หน้าแรก บทความ การตายในเทศกา...

การตายในเทศกาล… : โดย เฉลิมพล พลมุข

11.01.18 | 15:41 น.

 

ชีวิตมนุษย์คนหนึ่งที่เกิดมาในโลกนี้ทุกๆ ชีวิต ล้วนต่างปรารถนาที่จะมีชีวิตยืนยาวนานไปจนหมดอายุขัยของความเป็นคนหรือมนุษย์ ขณะเดียวกันก็มีบางชีวิตที่ได้ไปถึงเป้าหมายของชีวิตได้ตามความประสงค์ ยังมีอีกหลากหลายชีวิตที่มิได้เป็นไปตามที่ได้ตั้งใจไว้ นั่นหมายถึงการตายที่มาตัดรอนชีวิตในช่วงเทศกาลต่างๆ ของเมืองไทยเราที่มีวันหยุดยาวนานหลายๆ วัน

เทศกาลหนึ่งก็คือวันหยุดส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่เกิดขึ้นในประเทศต่างๆ ทั่วทั้งโลก ผู้คนหลายคนหวังจะมีความสุขในวันดังกล่าว ทั้งออกไปเฉลิมฉลอง ดูการละเล่นต่างๆ บ้างก็ออกไปต่างจังหวัดเพื่อการท่องเที่ยวและผ่อนคลายชีวิตจากหน้าที่การทำงานในระยะเวลาที่ยาวนานที่ผ่านมา การออกเดินทางในแต่ละครั้งก็ต้องอาศัยยานพาหนะ ทั้งท้องฟ้า ทะเล คลอง เขื่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเส้นทางถนนที่รถขับเคลื่อนยนต์ผ่านไปมา

การตายหรือความตายบนท้องถนนในเมืองไทยเราที่ผ่านมาในหลายรอบปี สถิติของการตาย บาดเจ็บพิการ ดูเสมือนว่านับวันสถิติในเรื่องดังกล่าวมิได้ลดน้อยลงไปตามที่รัฐได้ตั้งเป้าหมายไว้ อาจจะมีบางคำถามที่ว่า การที่ประชาชนได้โอกาสออกเดินทางเพื่อไปแสวงหาความสุขส่วนหนึ่งของชีวิต ต้องยอมรับในการตายหรือความตายที่อาจจะเกิดขึ้นกับตนและครอบครัวอย่างจำยอมด้วยหรือไม่

ข้อมูลหนึ่งที่เราท่านรับรู้เป็นอย่างดี นั่นก็คือเมืองไทยเรามีการตายที่ให้ไว้ในใบมรณบัตรของทางราชการเกี่ยวกับผู้เสียชีวิตที่เกี่ยวเนื่องกับอุบัติเหตุประมาณ 14,000-15,000 คน/ปี หรือเฉลี่ย 20,000 คน/ปี เพิ่มขึ้นร้อยละ 33 ในจำนวนนี้มีผู้คนกว่า 5,000 คนต้องพิการแขนขาขาด หรือต้องสูญเสียอวัยวะบางส่วนไป หรือมีมูลค่าถึงความสูญเสียทางเศรษฐกิจมากกว่า 5 แสนล้านบาท ขณะเดียวกันรัฐบาลไทยก็มีการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานถนนหนทางในสิบปีที่ผ่านมากว่า 2.4 ล้านล้านบาท ราคาของการลงทุนกับราคาของชีวิตผู้คนมีความสมดุลกันหรือไม่…

Advertisement

ขณะเดียวกันก็มีข้อมูลจากบริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด ว่า ในปีที่แล้ว พ.ศ.2560 มีรถจักรยานยนต์ (มอเตอร์ไซค์) ทำประกันภัยภาคบังคับเกือบ 14 ล้านคัน คิดเป็นเบี้ยประกันภัยรวม 4.2 พันล้านบาท ขณะที่ผู้ประสบอุบัติเหตุขอเคลมสินไหมเป็นจำนวนเงิน 4-5 พันล้านบาท หรือประมาณ 380,000 ราย จากรถจักรยานยนต์ทั่วประเทศกว่า 20 ล้านคัน หรืออีก 45% ไม่มีการทำประกัน พ.ร.บ.

