หน้าแรก บทความ จากงานเถลิงพล...

จากงานเถลิงพลับพลามาเป็นงานฤดูหนาว : โดย ปริญญา ตรีน้อยใส และรัชดา โชติพานิช

21.02.18 | 17:39 น.
ภาพจาก หอจดหมายเหตุแห่งชาติ งานปีสวนดุสิต ที่จัดขึ้นในปีต่อๆ มา

…ฉันคิดจะทำบ้านเปนที่ไปเที่ยวเล่น ได้กะตกลงใจว่าจะซื้อที่
ตั้งแต่บ้านประวิตรไปจนถึงคลองสามเสน ตั้งแต่ถนนสามเสน
ยืนขึ้นไปจนถึงทางรถไฟ ได้มอบให้กรมหมื่นมหิศรแลกรมหมื่น
สรรพสาตรเปนผู้จัดซื้อแลวางแปลน มีความประสงค์อยากจะใคร่
ให้ได้เร็วๆ ด้วยไม่มีที่เดินเหิรเที่ยวเล่น สังเกตได้ว่าเมื่ออยู่บางปอิน
สบาย เพราะได้เดินทุกวัน ครั้นกลับลงมานี่ ก็ไม่ใคร่สบายขึ้นทุกวัน…

ข้อความนี้ปรากฏในพระราชหัตถเลขาของ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทาน กรมหมื่นนเรศวรฤทธิ์ เสนาบดีกระทรวงนครบาล หลังจากเสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรพื้นที่สวนและทุ่งนาทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของพระบรมมหาราชวัง ด้วยพระองค์พอพระราชหฤทัยว่าเป็นสถานที่เหมาะแก่การสร้างอุทยานสถาน คล้ายกับพระราชวังฤดูร้อนหลายแห่ง ในยุโรป จึงโปรดให้เจ้าพนักงานรวบรวมจัดซื้อที่ดินอันเป็นที่มาของสวนดุสิตในเวลาต่อมา หรือพระราชวังดุสิตในปัจจุบัน

ครั้นเมื่อการจัดซื้อที่ดินดำเนินไปได้ระยะหนึ่ง พระองค์จึงได้เสด็จพระราชดำเนินตัดไม้บนที่ดินเป็นปฐมฤกษ์ เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ร.ศ.117 (นับอย่างสากลตรงกับ พ.ศ.2442) ก่อนการปรับสภาพพื้นที่ ตัดถนน ขุดคลอง ทำสวน และสร้างพลับพลาเป็น เรือนไม้สักชั้นเดียวสำหรับเป็นที่ประทับ เมื่องานทั้งปวงแล้วเสร็จ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้จัดงานเถลิงพลับพลา รวมไปกับงานปี ระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ถึงวันที่ 4 มีนาคม ร.ศ.118

งานเถลิงพลับพลาและงานปีสวนดุสิต ประกอบด้วย งานเจริญพระพุทธมนต์ และถวายภัตตาหารเพล งานพระราชทานเลี้ยงน้ำชาแก่พระบรมวงศานุวงศ์และข้าราชการ งานประกวดเครื่องชิ้นโต๊ะที่พระบรมวงศานุวงศ์และข้าราชการนำมาจัดตกแต่งพลับพลา งานพระราชทานสิ่งของแก่ราษฎรที่มารอเฝ้า ตลอดจนมีการละเล่นรื่นเริงมหรสพต่างๆ อย่างแตรวง พิณพาทย์

รวมทั้งมีมหรสพที่เป็นของใหม่และเป็นที่นิยมในเวลานั้น คือการแสดงลิเก ของคณะพระยาเพ็ชรปาณี และพระยาฤทธิเดชะ โดยจัดแสดงสลับคนละวัน โดยโปรดเกล้าฯพระราชทานตั๋วสำหรับดูลิเกให้บรรดาตำรวจ ทหาร ที่ช่วยในงานก่อสร้างสวนดุสิต คนละ 3 ใบ เพื่อพาภรรยาและบุตรมาชมมหรสพ และถาดข้าวกระทงบรรจุอาหารสำหรับรับประทานในงาน

