หน้าแรก บทความ โปรไฟล์เงา : ...

โปรไฟล์เงา : วิธีที่เฟซบุ๊กเข้าใจเรา (มากเกินไป?) : Future Perfect : ทีปกร วุฒิพิทยามงคล

20.11.17 | 12:20 น.

“ทําไมมันถึงรู้” คำถามนี้เกิดขึ้นกับผมบ่อยๆ หลังจากผมเดินทาง หรือไปร่วมงานสังสรรค์สักที่ แล้วพบเพื่อนหน้าใหม่สองสามคน พอกลับถึงบ้าน ผมไม่คิดว่าเราจะได้พบกันอีก หรือได้ติดต่อกันอีก เราไม่ได้แลกเปลี่ยนเบอร์โทรศัพท์ หรืออีเมล์ หรือโซเชียลเน็ตเวิร์กของกันและกัน แต่เมื่อกลับถึงบ้านไม่นานนัก สองสามวันต่อมา เพื่อนหน้าใหม่คนนั้นก็ปรากฏหราอยู่ในส่วน “คนที่คุณอาจรู้จัก”(People You May Know) ในเฟซบุ๊ก

ประหลาด ผมไม่เคยให้เฟซบุ๊กเข้าถึงคอนแทคในอีเมล์ของผม และการไปร่วมงานในวันนั้นก็ไม่ได้โพสต์ถึงเพื่อนหน้าใหม่คนนั้นเลย (แต่อาจมีการตั้งสเตตัส หรือเข้าเฟซบุ๊กระหว่างอยู่ในงานบ้าง) ผมได้แต่เก็บความสงสัยไว้ คิดว่าคงเป็นเวทมนตร์ของปัญญาประดิษฐ์อะไรสักอย่างที่ทำให้เฟซบุ๊ก “บังเอิญ” รู้ว่าผมกับเพื่อนหน้าใหม่คนนั้นเคยเจอกัน
กรณีของผม (ซึ่งอาจจะเหมือนกับใครหลายๆ คน)ว่าประหลาดแล้วนะครับ แต่เราก็อาจจะพอเดาเลาๆ ได้ว่าเฟซบุ๊กอาจใช้ข้อมูลโลเกชั่นหรือความสัมพันธ์แบบเพื่อนของเพื่อนในการจับคู่เราเข้าด้วยกัน แต่เร็วๆ นี้ บทความจากเว็บไซต์ Gizmodo เปิดเผยออกมาว่า มีการแนะนำ “คนที่คุณอาจรู้จัก” ที่น่าประหลาดใจกว่านั้นอีก

ตัวอย่างเช่น มีชายคนหนึ่งบริจาคสเปิร์มให้คู่สมรสที่ไม่อาจมีลูกได้อย่างลับๆ แล้วต่อมา เฟซบุ๊กก็แนะนำลูกที่เกิดจากสเปิร์มของเขาว่าเป็น “คนที่คุณอาจรู้จัก” ทั้งๆ ที่เขาไม่ได้เป็นเพื่อนบนเฟซบุ๊กกับคู่สมรสคู่นั้นเลย มีหญิงคนหนึ่งที่พ่อของเธอมีชู้และออกจากครอบครัวไปตั้งแต่ยังเด็ก แล้ววันหนึ่งเฟซบุ๊กก็แนะนำชู้ (ในตอนนั้น) ของพ่อเธอขึ้นมาให้ คนทำงานเพื่อสังคมที่ลูกค้าเรียกเธอด้วยชื่อเล่นเพราะไปเห็นว่าเธอเป็น “คนที่คุณอาจรู้จัก” ในเฟซบุ๊ก ทั้งๆ ที่เธอยังไม่ได้ให้คอนแทคไว้เลย

ทั้งหมดนี้อาจเป็นเรื่องบังเอิญ! แต่ Kashmir Hill คอลัมนิสต์ของ Gizmodo บอกว่า หรือมันอาจจะไม่ใช่?

เธอใช้คำว่า “โปรไฟล์เงา” (Shadow Profile) ในการอธิบายฟีเจอร์นี้ คำนี้เป็นคำที่เฟซบุ๊กไม่ชอบ และไม่ใช้ เพราะว่าฟังดูแล้วเหมือนเฟซบุ๊กทำอะไรลับๆ ล่อๆ แต่ถึงอย่างนั้นคำนี้ก็บรรยายสิ่งที่เกิดขึ้นได้ดีทีเดียว

