หน้าแรก บทความ การป้องกันน้ำ...

การป้องกันน้ำท่วม : ศจ.เกียรติคุณ ฉลอง เกิดพิทักษ์

14.12.17 | 12:10 น.

 


ก.มาตรการไม่ใช้สิ่งก่อสร้างในการป้องกันน้ำท่วม ประกอบด้วย
1.ปฏิรูปหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ปฏิบัติงานเฉพาะทางดังเช่นประเทศที่พัฒนาแล้วได้ถือปฏิบัติมาเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 50 ปี
2.ลุ่มน้ำเจ้าพระยาเป็นลุ่มน้ำที่ใหญ่ที่สุดของประเทศมีโครงการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดใหญ่อยู่หลายโครงการ และมีการศึกษาเบื้องต้นเพื่อสร้างเกณฑ์ในการใช้อ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพล สำหรับใช้ลดปัญหาน้ำท่วมด้านท้ายน้ำ ในอนาคตถ้าเกิดน้ำท่วมเช่นปี พ.ศ.2554 ขึ้นมาอีก และถ้าใช้เกณฑ์ที่ศึกษาในการควบคุมปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนภูมิพลแล้ว จะสามารถลดปริมาณน้ำท่วมสูง (Peak flow) ที่ จ.นครสวรรค์ได้ 500 ลบ.ม.ต่อวินาที ข้อเสนอแนะจึงประกอบด้วย
2.1 ทำการศึกษาเพื่อใช้อ่างเก็บน้ำเขื่อนสิริกิติ์ อ่างเก็บน้ำเขื่อนแควน้อย และอ่างเก็บน้ำเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ เพื่อลดปัญหาน้ำท่วมด้านท้ายน้ำ โดยเมื่อเกิดอุทกภัยรอบ 100 ปี (100 ปีมีโอกาสเกิด 1 ครั้ง) ไหลผ่านอ่างเก็บน้ำ ปริมาณน้ำที่ระบายลงท้ายน้ำจะต้องไม่เกินความจุของลำน้ำท้ายอ่าง
2.2 ทำการศึกษาการใช้น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยาอย่างเป็นระบบด้วยแบบจำลอง โดยต้องมีการเก็บข้อมูลจากสนามมาสอบเทียบ แบบจำลองที่มากพอและเป็นเวลานานพอด้วย จุดประสงค์ในการศึกษาก็เพื่อสร้างเกณฑ์การใช้น้ำจากอ่างเก็บน้ำเพื่อการเพาะปลูกฤดูแล้ง ในรูปของกราฟสำหรับคำนวณหาพื้นที่เพาะปลูกฤดูแล้ง (Dry season area reduction curve – DSAR Curve)
2.3 ดำเนินการจัดสรรน้ำล่วงหน้ารายสัปดาห์ในลุ่มน้ำเจ้าพระยาอย่างเป็นระบบด้วยแบบจำลอง ดังที่เคยได้ปฏิบัติในช่วง ปี พ.ศ.2522-2525 โดยต้องมีการเก็บข้อมูลจากสนามมาสอบเทียบแบบจำลองที่มากพอและเป็นเวลานานพอด้วย ทั้งนี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดการน้ำทั้งกรณีที่เกิดน้ำท่วม กรณีปกติ และกรณีที่เกิดภัยแล้ง
3.สำหรับในลุ่มน้ำเจ้าพระยาถ้าสามารถดำเนินการได้ตามข้อ 2 และในอนาคต ถ้าเกิดน้ำท่วมเช่น ปี พ.ศ.2554 ขึ้นมาอีก คาดว่าจะสามารถลดปริมาณน้ำที่ไหลผ่าน จ.พระนครศรีอยุธยาจนถึง จ.สมุทรปราการ ได้ไม่น้อยกว่า 1,200 ลบ.ม.ต่อวินาที
4.สำหรับลุ่มน้ำอื่นที่มีอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่เสนอแนะให้ดำเนินการเช่นเดียวกับลุ่มน้ำเจ้าพระยา ส่วนอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง การศึกษาเพื่อสร้างเกณฑ์การใช้อ่างเก็บน้ำเพื่อลดน้ำท่วมด้านท้ายน้ำเสนอแนะให้ใช้อุทกภัยรอบ 50 ปี ไหลผ่านอ่างเก็บน้ำ

