‘ค.ต.ป.กห.’อีกหนึ่งคณะกรรมการที่สำคัญของหน่วยงานทหาร : โดย พล.ท.ทวี แจ่มจำรัส

การตรวจสอบและประเมินผลภาคราชการ เป็นเครื่องมือสำคัญของฝ่ายบริหาร เพื่อติดตามประเมินผลการดำเนินงานของส่วนราชการ ให้สามารถบรรลุผลการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และมีความโปร่งใสในการบริหารงาน ส่งเสริมให้ส่วนราชการดำเนินการบรรลุตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายของหน่วยงาน สามารถนำข้อค้นพบ และข้อเสนอแนะที่ได้จากการตรวจสอบและประเมินผลมาใช้ในการปรับปรุงประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน รวมทั้งผลการตรวจสอบและประเมินผลภาคราชการที่นำเสนอต่อผู้กำหนดนโยบายจะเป็นข้อมูลสำคัญ เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจเชิงนโยบายให้กับฝ่ายบริหาร ตลอดจนการตรวจสอบและประเมินผลภาคราชการ จะช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งของส่วนราชการให้มีระบบการกำกับดูแลตนเองที่ดี สร้างความน่าเชื่อถือและความมั่นใจให้เกิดขึ้นกับสาธารณชนต่อการดำเนินงานตามนโยบายยุทธศาสตร์และผลงานของส่วนราชการว่าได้มีการตรวจสอบและกำกับดูแลอย่างรอบคอบถึงประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ความคุ้มค่าและคุณภาพของการบริหารงาน

ได้มีระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการตรวจสอบ และประเมินผลภาคราชการ พ.ศ.2548 และที่แก้ไขเพิ่มเติม เรียกโดยย่อว่า “ค.ต.ป.” ปัจจุบันมี ค.ต.ป. ประจำกระทรวง 20 คณะ คณะอนุกรรมการตรวจสอบและประเมินผลภาคราชการ (อ.ค.ต.ป.) กลุ่มกระทรวง 4 คณะ และ อ.ค.ต.ป. กลุ่มจังหวัด 4 คณะเพื่อทำหน้าที่ในการตรวจสอบและประเมินผลภาคราชการ เพื่อเสริมสร้างความน่าเชื่อถือและความมั่นใจแก่สาธารณชน ต่อองค์กรดำเนินงานของส่วนราชการ ว่าได้มีการตรวจสอบและกำกับดูแลอย่างรอบคอบ และเป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็งของการกำกับดูแลและควบคุมตนเองที่ส่วนของราชการ อันจะนำไปสู่การบรรลุเจตนารมณ์ ตามหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี (Good Governance)

คณะกรรมการตรวจสอบและประเมินผลประจำกระทรวงต้องปฏิบัติตามประกาศคณะกรรมการตรวจสอบและประเมินผลภาคราชการ เรื่ององค์ประกอบและอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการตรวจสอบและประเมินผลประจำกระทรวง โดยมีรัฐมนตรีซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งเป็นประธานกรรมการตรวจสอบและประเมินผลภาคราชการเมื่อ 22 พ.ย.2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ให้ ค.ต.ป.ประจำกระทรวง มีประธานกรรมการ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิไม่เกิน 4 คน กรรมการและเลขานุการ กรรมการและผู้ช่วยเลขานุการไม่เกิน 2 คน โดยมีข้อห้ามที่สำคัญ เช่น ภายในระยะเวลาสองปีก่อนวันที่ดำเนินการสรรหาต้องไม่เป็น หรือเคยเป็นข้าราชการในกระทรวงที่จะได้รับแต่งตั้งให้เป็นประธานกรรมการหรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิแล้วแต่กรณี

และต้องเป็นผู้มีความรู้และประสบการณ์ด้านการบัญชี การตรวจสอบการดำเนินงาน กฎหมาย การเงิน เศรษฐศาสตร์ การบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศ วิศวกรรมศาสตร์ สถาปัตยกรรมศาสตร์ หรือมีความรู้ และประสบการณ์เฉพาะทางที่เกี่ยวกับภารกิจของกระทรวงนั้นๆ

ค.ต.ป.กห. ก็คือ คณะกรรมการตรวจสอบและประเมินผลประจำกระทรวงกลาโหมที่มาจากคณะกรรมการสรรหา โดยมีปลัดกระทรวงกลาโหมเป็นประธาน รองปลัดกระทรวงกลาโหมสายงานด้านการตรวจสอบภายในเป็นกรรมการ เสนาธิการทหารเป็นกรรมการและผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนกระทรวงกลาโหมเป็นกรรมการและเลขานุการ ได้มีการสรรหา ค.ต.ป.กห.ชุดใหม่แล้วตามคำสั่ง กห. (เฉพาะ) ที่ 51/60 ลงนามโดย พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เมื่อ 28 ม.ค.2560 ได้แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบและประเมินผลประจำกระทรวงกลาโหม ประกอบด้วย (ที่เป็นข้าราชการเกษียณแล้ว 5 ท่าน) ได้แก่ พล.ร.อ.ประเสริฐ บุญทรง ร.น. (อดีต ผบ.ทร.) เป็นประธาน พล.อ.สุนทร ฮีสวัสดิ์ (อดีตผู้อำนวยการสำนักงานงบประมาณกลาโหม) พล.อ.อ.ครองธรรม รักษ์งาร (อดีตปลัดบัญชีทหารอากาศ) พล.อ.บัณฑิต เนียมทันต์ (อดีตเจ้ากรมอุตสาหกรรมทหาร) และ พล.ท.ทวี แจ่มจำรัส (อดีตเจ้ากรมพลาธิการทหารบก) เป็นกรรมการ (สำหรับข้าราชการที่ยังไม่เกษียณ 3 ท่าน) ได้แก่ พล.ต.ภราดร จินดาลัทธ ตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักตรวจสอบภายในกระทรวงกลาโหมเป็นกรรมการและเลขานุการ พ.อ.(พ) เดชนิทัศ เหลืองงามขำ ตำแหน่ง รอง ผอ.สตน.กห.เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ และ พ.อ.(พ) โยธิน พิมพการ ผอ.กตสท.สตน.กห. เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ รวมทั้งหมด 8 คน โดยกำหนดให้คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ดังนี้

