หน้าแรก บทความ ปฏิโลม ปฏิเละ...

ปฏิโลม ปฏิเละ โดยสมหมาย ปาริจฉัตต์

21.12.17 | 13:00 น.

เปิดวงวิวาทะเรื่องนี้ต้องยกรัฐธรรมนูญ 2560 ขึ้นมาอ้างอิงเพื่อยืนยันหลักการ ต้องเคารพเสียงส่วนใหญ่

มาตรา 97 (3) ผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ต้องเป็นสมาชิกพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่งแต่เพียงพรรคการเมืองเดียวเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าเก้าสิบวันนับถึงวันเลือกตั้ง เว้นแต่ในกรณีที่มีการเลือกตั้งทั่วไปเพราะเหตุยุบสภาระยะเวลาเก้าสิบวันดังกล่าวให้ลดลงเหลือสามสิบวัน

ก่อนรัฐธรรมนูญประกาศใช้วันที่ 6 เมษายน 2560 ได้ผ่านการลงประชามติ เสียงข้างมากเห็นชอบกับหลักการต่างๆ ที่บัญญัติไว้ เป็นแนวทางปฏิบัติกับการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นตามโรดแมป ปลายปี 2561 หรือต้นปี 2562

ก่อนหน้าที่จะมีการลงมติเห็นชอบรัฐธรรมนูญ ในขั้นตอนการยกร่าง มีการเสนอความเห็นในประเด็นความเป็นอิสระของ ส.ส. ไม่ให้ตกอยู่ใต้อำนาจการครอบงำ ชี้นำ แทรกแซงของกลุ่มบุคคลที่มีอำนาจเหนือพรรค หรือนายทุนพรรค

ป้องกัน ส.ส.ตกเป็นทาสพรรค ว่างั้นเถอะ

Advertisement

โดยเปิดทางเลือก ให้ ส.ส.สังกัดพรรคก็ได้ ไม่สังกัดพรรคก็ได้ ผู้สมัครอิสระไม่สังกัดพรรคก็เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้

แต่หลักการดังกล่าวถูกคัดค้าน เพราะเกรงจะเกิดปัญหา ส.ส.วิ่งเร่ขายตัว เป็นต้นเหตุบ่อนทำลายระบบพรรคการเมืองที่ควรมีความเข้มแข็ง มีความเป็นสถาบันเพื่อเป็นฐานรากให้รัฐบาล รัฐสภา และระบบการเมืองมีเสถียรภาพ

หลักความเป็นอิสระของ ส.ส.จึงไม่เป็นจริงในทางปฏิบัติตลอดหลายสิบปีมา

ในการยกร่างรัฐธรรมนูญ 2560 ก็เช่นกัน ข้อเรียกร้องให้ ส.ส.อิสระไม่ต้องสังกัดพรรค จึงถูกปฏิเสธในที่สุด

รัฐธรรมนูญผ่านการลงประชามติและมีผลใช้บังคับ ยังไม่ทันที่บทบัญญัติดังกล่าวจะมีผลในทางปฏิบัติ ยังไม่ทันจะมีการเลือกตั้งครั้งแรกหลังรัฐธรรมนูญฉบับนี้

ปรากฏว่ามีผู้ประกาศตัวเป็นพรรคทางเลือกใหม่ เสนอให้รีเซตสมาชิกพรรคการเมืองหมดทุกพรรค โละสมาชิกทั้งเก่าและใหม่ มาเริ่มต้นนับหนึ่งกันใหม่หมด

เหตุผลที่ยกขึ้นมาอ้างเพื่อความเป็นธรรมกับพรรคที่จัดตั้งใหม่ ไม่ให้เสียเปรียบพรรคเดิมที่เกิดมาก่อนนานแล้ว โดยไม่ได้คิดแม้แต่น้อยว่า พรรคการเมืองแต่ละพรรคมีประวัติความเป็นมา สั้นบ้าง ยาวบ้าง ผ่านร้อนผ่านหนาวกันมาจนสามารถยืนหยัดอยู่ได้ ทุกพรรคล้วนอ้างอุดมการณ์เพื่อประชาชนด้วยกันทั้งสิ้น

