“แต่ที่เราคิดเป็นการสร้างเมืองเพื่อที่จะเป็นตัวอย่าง และทำให้เมืองเดิมของเราคือกรุงเทพมหานครนี้ เป็นเมืองที่โปร่ง เป็นเมืองที่น่าดู เป็นเมืองประวัติศาสตร์ และเป็นเมืองสวยงาม ส่วนเมืองใหม่นั้นก็จะเป็นเมืองสวยงามเหมือนกัน และสะดวกสบายทุกอย่าง สำหรับเรื่องของรถ จะเป็นลอยฟ้าหรือดำดินก็ไม่ทราบ ก็จะมีได้ แต่วางแผนให้ดี ไม่ต้องเกิดปัญหา อย่างทำรถใต้ดิน ที่เป็นปัญหา คือเดี๋ยวไปชนเสาเข็ม ถ้าแล่นไปที่ไหน ต้องไปชนเสาเข็มแน่นอน ถ้าทำใต้ดิน ที่ที่เสนอจะไม่ต้องไปชนเสาเข็ม เพราะไม่มีเสาเข็ม แล้วก็จะสร้างการขนส่งมวลชนที่เหมาะสม การคมนาคมมีทั้งถนน มีทั้งทางต่างระดับลอยฟ้า มีทั้งทางใต้ดิน มีทั้งคลอง สำหรับให้มีการคมนาคมทางเรือก็ได้ คลองสำหรับระบายน้ำก็ได้ ทำทั้งหมดให้เสร็จ”
“…อันนี้เคยไปถามคนที่เขารู้ทางอนาคต ถามเข้าว่าแซยิด 72 นี่ ก็มีเป้าหมายแล้วที่จะสร้างเขื่อนเพื่อป้องกันภัยแล้ง แต่ว่าแซยิด 84 จะมีเมือง เรียกว่า เมืองสวรรค์ เมืองที่ดี มีไหน มีทางไหม เขาบอกว่ามีทาง ก็เลยขอให้ไว้ใจว่าเราคิด คิดอยู่ จะสร้างเมืองสวรรค์ จะทำให้กรุงเทพมหานครนี้เป็นกรุงเทพฯ เมืองสวรรค์ แล้วเมืองใหม่นั้นก็เป็นเมืองสวรรค์เหมือนกัน ไม่ได้เป็นการย้ายกรุงเทพฯไปที่อื่นไกล แต่ว่าเป็นการปรับปรุงให้ดีขึ้น…”
จากพระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ในโอกาสที่คณบดีคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นำคณะผู้ร่วมจัดการแข่งขันเดิน-วิ่ง เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายเงินรายได้จากการจัดงานเพื่อสมทบทุนโครงการแก้ปัญหาการจราจรตามพระราชดำริ ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน เมื่อวันอังคารที่ 22 มีนาคม 2537
สะท้อนให้เห็นว่า พระองค์ทรงมีความมุ่งมั่นที่อยากจะสร้างกรุงเทพฯให้เป็นเมืองที่สวยงาม จึงทรงวางรากฐานของความอยู่ดีกินดีของพสกนิกร และพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐานของประเทศใน “กรุงเทพมหานคร” เมืองหลวงของไทย ที่ประชาชนต้องเผชิญกับปัญหาต่างๆ มากมาย โดยเฉพาะ “ปัญหาการจราจร”

โครงข่ายวงแหวน หมุนเวียน เลี่ยงเมือง
1.รัชดาภิเษก วงแหวนรอบใน
เป็นโครงการอันเนื่องมาจากแนวพระราชดำริด้านการจราจรโครงการแรกในนครหลวงกรุงเทพธนบุรีเมื่อ พ.ศ.2514 อันเป็นปีที่ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 25 ปี พระองค์มีพระราชประสงค์ให้รัฐบาลจัดสร้างถนนเพิ่มอาจเป็นถนนวงแหวนรอบและถนนยกระดับ เพื่อพระราชทานเป็นของขวัญแก่ประชาชนแทนการสร้างพระบรมราชานุสาวรีย์
2.กาญจนาภิเษก วงแหวนรอบนอก
ถนนกาญจนาภิเษกเป็นเส้นทางเชื่อมโยงพื้นที่รอบนอกกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยไม่จำเป็นต้องวิ่งผ่านเมืองซึ่งมีการจราจรหนาแน่น ทั้งยังเป็นเส้นทางหลักเชื่อมโยงกรุงเทพฯ กับโครงข่ายถนนที่สามารถเดินทางไปได้ทุกภูมิภาคทั่วประเทศ
เส้นทางสายนี้ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เชิญชื่อ “กาญจนาภิเษก” พระราชพิธีฉลองครองสิริราชสมบัติครบ 50 ปีใน พ.ศ.2539
3.วงแหวนอุตสาหกรรมเสริมสร้างเศรษฐกิจ
