หน้าแรก บทความ ‘สุภาพ’ 1 คุณ...

‘สุภาพ’ 1 คุณธรรมพื้นฐาน กับ ครูยุค 4.0 : โดย ดร.อำนาจ ศรีแสง

31.01.18 | 13:00 น.

เคยเห็นหลายโรงเรียนเขียนคติพจน์และปรัชญาในการทำงานไว้ประจำโรงเรียนตรงหน้าประตูทางเข้าโรงเรียนว่า “คุณธรรมนำความรู้” หรือ “คุณธรรมนำวิชาการ” หรือ “คุณธรรมเด่น เน้นวิชาการ” คิดว่าคณะครูในโรงเรียนคงจะเห็นว่าคุณธรรมมีความสำคัญและควรปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมให้มากกว่า การปลูกฝังความรู้ทางวิชาการซึ่งผู้ที่ได้เห็นและได้อ่านก็คงจะเห็นด้วยกับข้อความนี้ พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2543 ได้ให้ความหมายของคุณธรรมไว้ว่า คุณธรรมหมายถึง สภาพคุณงามความดีเป็นสภาพคุณงามความดีทางความประพฤติและจิตใจ ซึ่งสามารถแยกออกเป็น 2 ความหมาย คือความประพฤติดีงาม เพื่อประโยชน์สุขแก่ตนและสังคม ซึ่งมีพื้นฐานมาจากหลักศีลธรรมทางศาสนา ค่านิยมทางวัฒนธรรม ประเพณี หลักกฎหมาย จรรยาบรรณวิชาชีพ และการรู้จักไตร่ตรองว่าอะไรควรทำไม่ควรทำ และอาจกล่าวได้ว่า คุณธรรมคือจริยธรรมแต่ละข้อที่นำมาปฏิบัติจนเป็นนิสัย เช่น เป็นคนซื่อสัตย์ เสียสละ อดทน มีความรับผิดชอบ


มายุคปัจจุบัน จะเห็นว่าเด็กๆ และเยาวชน รวมถึงผู้ใหญ่บางคน ไม่ค่อยคำนึงถึงเรื่องคุณธรรมจริยธรรมเท่าที่ควร มักจะแสดงออกให้เห็นในสิ่งที่ไม่พึงปรารถนาของสังคมโดยเฉพาะเรื่องการแสดงออกที่ไม่สุภาพ ซึ่งผู้ที่มีความสุภาพเขาจะแสดงออกให้เห็นว่าเป็นผู้ที่อ่อนน้อมถ่อมตนตามสถานภาพและกาลเทศะ ไม่ก้าวร้าวรุนแรง วางอำนาจข่มผู้อื่น ทั้งโดยวาจาและท่าทาง เป็นผู้มีมารยาทดีงาม วางตนเหมาะสมกับวัฒนธรรมไทย การแสดงออกดังกล่าว ถ้าเป็นผู้นำก็อาจจะทำให้ผู้ตามเอามาเป็นแบบอย่างได้ด้วย โดยเฉพาะครูเราเด็กนักเรียนจะลอกเลียนแบบครูไปด้วย ไปจนถึงถ้าเป็นผู้นำระดับหัวหน้ารัฐบาลของประเทศ ถ้าแสดงออกด้วยความสุภาพ เด็กๆ เยาวชนและประชาชนทั่วไปก็จะนำเอาไปเป็นแบบอย่างที่ดีและถือปฏิบัติไปด้วย

ก่อนการประกาศนโยบาย “ค่านิยมหลักของคนไทย 12 ประการ” ของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กระทรวงศึกษาธิการก็ได้กำหนดนโยบายเร่งรัดการปฏิรูปการศึกษาโดยยึดคุณธรรมนำความรู้ และประกาศคุณธรรมพื้นฐานสำคัญที่ควรเร่งปลูกฝัง 8 ประการ เพื่อปลูกฝังคุณธรรมแก่เยาวชน ให้เป็นคนดี มีความรู้ และอยู่ดีมีสุข ด้วยการใช้คุณธรรมพื้นฐานเป็นพื้นฐานของกระบวนการเรียนรู้ อันได้แก่

