หนังสือพิมพ์ซิงเสียนเยอะเป้าได้นำเสนอบทบรรยายโดยสังเขปของหลี่เหวินไห่ รองประธานฝ่ายบริหารของเครือเจี้ยไต๋และซีอีโอของโลตัสเครือเจริญโภคภัณฑ์ ผู้ปรับปรุงโลตัสจากขาดทุนกลับกลายเป็นได้กำไร ได้ไปบรรยายที่มหาวิทยาลัยซัวเถา (หรือซ่านโถว) ประเทศจีน โดยใช้หัวข้อ “ออกทะเลจากสามแม่น้ำ ธนบัตรคืนสู่บ้านเกิดเมืองนอน ถอดรหัสวัฒนธรรมพ่อค้าแต้จิ๋ว 500 ปีไม่หน่าย”
หลี่เหวินไห่ได้นำเสนอที่มาที่ไปของพ่อค้า การก่อตัวของพ่อค้าแต้จิ๋ว ลักษณะพิเศษของพ่อค้าแต้จิ๋ว การก่อรูปทางวัฒนธรรมของพ่อค้าแต้จิ๋ว ตลอดจนวิวัฒนาการของพ่อค้าแต้จิ๋ว
ในฐานะซีอีโอของโลตัส เขาได้ปรับปรุงโลตัสจากขาดทุนกลายเป็นได้กำไร ในฐานะผู้อำนวยการสถาบันเวี่ยนเฟิง เขาได้นำพาบรรดาอาจารย์ไปบรรยายวิชาการที่มหาวิทยาลัยปักกิ่ง มหาวิทยาลัยจงซาน มหาวิทยาลัยซัวเถา (ซ่านโถว) เรียกร้องให้มีการสถาปนาวิทยาการแก่พ่อค้าแต้จิ๋วทั่วโลก ยกระดับวัฒนธรรมพ่อค้าแต้จิ๋วให้เป็นทฤษฎีทางวิชาการ เขาได้วิ่งเต้นเพื่อสร้างทฤษฎีทางวิชาการของพ่อค้าแต้จิ๋วให้เป็นระบบ
ในการเสวนาครั้งนั้น หลี่เหวินไห่ได้เริ่มต้นโดยให้การอรรถาธิบายว่าอะไรคือ “ซัง” (การค้า) เขากล่าวว่า ชี่ผู้เป็นต้นกำเนิดของซังกับหวี่เป็นคนในยุคเดียวกัน เนื่องจากชี่เป็นผู้ช่วยหวี่บริหารจัดการเรื่องน้ำ มีคุณงามความดีจะได้รับการขนานนามว่า “ซัง” เผ่าชนของเขาคือเผ่าซัง ถิ่นที่อยู่ของซังเรียกว่า ดินแดนซัง
ต่อมากษัตริย์โจวหวู่ได้กำจัดกษัตริย์ซังโจ้ว ประชาชนราชวงศ์ซังจึงได้สวามิภักดิ์ แต่บรรดาเหล่าขุนนางของราชวงศ์ซังถูกบีบให้ต้องระเหเร่ร่อนไปตามที่ต่างๆ จึงได้ทำการค้าขายเพื่อยังชีพ จึงเรียกว่า “ซังเหยิน” (ซึ่งก็คือพ่อค้านั่นเอง)
ส่วนเฉาซัง (พ่อค้าแต้จิ๋ว) นั้นประกอบด้วยชนเผ่าต้านชาวเลและชาวเขาชนเผ่าเซอซึ่งอยู่บริเวณแต้จิ๋วและซ่านโถวรวมกับชาวเมืองที่อพยพลงมาจากภาคกลางประเทศจีนในแต่ละยุคแต่ละสมัย ซึ่งเป็นกลุ่มชนที่พูดภาษาแต้จิ๋วและแต้จิ๋วแบบซ่านโถว
“เฉาซัง” (พ่อค้าแต้จิ๋ว) กลุ่มชนที่เลื่องลือไปทั่วในประเทศจีนและโพ้นทะเลนั้นแรกเริ่มเดิมทีคือชาวแต้จิ๋ว ภายหลังจึงเป็นพ่อค้า ชาวแต้จิ๋วซึ่งมีสมญานามว่า “ชาวยิวแห่งบูรพา” นั้น ดูเหมือนกอปรด้วยดีเอ็นเอชนิดพิเศษมาแต่กำเนิด ด้วยมูลเหตุตามธรรมชาติ ชาวแต้จิ๋วและซ่านโถวได้ย่างเข้าสู่ทางสายไหมทางทะเลมาช้านาน ออกทะเลจากสามแม่น้ำ ภาพพจน์อันตระการตานี้นับเป็นภาพสะท้อนอันสง่างามแห่งการออกสู่ทะเลของพ่อค้าจีนในห้วง 500 ปี