Advertisement

เรามักจะคิดว่าโซเชียลเน็ตเวิร์กนั้นจะรู้ข้อมูลเกี่ยวกับตัวเรา “เฉพาะที่เราบอก” ถึงแม้จะเป็นการบอกอย่างเต็มใจ (เช่น อัพเดตสเตตัส เช็กอิน โพสต์รูปเซลฟี่ บันทึกวันเกิด) หรือไม่เต็มใจ (เช่น ข้อมูลโลเกชั่นที่เราอาจไม่ระวัง หรือการฝังสคริปต์ตามตัวเราบนเว็บไซต์อื่นๆ ที่ไม่ใช่ของเฟซบุ๊กเอง เพียงเพราะเว็บนั้นติดปุ่มไลค์บนหน้าเพจ) แต่จริงๆ แล้ว Kashmir บอกว่า เฟซบุ๊กยังสามารถรู้เรื่องเรา “จากสิ่งที่คนอื่นพูดเกี่ยวกับเรา” ด้วย

ทุกครั้งที่คนอื่นๆ เลือกจะแชร์คอนแทค (จากเมล์ หรือโซเชียลเน็ตเวิร์กอื่น) เข้าสู่เฟซบุ๊ก เฟซบุ๊กจะพยายามหาความเชื่อมโยงระหว่างคนคนนั้นกับคนที่อยู่ในคอนแทค ถึงแม้คนที่อยู่ในคอนแทคจะไม่เคยให้อีเมล์ของเขากับเฟซบุ๊กก็ตาม ตัวอย่างเช่น หากลูกค้าของทนายคนหนึ่งแชร์คอนแทคในเมล์ให้กับเฟซบุ๊ก (ในขั้นตอน Find Friends ที่เฟซบุ๊กบอกว่า “การแชร์คอนแทคจะทำให้เพื่อนๆ หาคุณได้ง่ายขึ้น”) เฟซบุ๊กก็จะรู้ว่าทนายคนนั้นอีเมล์อะไรโดยดูจากชื่อนามสกุลร่วมกับข้อมูลอื่นๆ และมาจับคู่กับโปรไฟล์บนโซเชียลเน็ตเวิร์กของตน

ในหน้าข้อมูลเพิ่มเติม เฟซบุ๊กระบุว่า “เราจะเก็บข้อมูลคอนแทคของคุณอย่างปลอดภัย ข้อมูลนี้อาจรวมไปถึงชื่อ นามสกุล ชื่อเล่น รูปถ่าย เบอร์โทรศัพท์และข้อมูลอื่นๆ เช่น อาชีพ รวมไปถึงข้อมูลในโทรศัพท์ของคุณเกี่ยวกับคอนแทคเหล่านี้”และเฟซบุ๊กก็รู้ดีว่าการที่ “แค่มีคอนแทค” อาจไม่ได้หมายความว่าอยากเป็นเพื่อนกันในเฟซบุ๊ก (เช่น เราอาจไม่อยากแอดหมอของเราเป็นเพื่อน หรือหมออาจจะไม่อยากให้คนไข้แอด) เพราะเฟซบุ๊กเองก็มีข้อความไว้ว่า “โปรดส่งคำขอเป็นเพื่อนเฉพาะกับคนที่คุณรู้จักเป็นการส่วนตัว ที่จะยินดีกับคำขอเท่านั้น”

พูดง่ายๆ Shadow Profile นั้นคือข้อมูลโปรไฟล์อีกชุดของเรา ที่ไม่ได้ประกอบจากข้อมูลที่เราให้เอง แต่เป็นข้อมูลเกี่ยวกับตัวเราที่คนอื่นให้ไว้ เป็นเหมือนภาพปะติดปะต่อจากภายนอก ที่เฟซบุ๊กสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้มากกว่าแค่ “แนะนำคนที่คุณอาจรู้จัก” มาก

ที่ผ่านมา เราอาจเห็นการพูดและรณรงค์เรื่องความเป็นส่วนตัวของข้อมูลเพื่อปกป้องตนเอง เช่น เรามักจะได้ยินว่า อย่าแชร์ข้อมูลส่วนตัวลงบนโซเชียลเน็ตเวิร์ก อย่าเช็กอินจนคนอื่นรู้ว่าเราอยู่ที่ไหนตลอด (เพราะอาจทำให้ผู้ไม่ประสงค์ดีฉวยโอกาสได้) แต่คำถามสำคัญคือ จะทำอย่างไร เมื่อเราระวังทุกวิถีทางแล้ว แต่ “คนที่อาจรู้จัก” เรา ไม่ได้ระวังข้อมูลของเราในแบบเดียวกัน? และเราจะมีวิธีบอกโซเชียลเน็ตเวิร์กต่างๆ (ซึ่งอาจมากไปกว่าเฟซบุ๊ก) อย่างไร ว่าเรายินยอมหรือไม่ ในการให้เขาใช้ข้อมูล “ที่คนอื่นบอกเกี่ยวกับเรา”