Advertisement

เนื่องด้วยในพื้นที่สวนดุสิตนั้นมีวัดโบราณอยู่สองวัด คือวัดดุสิต และวัดแหลม เป็นวัดที่พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าพนมวัน กรมพระพิพิธภูเบนทร์ พระราชโอรสในสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย พร้อมด้วยพระอนุชา พระกนิษฐา ร่วมเจ้าจอมมารดาเดียวกันอีก 4 พระองค์ได้ปฏิสังขรณ์ขึ้น และสร้างพระเจดีย์เรียงรายไว้หน้าวัด 5 องค์ ในการสร้างสวนดุสิตครั้งนั้น มีการปรับผังบริเวณวัดทั้งสอง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงได้เสด็จพระราชดำเนินไปทรงถวายที่วิสุงคามสีมา โดยถอนเสมาเดิม และกำหนดขอบเขตใหม่ตรงบริเวณใกล้วัดแหลม พระราชทานนามใหม่ว่า วัดเบญจมบพิตร แปลว่าวัดของเจ้านายห้าพระองค์

ในราชกิจจานุเบกษา จึงแจ้งหมายกำหนดการวันที่ 2 มีนาคม ว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรสถานที่ต่างๆ ณ สวนดุสิต และทอดพระเนตรพระสงฆ์สวดถอนเสมา ณ วัดเบญจมบพิตร โดยการเสด็จประพาสของพระองค์ในวันนั้น นอกจากประทับรถยนต์พระที่นั่งประพาสโดยรอบพื้นที่แล้ว ยังเสด็จฯไปยังสถานีรถไฟกรุงเทพ เพื่อประทับรถไฟพระที่นั่งผ่านสวนดุสิตเพื่อทอดพระเนตรการประดับประดาตกแต่งโคมไฟ เมื่อเสด็จฯลงจากรถไฟพระที่นั่งที่สถานีสามเสนแล้ว ได้เสด็จฯลงเรือพระที่นั่งกลับมาประทับ ณ พลับพลาสวนดุสิต ในเวลาค่ำ พระองค์ได้พระราชทานเลี้ยงพระบรมวงศานุวงศ์ ข้าราชการ ทหารบก ทหารเรือ ตำรวจ และผู้ที่มีหน้าที่ตกแต่งโคมไฟและก่อสร้างสถานที่ต่างๆ รวมทั้งบรรดาผู้ที่ได้นำเครื่องโต๊ะมาประกวด และกรรมการตัดสินรางวัลชิ้นโต๊ะ

หลังจากงานเถลิงพลับพลาและงานปีสวนดุสิตที่จัดขึ้นเป็นครั้งแรกนั้น ในปีต่อๆ มาได้ย้ายสถานที่จัดงานมาที่วัดเบญจมบพิตร ในช่วงฤดูหนาว เพื่อจะได้เรี่ยไรเงินสมทบทุนสร้างวัดในส่วนที่ยังไม่แล้วเสร็จ งานฤดูหนาววัดเบญจมบพิตรจึงเป็นงานใหญ่ มีการออกร้านของพระเจ้าอยู่หัว พระบรมวงศานุวงศ์ เจ้านายฝ่ายหน้าและฝ่ายใน รวมทั้งของข้าราชการ บริษัทห้างร้าน ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ มีร้านขายอาหาร ขายขนม ซึ่งรวมทั้งร้านขายของหลวง และร้านถ่ายภาพฝีพระหัตถ์ โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะเสด็จพระราชดำเนินมาร่วมงาน และทอดพระเนตรซุ้มต่างๆ เป็นที่สนุกสนานรื่นเริงยิ่งนัก

