หน้าแรก บทความ ‘อุดมศึกษาไทย...

‘อุดมศึกษาไทย’ ไม่ควรมองข้าม ‘Gig Worker’ โดย รศ.ดร.สุขุม เฉลยทรัพย์

1.02.18 | 13:15 น.

คําว่า “Gig” (กิ๊ก) สำหรับสังคมไทยหลายๆ คนคงมุ่งประเด็นไปที่ความหมายในมิติเชิงชู้สาว โดยเฉพาะการให้นิยามที่เข้าใจในวงกว้างว่า “มากกว่าเพื่อนแต่ไม่ใช่แฟน” แต่ในความเป็นจริงแล้ว “Gig” มีความหมายในอีกหนึ่งมิติซึ่งลึกซึ้งมากกว่าที่ใครๆ คิด…ดังนั้น ข้อเขียนนี้ จึงไม่ได้เป็นแค่การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้เกี่ยวกับอีกนัยยะของคำว่า “Gig” กับผู้อ่านเท่านั้น แต่เป็นการเปิดมุมมองให้ “คนที่กำลังจะเป็น…หรือเป็น Gig” หรือแม้แต่สถาบันอุดมศึกษาซึ่งเกี่ยวข้องกับการ “สร้าง Gig” ให้พร้อมที่จะ “เป็น Gig” หรือแม้แต่ “สร้าง Gig”…อย่างมีคุณค่า

ความหมายของคำว่า “Gig” (กิ๊ก) ณ ที่นี้มาจากระบบเศรษฐกิจที่เรียกว่า “Gig Economy” เป็นคำที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางในช่วงวิกฤตการเงินปี 2009 (2552) โดยคนงานจำนวนมากที่ถูกให้ออกจากงานต้องหันมาหางานทำแบบ Parttime หรือทำหลายๆ งานพร้อมกัน

ดังนั้น เมื่อเกิดเศรษฐกิจแบบ “Gig Economy” สิ่งที่ตามมาและเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในสังคม คงหนีไม่พ้น “Gig Worker” ในความเป็นจริง “Gig Worker” ไม่ใช่คำศัพท์ใหม่อย่างที่หลายคนเข้าใจ แต่เริ่มใช้ครั้งแรกๆ เมื่อทศวรรษที่ 1920 ซึ่งหมายถึง นักดนตรีที่อยู่ในวงแจ๊ซ อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันมีการตีความว่า คือ การทำงานระยะสั้น งานชั่วคราว งานที่รับจ้างเป็นระยะเวลาสั้นๆ และจบเป็นครั้งๆ ไป ไม่ยึดติดกับที่ใดที่หนึ่ง เช่น งานพาร์ตไทม์ ฟรีแลนซ์ การรับค่าตอบแทนเป็นชิ้นๆ มากน้อยตามปริมาณงานและคุณภาพความยากง่าย ไม่มีพันธะสัญญากับนายจ้าง นอกจากความที่กล่าวในข้างต้นแล้ว ยังหมายถึงคนทำอาชีพเกษตรกร ธุรกิจส่วนตัว นักลงทุนหรือแม้แต่ทนายความ พูดง่ายๆ คือ คนที่ไม่ได้ทำงานในรูปแบบ “มนุษย์เงินเดือน” จัดเป็น “Gig Worker” ทั้งสิ้น

หลากหลายปัจจุบันที่เป็นแรงผลักดัน ทำให้เกิด “Gig Worker” ประกอบด้วย “การเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีที่เจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว” ส่งผลให้มีแนวโน้มที่จะมีการนำเทคโนโลยี เช่น หุ่นยนต์ เข้ามาทำงานแทนแรงงานคนมากขึ้น แรงกระเพื่อมจากการปฏิวัติดังกล่าว ทำให้เกิดการทำลายกลไกตลาดแรงงานในรูปแบบเดิมๆ รายงานเกี่ยวกับตำแหน่งงานในอนาคต (The Future of Jobs) ของ WEF หรือ World Economic Forum ประจำปี 2016 (ปี 2559)

คาดว่าภายในปี 2020 (2563) จะมีตำแหน่งงานต่างๆ สูญหายไปถึง 5 ล้านตำแหน่งทั่วโลก โดยเมื่อแนวโน้มของตลาดแรงงานเปลี่ยนแปลง ย่อมส่งผลให้แรงงานที่อยู่ในตำแหน่งงานที่สูญหาย จำเป็นต้องหันมาเป็น “Gig Worker” อย่างไม่มีทางเลือก..

