทั่วไป
ประชาชนเหล่านี้คือผู้ที่เสียสละความสุขส่วนตัว ทรัพย์สินเสียหายเพื่อให้ประเทศชาติโดยส่วนรวมอยู่รอดปลอดภัย ซึ่งควรได้รับการตอบแทนจากผู้ที่ได้รับประโยชน์จากการเสียสละนั้นบ้างตามสมควร
จึงขอเสนอให้รัฐบาลดำเนินการเยียวยาประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมขัง โดยอาจจะแบ่งตามระยะเวลาของการดำเนินการเป็นโครงการระยะสั้นและระยะยาว
โครงการระยะสั้น ซึ่งจะต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน ได้แก่
-รวบรวมรายชื่อและขึ้นทะเบียนผู้ได้รับผลกระทบ
-กำหนดวงเงินชดเชยผู้ได้รับความเสียหาย ซึ่งอาจจะแบ่งกลุ่มประชาชนผู้ที่จะได้รับค่าชดเชยตามลักษณะของการอยู่อาศัย (ดังตัวอย่างที่ระบุเบื้องต้น) และประเภทของความเสียหาย เช่น ที่อยู่อาศัย หรือการประกอบอาชีพ เป็นต้น โดยใช้งบประมาณแผ่นดิน (งบกลาง)
-สำหรับการดำเนินการซ่อมแซมที่อยู่อาศัยนั้น ทางราชการอาจจะช่วยบริหารจัดการโดยจัดรวมกลุ่มประชาชนเพื่อดำเนินการกันเอง หรือจัดหน่วยงานของรัฐ/เอกชน เช่น หน่วยทหาร สถาบันการศึกษา ในพื้นที่ใกล้เคียง เข้าช่วยดำเนินการ โดยใช้วัสดุที่จัดซื้อจากเงินชดเชยที่ได้รับ
-เร่งดำเนินการซ่อมแซมสาธารณูปโภคประเภทต่างๆ ของชุมชนให้สามารถใช้งานได้ตามปกติ
-โรงเรียนที่ได้รับผลกระทบ จะต้องได้รับงบประมาณสำหรับซ่อมแซมและจัดหาอุปกรณ์ทดแทนอย่างเพียงพอและรวดเร็ว
โครงการระยะยาว ที่ต้องเร่งดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ได้แก่
-ขยายการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ลุ่มต่ำ หรือบางระกำโมเดล 60 ไปยังพื้นที่อื่นๆ โดยเป็นการปรับเปลี่ยนปฏิทินในการทำนาปีกันใหม่ เก็บเกี่ยวเสร็จภายในสิงหาคม พอเข้าสู่ฤดูน้ำหลากคือกันยายนจนถึงตุลาคม สามารถผลักน้ำเข้าไปเก็บในทุ่งเป็นแก้มลิงได้เลย เกษตรกรสามารถจับปลาและ
ทำนาฤดูแล้งได้อีกรอบหนึ่ง ในขณะที่รัฐบาลไม่ต้องเสีย
เงินค่าชดเชยข้าวเสียหาย (ซึ่งกรมชลประทานได้เริ่มดำเนินการแล้ว)
-ให้สถาบันการศึกษาและองค์กรวิจัยต่างๆ เสนอผลงานวิจัย (ที่ดำเนินการจนได้องค์ความรู้หรือชิ้นงานแล้ว) เกี่ยวกับอุปกรณ์ต่างๆ ที่ต้องนำไปใช้งานในสภาวะน้ำท่วม เช่น เครื่องกรองน้ำ เครื่องผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ขนาดครัวเรือน ห้องสุขาลอยน้ำ รวมถึงแบบบ้านที่สามารถปรับเปลี่ยนให้อาศัยได้ทั้งสภาวะปกติและช่วงน้ำท่วมขัง ให้รัฐบาลพิจารณาและคัดกรองก่อนนำไปดำเนินการผลิต เพื่อเตรียมไว้ใช้งาน ซึ่งอาจจะนำไปต่อยอดในเชิงพาณิชย์ ผลิตเป็นสินค้าส่งออกต่อไปได้ในอนาคต
-เร่งดำเนินการจัดระเบียบผู้อยู่อาศัยริมคลองระบายน้ำในทุกพื้นที่ รวมถึงจัดระเบียบชุมชนแออัดที่อยู่ใกล้เคียงคลองระบายน้ำให้มีช่องทางเข้าออกที่สะดวกเพื่อลดการทิ้งขยะลงคลอง
-ควรจะมีการประกาศใช้ระดับมาตรฐาน สำหรับพื้นที่ในเมืองเพื่อควบคุมการถมพื้นที่ตลอดจนการก่อสร้างถนน
-ควรจะคิดทำโครงการนำน้ำส่วนเกินที่จะต้องระบายออกจากพื้นที่ในเมืองไปใช้ในพื้นที่การเกษตรแทนที่จะระบายทิ้งไปโดยไม่ได้ใช้ประโยชน์
นอกเหนือจากนี้ ควรจะมีการสอบถามข้อมูลจากผู้ประสบภัยน้ำท่วมขัง เพื่อจะได้นำข้อมูลที่ได้มาวิเคราะห์ให้ได้ข้อสรุปที่เป็นประโยชน์สำหรับการแก้ปัญหาในอนาคต และกรุงเทพมหานครซึ่งรอดพ้นจากน้ำท่วม ควรจัดงบประมาณในส่วนของกรุงเทพมหานครสมทบกับงบประมาณของรัฐบาลในการเยียวยาพี่น้องที่เสียสละด้วย
การใช้ชีวิตของคนไทยคงจะแยกขาดจากสายน้ำไม่ได้ หากได้ดำเนินการตามข้อเสนอบ้าง คงจะทำให้พื้นที่และระยะเวลาที่น้ำท่วมขังลดลง ประชาชนที่ประสบกับภาวะน้ำท่วมขังสามารถใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงกับสภาวะปกติ ส่งผลต่อความเชื่อมั่นในการบริหารจัดการของรัฐบาลตลอดจนความมั่นคงของประเทศในภาพรวม
รศ.วุฒิชัย กปิลกาญจน์