ดังที่หม่อมเจ้าหญิงพูนพิศสมัย ดิศกุล ทรงนิพนธ์ไว้ว่า

ทุกคนที่ก้าวเข้าประตูเหล็กแดงเข้าไปแล้ว จะรู้สึกเหมือนเมืองๆ หนึ่ง
ที่เต็มไปด้วยความสนุกสนาน ผู้คนแต่งตัวสวยๆ งามๆ ร้านจัดกันอย่างประณีตและเรียบร้อย ไม่มีเสียงอึกทึกครึกโครม นอกจากเสียงดนตรีเบาๆ
พอได้ยินพูดกันไม่ต้องตะโกน ไม่มีคนแน่นจนถึงเบียดเสียดกัน …ทุกคน
จะได้เฝ้าในหลวงของเขาทั่วกัน ใครอยากเฝ้าก็นั่งอยู่หน้าร้าน เวลาเสด็จ
ผ่านทางหยุดทอดพระเนตรและทักทายเจ้าของร้าน ทั้งครอบครัวก็ได้เฝ้า
ใครอยากทูลอะไร อยากถวายอะไรก็ถวายได้ …ที่ที่สนุกอีกแห่งหนึ่ง ก็คือ
ในเมืองจีนของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช มีประตูตีตั๋วเข้าไปข้างใน แล้ว
มีร้านเป็นห้องๆ รอบสี่เหลี่ยมขายอาหารจีน ขายน้ำชา ขายจันอับ
และอะไรต่างๆ ที่เป็นจีน มียกพื้นเล็กๆ อยู่ตรงกลางเมืองให้พวกตลกเล่น
…งานเบญจมฯ ในสมัยรัชกาลที่ 5 นั้นทุกคนสนุก เช่น 1. ผู้ใหญ่ก็ได้พบกัน
ทั่วถึง ทั้งได้เฝ้าในหลวง ซึ่งตามธรรมดาแม้จะเฝ้าได้ง่ายก็มักจะเป็นในเวลาการ
งาน ไม่เป็นไปรเวตเช่นในงานวัดนี้ และยังได้ทำบุญตามเสด็จในการพระราชกุศล
ด้วยเพราะงานจะมี 5-7 วันก็ตาม ในวันหนึ่งพระเจ้าอยู่หัวจะทรงนำพระสงฆ์
ออกเที่ยวด้วยพระองค์เอง และเจ้าของร้านต่างๆ ก็มีของถวายใส่ย่าม เช่น
ตักบาตร วันไหนพระเที่ยว พวกเราเด็กผู้หญิงก็ถูกเก็บตัวไว้กับร้านเพราะไม่ให้เข้า
ไปยุ่ง…ทุกครั้งที่ข้าพเจ้าระลึกถึงงานวัดเบญจมฯ และคุยถึงเรื่องงานวัด เราทุกคน
ที่ทันได้เห็น ยังสนุกอยู่ไม่รู้หาย…

ในปีนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้จัดงานอุ่นไอรัก คลายความหนาว ขึ้นที่บริเวณสนามเสือป่า พระราชวังดุสิต ระหว่างวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ถึงวันที่ 11 มีนาคม 2561 เพื่อเฉลิมพระเกียรติและแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระมหากษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี มีการแสดงนิทรรศการ การออกร้านของหน่วยงานราชการ และเอกชน การแสดงดนตรีมหรสพ และกิจกรรมต่างๆ โดยรายได้ส่วนหนึ่งจะนำขึ้นทูลเกล้าฯถวายเพื่อช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยาก

การจัดงานครั้งนี้ ยังเสมือนเป็นการย้อนอดีตและระลึกถึงงานเถลิงพลับพลาและงานปีสวนดุสิต ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯจัดขึ้นเมื่อ 119 ปีที่แล้วมา

 

ปริญญา ตรีน้อยใส
และรัชดา โชติพานิช