Advertisement

“การแสวงหาแนวทางสร้างรายได้ใหม่ๆ ที่สร้างรายได้ที่สูงขึ้น” การดำรงชีวิตของสังคมในยุคปัจจุบันมีค่าใช้จ่ายสูงขึ้นมากเมื่อเปรียบเทียบกับในอดีต ดังนั้น คนในสังคมจำเป็นต้องหารายได้เสริมหรือแม้แต่การหารายได้ในรูปแบบใหม่ๆ เพื่อสร้างรายได้ที่สูงขึ้นหรือสร้างรายได้เสริมเพิ่มจากการทำงานประจำ “Gig Worker” จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือก โดยเฉพาะการหารายได้จากการใช้ประโยชน์ของโครงสร้างพื้นฐานอินเตอร์เน็ตซึ่งทำให้ทำงานได้ ทุกที่ ทุกเวลารวมถึงการมีแอพพลิเคชั่นเช่น Facebook, Instagram, UBER และ Airbnb ที่เอื้อให้คนทำงานและทำธุรกิจได้หลากหลายมากขึ้น ซึ่งคน Gen Y (คนที่เกิดปี 2523-2540) และคน Gen Z (คนที่เกิดปี 2540 ขึ้นไป) จะได้ใช้ประโยชน์มากที่สุด เพราะเติบโตพร้อมกับความก้าวหน้าของเทคโนโลยีทำให้คุ้นชินกับการใช้เทคโนโลยี

หรือแม้แต่ “การเกิดความหลากหลายของอาชีพในตลาดแรงงาน” พบว่าปัจจุบันมีอาชีพต่างๆ เกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก เช่น บล็อกเกอร์ (Blogger) จะทำหน้าที่รีวิวผลิตภัณฑ์ต่างๆ ซึ่งจะสร้างความน่าสนใจและทำให้เกิดการตัดสินใจซื้อหรือใช้บริการของผลิตภัณฑ์นั้นๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ส่วนผู้มีอิทธิพล (Influencer) พูดง่ายๆ ก็คือ บุคคลที่มีชื่อเสียงบนโลกโซเชียล ไม่ว่าจะเป็นเน็ตไอดอล นักรีวิวผลิตภัณฑ์ หรือเพจต่างๆ ที่มีคนติดตามเป็นจำนวนมาก รวมไปถึงดารานักแสดงที่นำเอาสินค้า หรือผลิตภัณฑ์ซึ่งต้องการโฆษณามารีวิว โพสต์แชร์ หรือแม้แต่ขายพื้นที่โฆษณาบนเพจ หรือเว็บไซต์ของ Influencer นั้นๆ หรือแม้แต่ในประเทศญี่ปุ่นมีอาชีพ “คุณลุงรับจ้างไปเป็นเพื่อนทำธุระ” บริการนี้เรียกว่า Ossan Rental ซึ่งบุคคลที่ทำอาชีพดังกล่าวมีรายได้ประมาณหนึ่งพันเยนต่อชั่วโมง (หรือ 300 บาทต่อชั่วโมง)

นี่คือหลากปัจจัยที่ทำให้เกิด “Gig Worker” อีกหนึ่งกลุ่มอาชีพที่กำลังจะได้รับความนิยมอย่างมากในอนาคตโดย Stephane Kasriel, CEO of Upwork and co-chair of the World Economic Forum’s Council on the Future of Gender, Education and Work กล่าวว่า ปัจจุบันอยุ่ในยุคของการปฏิวัติอุตสาหกรรม ครั้งที่ 4 (Fourth Industrial Revolution) การทำงานต่างๆ จะมีความเป็นอัตโนมัติมากขึ้น (Automation) รูปแบบการทำงานของคนรุ่นใหม่ในอนาคตจะมีความแตกต่างที่เป็นเอกลักษณ์ใหม่ ส่งผลให้การประกอบอาชีพอิสระมีบทบาทสำคัญต่อสังคมมากขึ้น อย่างที่เราอาจจะไม่เคยตระหนักถึงมาก่อน ผู้ที่ประกอบอาชีพอิสระจะเป็นผู้ควบคุมชะตากรรมของตนเอง..