1.ขยัน คือผู้ที่มีความตั้งใจเพียรพยายามทำหน้าที่การงานอย่างจริงจังและต่อเนื่องในเรื่องที่ถูกที่ควร สู้งาน มีความพยายาม ไม่ท้อถอย กล้าเผชิญอุปสรรค รักงานที่ทำ ตั้งใจทำหน้าที่อย่างจริงจัง

Advertisement

2.ประหยัด คือผู้ที่ดำเนินชีวิตความเป็นอยู่อย่างเรียบง่าย รู้จักฐานะการเงินของตน คิดก่อนใช้ คิดก่อนซื้อ เก็บออมถนอมใช้ทรัพย์สินสิ่งของอย่างคุ้มค่า ไม่ฟุ่มเฟือย ฟุ้งเฟ้อ รู้จักทำบัญชี รายรับ-รายจ่าย ของตนเองอยู่เสมอ

3.ซื่อสัตย์ คือผู้ที่มีความประพฤติตรงทั้งต่อเวลา ต่อหน้าที่ และต่อวิชาชีพ มีความจริงใจ ปลอดจากความรู้สึกลำเอียง หรืออคติ ไม่ใช้เล่ห์กดคดโกงทั้งทางตรงและทางอ้อม รับรู้หน้าที่ของตนเอง ปฏิบัติอย่างเต็มที่และถูกต้อง

4.มีวินัย คือผู้ที่ปฏิบัติตนในขอบเขตกฎ ระเบียบของสถานศึกษา สถาบัน องค์กรและประเทศโดยที่ตนยินดีปฏิบัติตามอย่างเต็มใจและตั้งใจ ยึดมั่นในระเบียบแบบแผนข้อบังคับและข้อปฏิบัติ รวมถึงการมีวินัยทั้งต่อตนเองและสังคม

5.สุภาพ คือผู้ที่มีความอ่อนน้อมถ่อมตนตามสถานภาพและกาลเทศะ มีสัมมาคารวะ เรียบร้อย ไม่ก้าวร้าว รุนแรง หรือวางอำนาจข่มผู้อื่น ทั้งโดยวาจาและท่าทาง เป็นผู้มีมารยาทดีงาม วางตนเหมาะสมกับวัฒนธรรมไทย

6.สะอาด คือผู้ที่รักษาร่างกาย ที่อยู่อาศัย และสิ่งแวดล้อมได้อย่างถูกต้องตามสุขลักษณะ ฝึกฝนจิตไม่ให้ขุ่นมัว มีความแจ่มใสอยู่เสมอ ปราศจากความมัวหมองทั้งกายใจและสภาพแวดล้อมมีความผ่องใสเป็นที่เจริญตา ทำให้เกิดความสบายใจแก่ผู้พบเห็น

7.สามัคคี คือผู้ที่เปิดใจกว้าง รับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น รู้บทบาทของตนทั้งในฐานะผู้นำและผู้ตามที่ดี มีความมุ่งมั่นต่อการรวมพลัง ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน เพื่อให้การงานสำเร็จลุล่วง สามารถแก้ปัญหาและขจัดความขัดแย้งได้ เป็นผู้มีเหตุผล ยอมรับความแตกต่าง ความหลากหลายทางวัฒนธรรม ความคิดและความเชื่อ พร้อมที่จะปรับตัวเพื่ออยู่ร่วมกันอย่างสันติและสมานฉันท์

8.มีน้ำใจ คือผู้ให้และผู้ช่วยเหลือสังคม รู้จักแบ่งปัน เสียสละความสุขส่วนตนเพื่อทำประโยชน์ให้แก่ผู้อื่น เห็นอกเห็นใจ และเห็นคุณค่าในเพื่อนมนุษย์และผู้ที่มีความเดือดร้อน มีความเอื้ออาทรเอาใจใส่