สําหรับสถิติอุบัติเหตุทางถนนเมื่อปีที่แล้วตั้งแต่เดือนมกราคม-24 ธันวาคม พ.ศ.2560 มีผู้เสียชีวิตสะสม 14,852 คน ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ 977,310 ราย ส่วนใหญ่ร้อยละ 80 เกิดอุบัติเหตุจากรถจักรยานยนต์ โดยเฉพาะการไม่สวมหมวกกันน็อก โดย พ.ร.บ.คุ้มครองผู้ประสบภัยรถ พ.ศ.2535 ได้ให้การคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลเป็น 80,000 บาทและเสียชีวิตจะได้รับเงินเป็น 300,000 บาท ชีวิตของคนคนหนึ่งเกิดมาแล้วอยู่รอดจะมีคุณค่าของมูลค่าเงินจำนวนดังกล่าวหรือไม่…

ผู้เขียนใคร่ขอนำตัวเลขที่ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน (ศปถ.) กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย ได้สรุปตัวเลข 7 วันอันตราย (28 ธันวาคม 2560-3 มกราคม 2561) มีอุบัติเหตุ 3,841 ครั้ง มีผู้เสียชีวิต 423 คน มีผู้บาดเจ็บ 4,005 คน จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิต 7 จังหวัด คือ ชัยนาท นครนายก นราธิวาส น่าน ยะลา ระนอง และหนองบัวลำภู จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุดคือ อุดรธานี 139 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุดได้แก่ นครราชสีมา 17 คน จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสะสมสูงสุดคือ อุดรธานี 145 คน สาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุสูงสุดได้แก่ เมาสุรา ร้อยละ 43.66 ขับรถเร็วเกินกำหนด ร้อยละ 25.23 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดได้แก่ รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 78.91 รถปิกอัพ 6.84 ส่วนใหญ่เกิดในเส้นทางตรง ร้อยละ 66.21 บนถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 40.54 ถนนใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 34.29 และช่วงเวลาที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดคือ เวลา 16.01-20.00 น. ร้อยละ 28.22 (มติชนรายวัน 5 มกราคม 2561 หน้า 3)

ตัวเลขของการตายหรือความตายในช่วงเทศกาลหยุดส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ จำนวน 423 คน หรือบาดเจ็บที่ตัวเลข 4,005 คน นับว่าเป็นการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินที่ประเมินมูลค่ามิได้ในความเป็นมนุษย์หรือคน หากผู้ที่เสียชีวิตไปในจำนวนกว่า 400 ศพเขาสามารถมีชีวิตอยู่ก็สามารถสร้างฐานะชีวิต สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจของประเทศชีวิตหนึ่ง สมมุติว่าตลอดชีวิตของเขาสามารถสร้างเงินได้ 10 ล้านบาท ในช่วงเพียง 7 วันจำนวนเงินต้องสูญหายไปถึง 4,230,000,000 บาท ไม่อาจจะนับรวมถึงผู้ที่ได้รับอุบัติเหตุที่ต้องสูญเสียอวัยวะ ขาดโอกาสในการเลี้ยงชีวิตขณะเดียวกันก็เป็นภาระของรัฐที่ต้องดูแลเยียวยาชีวิตเขาเหล่านั้น ผู้นำของรัฐบาลและผู้ที่รับผิดชอบทุกภาคส่วนได้ตระหนักในการตายดังกล่าวหรือไม่…

ผู้เขียนใคร่ขอมองไปรอบๆ บ้านเราเช่นประเทศพม่า ในเมืองหลวงย่างกุ้ง หากเราท่านทั้งหลายได้ไปเยือนจะพบว่าไม่มีรถจักรยานยนต์เข้ามาวิ่งภายในตัวเมือง ประเทศภูฏานมีตัวเลขสถิติเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวน้อยมาก หรือประเทศอินโดนีเซียที่มีการสั่งนำเข้ารถจักรยานยนต์รายใหญ่จากเมืองไทยเรา ประเทศของเขาเองก็มีกฎหมายที่เข้มงวด รวมถึงการบังคับใช้และการลงโทษที่เข้มงวดด้วยเช่นกัน หรือประเทศญี่ปุ่นที่เป็นต้นแบบของทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ขณะเดียวกันประเทศของเขาก็มีมาตรฐานในการผลิตหรือการออกแบบรถเพื่อความปลอดภัยและการบังคับใช้ของกฎหมายที่เคร่งครัดเช่นกัน ไม่อาจจะนับรวมถึงจิตสำนึกหรือความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินทั้งของตนเองและผู้อื่น