แต่พรรคใหม่อวดตัวว่าน้ำดีกว่าคนอื่น แต่กลับคิดรวบรัดตัดตอน เดินทางลัด ไม่ยอมผ่านร้อนผ่านหนาว เรียกร้องให้พรรคอื่นให้ความเป็นธรรมกับตน เป็นการเรียกร้องเพื่อประโยชน์แห่งตนโดยแท้

สอดรับกับอีกกลุ่ม ผู้นำกลุ่มพลังการเมืองบางคน เสนอหลักการ ส.สไม่ต้องสังกัดพรรค สมัครอิสระก็ได้ ขึ้นมาใหม่หน้าตาเฉย

อ้างหลักการ เพื่อความเป็นอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อประชาชน เพื่อประโยชน์ส่วนรวม เมื่อ ส.ส.ไม่ตกเป็นทาสน้ำเงิน ของใครทั้งสิ้น

ฟังดูดี เจตนารมณ์เลิศหรู แต่ประเด็นมีว่า วัน เวลาของข้อเสนอนี้ผ่านไปแล้ว ทำไมในขั้นตอนการยกร่าง ก่อนการลงประชามติ ถึงไม่เคลื่อนไหวเรียกร้องผลักดัน มาเรียกร้องเอาเมื่อเลยเวลาที่ควรจะเป็น ซึ่งผิดกาลเทศะ จึงน่าสงสัยในจิตเจตนาที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังอย่างยิ่ง

มองด้านกลับเป็นเจตนารมณ์บิดเบือน แอบแฝง เพื่อเปิดช่องให้ผู้สมัคร วิ่งเข้าวิ่งออกไปซบพรรคไหนๆ ใหม่หรือเก่าได้ทั้งสิ้น ที่เป็นพรรคไอ้ตัวดูดเช่นที่เกิดขึ้นมาแล้วในอดีต ซึ่งสุดท้ายแล้วไอ้ตัวดูดก็ไปไม่ไหว ต้องปฏิวัติตัวเอง เพราะทน ส.ส.ขายตัวรายวันไม่ไหว

ฉะนั้น ข้ออ้างที่ว่าเพื่อหลักการความเป็นอิสระของ ส.ส. ที่มาเรียกร้องเมื่อสายไปแล้ว จึงฟังไม่ขึ้น และถ้าจะเป็นเช่นนั้นก็ต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญกันใหม่

การเกิดขึ้นของข้อเรียกร้องดังกล่าว จึงตามมาด้วยความงุนงงสงสัยของผู้คนว่า ไปเที่ยวรับงานใครมา เพื่อสร้างนั่งร้าน ส่งใครขึ้นสู่เก้าอี้นายกฯใช่หรือไม่

เป็นข้อเสนอที่แสดงถึงการไม่แยแส ไม่รักษา กฎ กติกา มารยาท มติประชาชนส่วนข้างมาก ที่ให้ความเห็นชอบรัฐธรรมนูญอย่างชัดแจ้ง

เฉพาะบทเฉพาะกาลที่เกื้อหนุนให้ก้าวขึ้นสู่อำนาจโดยได้เปรียบคนอื่นก็หนักหนามากพออยู่แล้ว จนถูกปรามาสว่าไร้ความสง่างาม

หากเกิดการแก้กติกากันใหม่ เพื่อเปิดทางสะดวกให้มากขึ้น ยิ่งทำให้สถานการณ์ปั่นป่วน วุ่นวาย ขัดแย้ง การเลือกตั้งอาจถูกขยายเวลาออกไปอีก

ถ้าเป้าหมายที่แท้จริงของการเคลื่อนไหวรอบนี้ เป็นเช่นนั้น ปฏิรูปก็เป็นเพียงคำหวาน สวยหรูขณะที่ความจริงเนื้อในก็คือ ปฏิโลม ปฏิเละ เพราะถือเอาความคิด ความเชื่อ ความต้องการของตัวเองเป็นใหญ่ นั่นเอง