เป็นถนนวงแหวนรอบเล็กตามแนวพระราชดำริ รองรับการขนถ่ายสินค้าจากท่าเรือกรุงเทพฯต่อเนื่องไปยังพื้นที่อุตสาหกรรมในจังหวัดสมุทรปราการและภูมิภาคอื่นๆ ของประเทศ เพื่อไม่ให้รถบรรทุกขนาดใหญ่แล่นเข้าไปในตัวเมือง อันเป็นสาเหตุของการจราจรติดขัด อีกทั้งยังสามารถเชื่อมโยงโครงข่ายการขนส่งหลากหลายรูปแบบจากท่าเรือ เปลี่ยนถ่ายมาต่อรถบรรทุก ซึ่งจะวิ่งไปยังจุดหมายปลายทางหรือคลังสินค้าทั่วประเทศ รวมถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
เส้นทางสายนี้ก่อสร้างขึ้นใหม่ พร้อมกับสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา คือ สะพานภูมิพล 1 และสะพานภูมิพล 2 เชื่อมต่อถนนสายเดิมทางด้านใต้ของกรุงเทพฯ คือ ถนนพระรามที่ 3 ถนนทางรถไฟสายปากน้ำ และถนนปู่เจ้าสมิงพราย รวมถึงทางพิเศษกาญจนาภิเษก เข้าด้วยกันเป็นระบบโครงข่ายวงแหวน มีระยะทางตลอดสาย 25 กิโลเมตร
4.วงแหวนรอบกลาง เชื่อมโครงข่ายให้สมดุล
กรุงเทพฯ ต่อยอดองค์ความรู้เรื่องถนนวงแหวน โดยนำมาประยุกต์ใช้ทรัพยากรที่มีอยู่เดิมพัฒนาเกิดเป็นถนนวงแหวนรอบกลาง ทั้งเพื่อลดการกระจุกตัวของการจราจรในเขตวงแหวนรอบใน เพื่อเชื่อมต่อและกระจายการจราจรไปยังวงแหวนรอบนอก อันจะทำให้โครงข่ายการคมนาคมจากวงแหวนรอบในถึงวงแหวนรอบนอกมีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น

โครงข่ายข้ามเมือง จตุรทิศตะวันตก-ตะวันออก
1.จตุรทิศตะวันตก
เส้นทางสายนี้เริ่มต้นจากแนวพระราชดำริที่มีพระราชประสงค์บรรเทาการจราจรคับคั่งในฝั่งธนบุรีบริเวณแยกอรุณอมรินทร์และแยกบรมราชชนนี ให้สามารถออกนอกเมืองได้อย่างสะดวกรวดเร็ว โดยทรงให้สร้างทางยกระดับในลักษณะถนนสองชั้นอยู่บนถนนบรมราชชนนี เป็นถนนคู่ขนานลอยฟ้า ขนานในทางดิ่งแบบสามมิติ จึงใช้ชื่อว่า ทางคู่ขนานลอยฟ้าถนนบรมราชชนนี เป็นทางยกระดับไปจนถึงทางแยกต่างระดับฉิมพลี หรือแยกพุทธมณฑลสาย 2 เชื่อมไปยังภาคตะวันตกและภาคใต้
2.จตุรทิศตะวันออก
ต่อเชื่อมถนนจตุรทิศตะวันตก สะพานพระราม 8 ถนนราชดำเนินนอก มาจนถึงถนนศรีอยุธยา ถนนเลียบบึงมักกะสัน ปลายทางที่ถนนพระราม 9 และเมื่อถนนพระราม 9 สร้างแล้วเสร็จได้เปลี่ยนแนวเส้นทางในช่วงหลังมาเป็นถนนพระราม 9 แทน ด้วยมีระยะทางที่สั้นกว่าและเชื่อมสู่ทางหลวงพิเศษสายกรุงเทพฯ-ชลบุรี
3.สะพานพระราม 8
เป็นสะพานที่ถักทอและสานต่อโครงข่ายจตุรทิศตะวันตกและตะวันออกเข้าด้วยกันให้สมบูรณ์เพื่อให้การสัญจรสะดวก รวดเร็ว ในหลวง ร.9 มีพระบรมราชวินิจฉัยให้ก่อสร้างสะพานแห่งนี้ขึ้น โดยทรงลากแนวเส้นทางพระราชทานด้วยพระองค์เอง
นอกจากนี้ ยังทรงแก้ปัญหาจราจรอีกหลายแห่ง อาทิ ขยายผิวการจราจรสะพานผ่านฟ้าลีลาศ, สะพานมัฆวานรังสรรค์, รอบอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ที่ค่อนข้างแคบ และมีการจราจรคับคั่ง เป็นการเพิ่มช่องทางจราจรทำให้การสัญจรสะดวกมากขึ้น รวมถึงเมื่อครั้งทรงประทับรักษาพระอาการประชวรอยู่ที่โรงพยาบาลศิริราช มีพระราชดำริให้แก้ปัญหาการจราจรภายในโรงพยาบาล และโดยรอบโรงพยาบาลด้วย
เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช วันที่ 5 ธันวาคม 2560 ขอน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดไม่ได้ ด้วยทุกโครงการที่พระราชทานล้วนเป็นไปเพื่อคลี่คลายความทุกข์และบำรุงความสุขให้แก่ประชาชนชาวไทยอย่างแท้จริง
ที่มา หนังสือ “กรุงเทพฯ เมืองสวรรค์ ตามแนวพระราชดำริ” หนังสือเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554