ข้อเท็จจริงหนึ่งในสังคมไทยเราซึ่งท่านผู้อ่านหลายท่านได้พบเห็นในชีวิตประจำวันสำหรับรถมอเตอร์ไซค์หรือรถจักรยานยนต์ก็คือ การที่ใครคนหนึ่งมีรถดังกล่าวไว้ในครอบครองมิใช่เรื่องที่ยากอีกต่อไป จำนวนเงินในการออกรถมาขับขี่บนท้องถนนในราคาที่ไม่มากนัก เด็กที่เรียนอยู่ระดับประถมศึกษาหลายคนขับขี่รถดังกล่าวอยู่ทั่วเมืองไทย หลายคนนำรถไปดัดแปลงทั้งเปลี่ยนยาง ขอบล้อ ความเร็ว เสียง หรือรูปแบบที่ไปสู่กระบวนการที่เรียกว่าเด็กแว้น…

มิได้เฉพาะรถจักรยานยนต์เท่านั้น บ้านเมืองเรายังมีรถยนต์อีกหลายประเภทที่มีการเปลี่ยนสภาพทั้งทำให้เตี้ยลง มีเสียงของเครื่องยนต์เครื่องเสียงดัง ขอบล้อที่เกินกำหนดที่กฎหมายได้ห้ามไว้ ไม่อาจจะรวมถึงพฤติกรรมที่มีการขับขี่บนท้องถนนที่ไม่สบอารมณ์แล้วจอดรถกันกลางถนนทะเลาะวิวาท บางรายก็ถึงแก่ความตาย ในรอบปีหนึ่งมีชาวต่างชาติหลายๆ คนต้องมาเสียชีวิตจากอุบัติเหตุตามท้องถนนในบ้านเมืองเราหลายคน

เราท่านทั้งหลายได้ตระหนักถึงความสูญเสียทั้งชีวิตและชื่อเสียงของประเทศด้วยหรือไม่…

การรณรงค์หรือให้ความรู้ที่ถูกต้องในเรื่องดังกล่าวได้ถูกจัดทำขึ้นในหน่วยงานของภาครัฐในช่วงวันเวลาของเทศกาลที่มีวันหยุดยาวหลายช่วงในรอบปี อาทิ วันสงกรานต์ วันเข้าพรรษา หรือวันหยุดทางราชการที่ประกาศอย่างเป็นทางการในรอบหนึ่งปีหลายช่วงระยะเวลา เจ้าหน้าที่ของรัฐก็อาจจะทำหน้าที่ของตนตามที่ได้รับมอบหมายมา ทั้งขอบเขตของเวลาและภาระหน้าที่ที่ถูกจำกัด บางช่วงขณะเวลาเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนรับผิดชอบโดยตรงก็พบเห็นผู้ขับขี่กระทำความผิดซึ่งหน้า อาทิ ขับขี่ไม่สวมหมวกกันน็อก ขับขี่สวนเลน จอดรถในที่ที่ห้ามจอด หรือการกระทำความผิดอื่นทั้งรถในการขับขี่และพฤติกรรมของผู้ขับขี่ หลายครั้งคราก็ดูเสมือนว่าถูกละเลยในเรื่องดังกล่าวใคร หน่วยงานใดจะเป็นผู้ที่รับผิดชอบโดยตรงอย่างแท้จริง

บ้านเมืองเราในขณะนี้ที่มีผู้นำคือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ทำการปฏิวัติรัฐประหารมาตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ.2557 โดยมีนโยบายที่จะปฏิรูปประเทศทั้งระบบเศรษฐกิจ การเมือง ศาสนา การศึกษา สังคม และมียุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีเป็นแบบแผนที่จะพัฒนาเมืองไทยเราไปสู่ความเป็นอารยประเทศ อุบัติเหตุแห่งการตายตามเทศกาลเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิรูปด้วยหรือไม่…

สิ่งหนึ่งที่เราท่านจะปฏิเสธมิได้ก็คือระบบความปลอดภัยบนท้องถนนหนทางที่สัญจรอยู่ทั่วเมืองไทยในขณะนี้ สภาพของถนนคอนกรีต ราดยาง ลูกรัง หรือถนนที่เป็นดินธรรมชาติในบ้านเรายังคงมีให้พบเห็น การชำรุดเป็นหลุมบ่อ มีน้ำขัง บางช่วงขณะก็มีชาวบ้านนำต้นข้าวไปปลูกบนถนนที่รถยนต์สัญจรไปมา บางคนทำท่าไปอาบน้ำในหลุมบ่อถนนเพื่อเรียกร้องความสนใจในผู้ที่รับผิดชอบโดยตรง เครื่องหมายจราจรการเตือนหลายแห่งมีการชำรุดทรุดโทรม โดยเฉพาะในเวลามืดค่ำหลายกรณีที่ผู้ขับขี่ต้องได้รับอุบัติเหตุบาดเจ็บจนกระทั่งถึงแก่ความตาย