อาสาช่วยเหลือสังคมด้วยแรงกายและสติปัญญา ลงมือปฏิบัติการเพื่อบรรเทาปัญหา หรือร่วมสร้างสรรค์สิ่งดีงามให้เกิดขึ้นในชุมชน

เมื่อกลับมาทบทวนดูนโยบายค่านิยมหลักของคนไทย 12 ประการ ได้แก่ 1) มีความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นสถาบันหลักของชาติในปัจจุบัน 2) ซื่อสัตย์ เสียสละ อดทน มีอุดมการณ์ในสิ่งที่ดีงามเพื่อส่วนรวม 3) กตัญญูต่อพ่อแม่ ผู้ปกครอง ครูบาอาจารย์ 4) ใฝ่หาความรู้ หมั่นศึกษาเล่าเรียน ทั้งทางตรงและทางอ้อม 5) รักษาวัฒนธรรมประเพณีไทยอันงดงาม 6) มีศีลธรรมรักษาความสัตย์ หวังดีต่อผู้อื่น เผื่อแผ่และแบ่งปัน 7) เข้าใจ เรียนรู้การเป็นประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขที่ถูกต้อง 8) มีระเบียบวินัย เคารพกฎหมาย ผู้น้อยรู้จักการเคารพผู้ใหญ่ 9) มีสติ รู้ตัว รู้คิด รู้ทำ รู้ปฏิบัติ ตามพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 10) รู้จักดำรงตนอยู่โดยใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ตามพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รู้จักอดออมไว้ใช้เมื่อยามจำเป็น มีไว้พอกินพอใช้ ถ้าเหลือก็แจกจ่ายและขยายกิจการเมื่อมีความพร้อม โดยมีภูมิคุ้มกันที่ดี 11) มีความเข้มแข็งทั้งร่างกายและจิตใจ ไม่ยอมแพ้ต่ออำนาจฝ่ายต่ำหรือกิเลส มีความละอายเกรงกลัวต่อบาปตามหลักของศาสนา 12) คำนึงถึงผลประโยชน์ของส่วนรวมและต่อชาติ มากกว่าผลประโยชน์ของตนเอง จะเห็นว่าค่านิยมหลักของคนไทย 12 ประการ ครอบคลุมและสอดคล้องกับคุณธรรมพื้นฐาน 8 ประการ เพียงแต่ไม่มีคำว่าสุภาพ ในค่านิยมหลักของคนไทย แต่จะมีค่านิยมข้อที่ 5 ที่ว่า รักษาวัฒนธรรมประเพณีไทยอันงดงาม ซึ่ง “สุภาพ” ก็เป็นวัฒนธรรมอันงดงามของไทยเราอย่างหนึ่งเช่นกัน จากนโยบายดังกล่าวสถาบันทางการศึกษาก็ได้เร่งรัดนำไปปลูกฝังคุณธรรมให้กับเยาวชนของชาติ เพื่อให้เป็นคนดี มีความรู้และอยู่ดีมีสุข เพื่อให้ก้าวสู่สังคมคุณธรรมนำความรู้ โดยที่ผู้ใหญ่ต้องเป็นตัวอย่างที่ดีแก่เยาวชน โดยเฉพาะ “สุภาพ” 1 ในคุณธรรมพื้นฐาน 8 ประการเป็นคุณธรรมที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในยุคปัจจุบันโดยเฉพาะครูยุค 4.0