ข.มาตรการใช้สิ่งก่อสร้าง ได้เลือกมาตรการใช้สิ่งก่อสร้างที่มีผลกระทบในทางลบน้อยที่สุดหรือไม่มีเลย ข้อเสนอแนะในการป้องกันน้ำท่วมจึงประกอบด้วย ในทุกลุ่มน้ำของประเทศเสนอแนะให้นำระบบปิดล้อมมาประยุกต์ใช้ (Modified polder system) ทั้งในชุมชนเมืองและชุมชนชนบท ซึ่งผลดีประกอบด้วย
1. น้ำท่วมพื้นที่ใดก่อสร้างระบบปิดล้อมบนพื้นที่นั้น จึงมีผลกระทบสิ่งแวดล้อมน้อยหรือแทบไม่มีเลย
2. สามารถป้องกันน้ำท่วมได้ทั้ง
– น้ำล้นตลิ่งเข้ามาท่วมในพื้นที่
– น้ำท่วมที่เกิดจากฝนตกบนพื้นที่ (ซึ่งกรณีนี้คลองระบายน้ำไม่สามารถป้องกันได้)
– ในบางกรณีสามารถปรับปรุงหรือดัดแปลงถนนเป็นคันป้องกันน้ำท่วมได้
สำหรับการนำระบบปิดล้อมที่มาประยุกต์ใช้ในการป้องกันน้ำท่วม ได้ก่อสร้างไปแล้วหลายพื้นที่ ดังตัวอย่างที่จังหวัดพิษณุโลก ในพื้นที่ 4 เทศบาล และชุมชนต่อเนื่องและในจังหวัดมหาสารคาม อีก 3 เทศบาล และชุมชนต่อเนื่อง ซึ่งใช้งานได้ผลดีและส่วนใหญ่จะเป็นโครงการที่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจ ทั้งนี้ เพราะในบางกรณีสามารถใช้กำแพงป้องกันตลิ่งของแม่น้ำที่พังทลายเพื่อป้องกันน้ำท่วมได้อีกด้วย
อนึ่ง เมื่อเดือนธันวาคม 2559 ท่านคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ซึ่งสำเร็จการศึกษาขั้นปริญญาเอกด้านวิศวกรรมทรัพยากรน้ำได้แจ้งให้ผู้เขียนทราบว่า ตามที่หน่วยราชการแห่งหนึ่งได้ไปก่อสร้างระบบป้องกันน้ำท่วมและระบบระบายน้ำในเขตเทศบาลนครนครพิษณุโลก ระบบดังกล่าวใช้งานได้ผลดีเพราะสามีของท่านเป็นนายกเทศมนตรีเทศบาลนครพิษณุโลก

ค.ไม่เสนอแนะให้ก่อสร้างคลองระบายน้ำอุทกภัยในเขตจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพราะ
1.มีผลกระทบสิ่งแวดล้อมมาก เพราะ
– แนวคลองตัดผ่านพื้นที่นาในเขตชลประทาน
– แนวคลองอาจตัดผ่านบ้านเรือนเมื่อแนวคลองตัดผ่านคลองมหาพราหมณ์
– จุดทิ้งน้ำจะทำให้เกิดน้ำท่วมด้านเหนือน้ำและด้านท้ายน้ำของจุดทิ้งน้ำเพิ่มมากขึ้น
– ทำให้เกิดการกัดเซาะลำน้ำและตลิ่งของแม่น้ำโดยเฉพาะทางด้านท้ายน้ำของจุดทิ้งน้ำ
2.เสียค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างแพงมาก เมื่อเทียบกับระบบปิดล้อม และเป็นโครงการที่ไม่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจ เพราะไม่ได้เกิดน้ำท่วมทุกปี
3.ป้องกันน้ำท่วมได้เฉพาะน้ำล้นตลิ่งเข้าไปท่วมเท่านั้น
4.ถ้าดำเนินการตามข้อ ก.2 ก็สามารถป้องกันน้ำท่วมในเขตจังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้ใกล้เคียงกับคลองระบายน้ำ และยังสามารถป้องกันน้ำท่วมได้ถึงระดับหนึ่งตั้งแต่ จ.นครสวรรค์ จนถึง จ.สมุทรปราการอีกด้วย

Advertisement