แม้การแสดงทรรศนะของ Stephane Kasriel สะท้อนให้เห็นถึงความมีอิสระในการเลือกงาน แต่ก็ใช่ว่า “Gig Worker” จะเป็นฝ่ายเลือกเท่านั้น เพราะในโลกของการทำงานนั้นมีคู่แข่งจำนวนมากที่ศักยภาพในการทำงานในระดับใกล้เคียงกัน ดังนั้น “คนจ้างงานต่างหากที่เป็นฝ่ายเลือกคนทำงาน” แล้วทำอย่างไร “Gig Worker” จะกุมชะตาชีวิตตนเองได้อย่างแท้จริง โดยจากการสังเคราะห์ข้อมูลจากนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญสามารถสรุปคุณลักษณะที่สำคัญได้ ดังนี้ บริหารเวลาให้เป็น ส่งมอบงานตามเวลาที่กำหนดรู้จักหาสร้างเครือข่ายหรือคอนเน็กชั่น พัฒนาตนเองให้มีทักษะหลากหลายหรือมีทักษะเป็นเอกลักษณ์ มีความชอบและความสุขกับสิ่งที่ทำตลอดจนพร้อมรับความเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ

เมื่อมองความเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงานและรูปแบบการทำงานในขณะนี้ รวมถึงมองทอดยาวไปถึงในอนาคตแล้ว คงต้องยอมรับว่า “สถาบันอุดมศึกษาไทย” ต้องเผชิญกับ “โจทย์ยาก” ในการผลิตบัณฑิตอีกจนได้ ซึ่งคงต้องตั้งคำถามว่า “สถาบันอุดมศึกษาได้ปรับตัว เพื่อผลิตคนรุ่นใหม่ที่มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ต่อรูปแบบการทำงานแบบใหม่แล้วหรือยัง?”….“ผู้บริหารสถาบันอุดมศึกษา มีวิสัยทัศน์ในการนำพาสถาบัน
อุดมศึกษาเพื่อการผลิตบัณฑิตแบบ Gig แล้วหรือไม่? …” อาจารย์ บุคลากร หลักสูตร โครงสร้างพื้นฐาน หรือแม้แต่สิ่งอำนวยความสะดวก มีศักยภาพเพียงพอที่จะสนับสนุนให้เกิด Gig ที่มีคุณภาพอย่างแท้จริงแล้ว กระนั้นหรือ?”

แล้วอีกหนึ่งคำถามที่อยากจะถาม ก็คือ สถาบันอุดมศึกษาไทยกี่แห่ง? ที่พร้อมผลิต “Gig Worker” …(คงไม่มีใครกล้าตอบ เพราะต่างก็รู้ “คำตอบ” อยู่ในใจ…!!)..

สุดท้ายก็คงต้องถึงบทสรุปที่ว่า ณ วันนี้ “Gig Worker” เป็นอีก 1 ทางเลือกของการผลิตบัณฑิตซึ่งถือเป็น “โจทย์ใหม่” ที่ต้องเริ่มตั้งต้นจากวันนี้ไปถึงอนาคตโดยสถาบันอุดมศึกษาทุกแห่งจำต้องเร่งดำเนินการปรับแนวทางในการผลิตบัณฑิตที่จะเป็น “Perfect Gig Worker” อันเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพและสามารถขับเคลื่อนสังคมและประเทศชาติได้อย่างยั่งยืน…

ก้าวข้ามผ่านปัญหาเดิมๆ เรื่องมาตรฐานสถาบันอุดมศึกษากันได้แล้วครับ…แล้วตั้งหน้าตั้งตาพัฒนาสถาบันอุดมศึกษาให้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงเสียที…เพราะนี่คือ บทพิสูจน์ที่ยิ่งใหญ่สำหรับอุดมศึกษาไทยว่า “พึ่งได้” หรือ “พึ่งไม่ได้” กับการผลิตบัณฑิตไทย กันแน่..!!..

รศ.ดร.สุุขุม เฉลยทรัพย์