1.กำกับดูแลระบบการตรวจสอบและประเมินผลของกระทรวงกลาโหมและหน่วยงานในสังกัด (กรมราชองครักษ์ สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม กองทัพไทย กองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ) ให้เป็นไปตามแนวทางที่คณะกรรมการตรวจสอบและประเมินผลภาคราชการกำหนด

2.ติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลแผนงาน/โครงการ ผลการดำเนินงานและสถานการณ์ทางการเงินของกระทรวงกลาโหม และหน่วยงานในสังกัดให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล มีความโปร่งใสพร้อมเสนอแนะแนวทางแก้ไขปัญหา

3.รายงานผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการฯ ให้ รมว.กห.พร้อมทั้งส่งสำเนาให้ ปล.กห.และคณะกรรมการตรวจสอบและประเมินผลภาคราชการ อนุกรรมการคณะกรรมการตรวจสอบและประเมินผลของกลุ่มกระทรวง และประธานคณะกรรมการตรวจสอบและประเมินผลภาคราชการทราบตามระยะเวลาการรายงานที่กำหนด ทั้งนี้ หากเรื่องจำเป็นเร่งด่วน ให้รายงานต่อ รมว.กห.โดยทันที

4.รายงานผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการฯ ตามแผนการติดตาม ตรวจสอบและประเมินผลโครงการ/งานของ กห.รวมทั้งที่ได้รับมอบหมายให้ รมว.กห.ทราบ

5.เรียกเจ้าหน้าที่หรือบุคคลอื่นให้มาชี้แจงหรือแสดงความคิดเห็นหรือเรียกเอกสารหลักฐานต่างๆ เพื่อประกอบการพิจารณา

6.ปฏิบัติงานอื่นตามที่คณะกรรมการตรวจสอบและประเมินผลภาคราชการมอบหมาย และให้ส่วนราชการใน กห.ให้การสนับสนุนการปฏิบัติของคณะกรรมการฯ ตามความเหมาะสม

คณะกรรมการชุดนี้ได้ประชุมครั้งแรกเมื่อ 9 ก.พ.2560 ที่ห้องประชุมสำนักงานตรวจสอบภายในกลาโหม (ชั้น 5) อาคารสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม (ศรีสมาน) และลงพื้นที่ตรวจสอบประเมินผลหน่วยแรกที่ศูนย์มะเร็ง รพ.ภูมิพลอดุลยเดช กรมแพทย์ทหารอากาศ ดอนเมือง เมื่อ 17 ก.พ.2560 และเดินทางไปติดตาม ตรวจสอบ ประเมินผลในพื้นที่ จ.สงขลา เมื่อ 22-24 ก.พ.2560 ของโครงการปรับปรุงกองบิน 56 (กองทัพอากาศ) ที่ อ.หาดใหญ่ โครงการก่อสร้างอาคารกองพันทหารม้าที่ 31 กองพลทหารราบที่ 15 (กองทัพบก) ที่กรมทหารราบที่ 5 ค่ายเสนาณรงค์ อ.หาดใหญ่ ไปรับฟังบรรยายสรุปแผนงานบูรณาการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ จังหวัดสงขลา และถ้ามีเวลาจะได้ไปเยี่ยมชมด่านศุลกากรสะเดาและปาดังเบซาร์ที่เป็นเขตพื้นที่ชายแดนไทย-มาเลเซียในโอกาสต่อไป

คณะกรรมการชุดนี้มีการประชุมเพื่อวางแผนการดำเนินงานตรวจสอบประเมินผลของหน่วยงานต่างๆ เป็นประจำทุกเดือน จึงเป็นที่มั่นใจและเชื่อใจได้ว่างบประมาณของกระทรวงกลาโหมที่ได้รับการจัดสรรมานั้นจะใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริง ให้เกิดแก่กองทัพและประเทศชาติ โดยมีคณะกรรมการชุดนี้ทำหน้าที่แทนภาคประชาชนอย่างเข้มข้นตลอดไป

พล.ท.ทวี แจ่มจำรัส
ข้าราชการบำนาญ

บทความก่อนหน้านี้‘ณวัฒน์’ เผยความพิเศษ ‘มิสแกรนด์ฯ 2018’ (คลิป)
บทความถัดไปปธ.สอบชี้ ผอ.กิ๊กเด็กม.2 มีมูล เข้าข่ายชู้สาว แฉอดีตลวนลามชั้นป.6