อาจารย์ ดิเรก พรสีมา อดีตประธานกรรมการคุรุสภา ได้กล่าวไว้ว่า ครู 4.0 จะใช้สมรรถนะที่ครูมีอยู่ในการทำให้นักเรียนกลายเป็นนักเรียน 4.0 ด้วยการเพิ่มกิจกรรมการเรียนรู้ที่จะทำให้นักเรียนได้รับทักษะที่จำเป็นสำหรับศตวรรษที่ 21 คือทักษะความคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา การคิดสร้างสรรค์การสร้างนวัตกรรม การเรียนและการทำงานร่วมกันเป็นทีม การมีภาวะผู้นำ การสื่อสาร การใช้ข้อมูลและสารสนเทศ การติดต่อสื่อสารทางไกล การใช้คอมพิวเตอร์และปัญญาประดิษฐ์ การคิดคำนวณ การสร้างอาชีพและการเรียนรู้ด้วยตนเอง นอกจากนั้น ต้องจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่บูรณาการการพัฒนาทักษะทางสังคม คุณธรรม จริยธรรม คารวธรรม การสร้างเสริมสุขภาพอนามัย การเป็นพลเมืองที่ดีของประเทศและของโลก การจัดการเกี่ยวกับเศรษฐกิจของตนเองและครอบครัว การเป็นผู้ประกอบการใหม่ การรักษาผลประโยชน์ของส่วนรวม การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ การป้องกันภาวะโลกร้อน การยึดมั่นในขนบธรรมเนียม ประเพณี และจรรยาบรรณวิชาชีพ เข้าไปในทุกวิชาที่สอนด้วย

ฉะนั้น ครูยุค 4.0 จะต้องพัฒนาการปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมให้เกิดกับนักเรียนอย่างจริงจังให้มากขึ้นกว่าเดิม ให้คุณธรรมนำความรู้ไปในทุกยุค ไม่ว่าจะเป็นยุคครู 4.0 หรือ 5.0 ในอนาคต เพราะในสภาพความเป็นจริงของสังคมไทยในปัจจุบัน การปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมให้เกิดขึ้นกับตัวเด็กและเยาวชนในยุคครู 4.0 ยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร ปัญหาทางสังคมยังคงสภาพอยู่เหมือนเดิมไม่ว่าจะเป็น เรื่องยาเสพติด พฤติกรรมทางเพศ มั่วสุม ลักเล็กขโมยน้อย ปล้นจี้ ตีชิงวิ่งราว ก้าวร้าว ข่มขู่ กระทำผิดกฎหมายบ้านเมือง ไม่เคารพกฎหมาย ฯลฯ

สรุป
ถ้าจะวิเคราะห์ปัญหาต่างๆ ทางสังคมที่ดำรงอยู่ในปัจจุบันแล้วจะเห็นว่า เราต้องเร่งรัดปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมให้เกิดขึ้นกับเด็กและเยาวชนอย่างจริงจังและเร่งด่วน ผู้ใหญ่ต้องทำตัวเป็นตัวอย่างที่ดีแก่เด็กและเยาวชน ครูต้องเป็นแบบอย่างที่ดีแก่นักเรียน นักศึกษา โดยเฉพาะคุณธรรม “สุภาพ” 1 ในคุณธรรมพื้นฐาน 8 ประการ มีงานวิจัย ศึกษาเรื่อง คุณธรรมจริยธรรมของผู้บริหารสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครราชสีมา เขต 2 พบว่าแนวทางส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมของผู้บริหารสถานศึกษาคือ ผู้บริหารสถานศึกษาควรประพฤติตนเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ผู้ร่วมงาน (จิราภรณ์ อารีรัมย์, 2556) ฉะนั้น จึงมั่นใจได้ว่าถ้าเราอยากจะเห็นเด็กนักเรียนของเราเป็นคนที่อ่อนน้อม ถ่อมตนตามสถานภาพและกาลเทศะ มีสัมมาคารวะ เรียบร้อย ไม่ก้าวร้าวรุนแรง ไม่วางอำนาจข่มผู้อื่นทั้งโดยวาจาและท่าทาง เป็นผู้มีมารยาทดีงาม วางตนเหมาะสมกับวัฒนธรรมไทย

เราต้องช่วยกันปลูกฝังคุณธรรมโดยทำตัวเป็นตัวอย่างที่ดีแก่เด็กโดยเฉพาะคุณธรรม “สุภาพ” 1 ในคุณธรรมพื้นฐาน 8 ประการ ครูยุค 4.0 ควรให้ความสำคัญเป็นอันดับหนึ่ง

ดร.อำนาจ ศรีแสง
อาจารย์ประจำหลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต
สาขาวิชาการบริหารการศึกษา
วิทยาลัยเทคโนโลยีสยาม