มีนักการเมืองของรัฐบาลที่ผ่านมามีความพยายามที่จะผลักดันถนนยางพาราทั่วเมืองไทย โดยอธิบายถึงคุณสมบัติในมาตรฐานของการใช้ยางพารามาทำเป็นถนนให้ประชาชนได้สัญจร ช่วงเวลาครั้งหนึ่งไม่นานมานี้รัฐบาลของ คสช.ก็เคยได้กล่าวถึงถนนดังกล่าวอยู่ระยะหนึ่ง โดยได้แนะนำให้ใช้ยางพาราในบ้านเราที่มีผลิตผลล้นตลาดทำให้ราคาของยางตกต่ำ มีข้อเสนอก็คือให้ตัดต้นยางทิ้งแล้วปลูกพืชอย่างอื่นทดแทน

ผู้เขียนอาจจะรวมถึงท่านผู้อ่านบางท่านที่ได้ติดตามเรื่องดังกล่าวแล้วไม่ทราบถึงความก้าวหน้าเรื่องประสิทธิภาพของถนนยางพาราที่อาจจะทำให้ผู้คนต้องประสบอุบัติเหตุตายลดน้อยลงไปด้วยรวมอยู่ด้วยหรือไม่

อุบัติเหตุแห่งการตายและการบาดเจ็บพิการส่วนหนึ่งมาจากการดื่มเครื่องดื่มที่มึนเมา ช่วง 7 วันอันตรายที่ผ่านมาอุบัติเหตุสูงสุดที่เกิดจากการเมาสุราร้อยละ 43.66 หมายถึงเกือบครึ่งหนึ่งของ 100% อะไรเกิขึ้นกับระบบการบริหารจัดการเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มีอยู่ทุกชุมชนในเมืองไทยเรา ร้านสะดวกซื้ออาจจะถูกจำกัดด้วยเวลาในการซื้อหามาดื่ม ขณะเดียวกันร้าน
โชห่วยหรือร้านค้าขายของชำตามตรอกซอกซอย ในหมู่บ้านมีการซื้อขายกันตลอดวัน การขาดสติในการควบคุมชีวิตโดยเฉพาะการขับขี่รถทุกประเภทเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตายอย่างหลีกเลี่ยงมิได้

ภาษีบาปที่รัฐบาลได้เก็บจากเหล้า สุรา เบียร์ ไวน์ หรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ได้จากบริษัทผู้ผลิตที่มีผลกำไรต่อปีจำนวนมหาศาลเพื่อมาชดเชยต่อชีวิตของผู้คนที่บริสุทธิ์ที่ต้องรับกับโชคชะตากรรมอันตนเองมิได้ก่อในอุบัติเหตุตามเทศกาล หรือไม่สามารถควบคุมในการซื้อขาย ดื่มเสพเมาของเด็กและเยาวชนของชาติได้แล้ว เขาเหล่านั้นบางคนก็ได้สร้างปัญหาให้แก่ชาติบ้านเมืองไม่อาจจะนับรวมที่เยาวชนบางคนดื่มเครื่องดื่มมึนเมาแล้วประชดตนเองในเรื่องของความรักไปกระโดดสะพานเพื่อฆ่าตนเอง…

เทศกาลของวันหยุดยาวหลายวัน ทุกๆ คนก็ตั้งความหวังความตั้งใจที่จะกลับไปหาบรรพบุรุษ ได้กราบไหว้พ่อแม่ปู่ย่าตายาย หรือได้กลับบ้านเกิดเมืองนอนของตนเองเพื่อเติมพลังของชีวิตในการต่อสู้ชีวิตของกระแสบริโภคนิยม วัตถุนิยม เงินนิยม และอำนาจนิยม หลายชีวิตได้เดินทางไปกลับเข้าเมืองหลวงอย่างปลอดภัยถือว่าโชคดี หรือมีโชคที่ยิ่งใหญ่ในรอบปี

การตายตามเทศกาลต่างๆ ในรอบปีคงไม่เป็นที่ปรารถนาของคนใดคนหนึ่ง รัฐในฐานะที่มีส่วนต้องรับผิดชอบโดยตรงจะปฏิเสธมิได้โดยเฉพาะความเป็นผู้นำ เมืองไทยเราจะได้เห็นความรับผิดชอบดังกล่าวหรือไม่