“ก้าวแรกที่พ่อค้าแต้จิ๋วก้าวออกไป คือก้าวที่เบิกทางแห่งเส้นทางสายไหมทางทะเล การที่พ่อค้าจีนไม่หน่ายในห้วง 500 ปีก็เพราะเราไม่ลืมดินแดนบ้านเดิม ก็คือการแสดงออกซึ่งมนุษย์วิทยาของมหาอำนาจอย่างไม่หยุดหย่อนต่อเนื่องให้ชาวโลกได้เห็นตามทางสายไหมทางทะเลนี้โดยตลอด และแสดงออกซึ่งจิตวิญญาณแห่งมนุษย์วิทยาของมหาอำนาจที่เหนียวแน่นไม่ถดถอย” หลี่เหวินไห่กล่าวในที่เสวนา
หลี่เหวินไห่เห็นว่า ปัจจุบันในแต้จิ๋วและซ่านโถวมีคนมากแต่มีผืนดินน้อย แต้จิ๋วและซ่านโถวมีภูมิประเทศที่ล้อมด้วยภูเขาสามด้าน อีกด้านหนึ่งหันเข้าหาทะเล อุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติ ประชากรขยายตัวรวดเร็ว ตามสถิติองค์กรธัญญาหารการเกษตรสหประชาชาติบ่งบอกว่า เส้นระวังภัยของประชากรผู้มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินอยู่ที่ 0.8 ไร่ เส้นอันตรายอยู่ที่ 0.5 ไร่
แต่ที่แต้จิ๋วและซ่านโถวคนที่มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินโดยเฉลี่ยแล้วคนละไม่เกิน 0.3 ไร่
เขากล่าวว่า แต้จิ๋วและซ่านโถวได้ก้าวสู่ทางแห่งเส้นทางสายไหมทางทะเลมาช้านานแล้ว ซ่านโถวเป็นจุดสำคัญของเส้นทางสายไหมจุดหนึ่ง ชาวแต้จิ๋วและซ่านโถวได้ผ่านการอพยพ 4 ระยะ โดยแพร่กระจายไปทั่วโลก ระยะที่หนึ่ง อยู่ระหว่างรัชสมัยกษัตริย์เฉียนหลงและเจียชิ่งในราชวงศ์ชิง ในช่วงนั้นเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ ที่ดินน้อยแต่คนมาก ผู้คนจำนวนมากได้โดยสารเรือหัวแดงไปทางทะเลใต้ ไปทำมาค้าขายที่โพ้นทะเล
พวกเขาเรียกบรรดาประเทศที่พวกเขาไปว่า “ฮวน” จากนั้นได้ก่อตัวเป็นซังปัง (แก๊งพาณิชย์) ชาวจีน ระยะที่สอง อยู่ในช่วงปี ค.ศ.1840-1949 มีคนอพยพไปทางเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หนึ่งล้านห้าแสนคน ระยะที่ 3 คือช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 เนื่องจากมีการกีดกันชาวจีน จึงเกิดการอพยพครั้งที่สองไปทั่วโลก
พระราชนิพนธ์ของรัชกาลที่ 6 เรื่อง “ชาวยิวแห่งบูรพา” ทรงตรัสไว้ว่า ชาวจีนคือชาวยิวแห่งตะวันออก สันทัดในการค้าขาย เร่ร่อนไปทั่วทุกสารทิศเพื่อหาเลี้ยงชีพ แต่ถูกกีดกัน มีประสบการณ์เช่นเดียวกับชาวยิว ภายหลังประเทศจีนปฏิรูปเปิดกว้าง ก็มีชาวจีนอพยพใหม่โดยเป็นครอบครัวหรือเป็นสามีภรรยาเป็นหลัก โยกย้ายถิ่นฐานไปยังฮ่องกง เซินเจิ้น จูไห่ ปักกิ่ง เซี่ยงไฮ้ กว่างโจว ฯบฯ
ปัจจุบันมีชาวจีนอยู่ทั่วโลกประมาณ สามพันล้านคน
ทิวสน
(ถอดความจากซิงเสียนเยอะเป้า)

