ยุทธศาสตร์เส้นทางสายไหมแห่งศตวรรษที่ 21 (OBOR) ของจีน มีโครงการย่อยของระเบียง
เศรษฐกิจ 6 แห่งด้วยกันคือ
1) ระเบียงเศรษฐกิจจีน-ปากีสถาน (China-Pakistan Economic Corridor)
2) ระเบียงเศรษฐกิจจีน-บังกลาเทศ-อินเดีย-เมียนมา (Bangladesh-China-India-Myanmar)
3) ระเบียงเศรษฐกิจจีน-มองโกเลีย-รัสเซีย (China-Mongolia-Russia)
4) ระเบียงเศรษฐกิจยูเรเชีย (The Eurasian Land Bridge)
5) ระเบียงเศรษฐกิจจีน-เอเชียกลาง-เอเชียตะวันตก (China-Central Asia-West Asia)
6) ระเบียงเศรษฐกิจจีน-คาบสมุทรอินโดจีน (China-Indochina Peninsula)

เมื่อทางการจีนได้กำหนดทิศทาง (ยุทธศาสตร์) ได้ชัดแจ้งแล้ว คราวนี้ก็ถึงยุทธวิธี (tactic) คือวิธีการที่จะปฏิบัติเพื่อให้สำเร็จตามวัตถุประสงค์ของยุทธศาสตร์ซึ่งยุทธวิธีนี้คือ “กับดักหนี้” ซึ่งจีนได้ทดลองใช้กับออสเตรเลียซึ่งอยู่นอกแผนยุทธศาสตร์ได้สำเร็จอย่างงดงาม คือบริษัทแลนด์บริจด์ กรู๊ปของจีนได้เช่าท่าเรือดาร์วินของดินแดนเขตเหนือ (Northern Territory) ประเทศออสเตรเลียเป็นเวลา 99 ปี (เหมือนอังกฤษเช่าดินแดนจีนเพื่อขยายเขตฮ่องกงในอดีตนั่นแหละ) ซึ่งเป็นผลจากความขัดแย้งภายในประเทศออสเตรเลียเองระหว่างรัฐบาลกลางที่กรุงแคนเบอร์รากับรัฐบาลของดินแดนเขตเหนือซึ่งยังไม่ได้เป็นมลรัฐเหมือนมลรัฐรัฐต่างๆ ในออสเตรเลีย ดังนั้นจึงยังต้องของบประมาณเพิ่มเติมจากรัฐบาลกลางอยู่ และรัฐบาลของดินแดนเขตเหนือได้ของบประมาณเพื่อซ่อมบำรุงและขยายท่าเรือไปยังรัฐบาลกลางถึง 14 ครั้ง แต่ถูกปฏิเสธจึงจัดการประมูลการเช่าท่าเรือเองใน พ.ศ.2558 ซึ่งบริษัทของจีนได้ชนะการประมูลการเช่าท่าเรือ 99 ปีไปด้วยเงิน 506 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นชัยชนะอย่างไม่คาดฝันของจีนในเชิงภูมิรัฐศาสตร์เลยทีเดียว

ส่วนการทดลองยุทธวิธีกับดักหนี้ที่สำเร็จอย่างงดงามอันดับต่อไปของจีนในทวีปแอฟริกา คือประเทศจิบูตี (Djibouti) เป็นนครรัฐในแอฟริกาตะวันออก ในภูมิภาคจะงอยแอฟริกา จิบูตีมีอาณาเขตทางเหนือจดประเทศเอริเทรีย ทางตะวันตกและใต้จดเอธิโอเปีย ทางตะวันออกเฉียงใต้จดโซมาเลีย อาณาเขตส่วนที่เหลือคือชายฝั่งทะเลแดงและอ่าวเอเดน ในอีกด้านของทะเลแดงคือคาบสมุทรอาหรับในส่วนของประเทศเยเมน ห่างจากฝั่งของจิบูตี 20 กิโลเมตร แบบว่าเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญมากที่สุดแห่งหนึ่งของทวีปแอฟริกา แต่จิบูตีเป็นประเทศยากจนแต่ไม่มีใครยอมให้กู้เงินและไปลงทุนในจิบูตี เพราะโอกาสที่จะได้เงินกู้คืนมีน้อยและโอกาสที่จะทำกำไรจากการลงทุนก็มีน้อยมาก แต่ทางการจีนได้เข้าไปช่วยลงทุนสร้างทางรถไฟให้กับจิบูตีและลงทุนในการทำเหมืองแร่ ธุรกิจการส่งน้ำมันและก๊าซเป็นการลงทุนอย่างมหาศาลแล้วเจรจาขอสร้างฐานทัพเรือใน พ.ศ.2558 โดยชำระค่าเช่าเพียงปีละ 20 ล้านเหรียญสหรัฐ พร้อมทั้งให้ความช่วยเหลือทางการทหารให้กับกองทัพจิบูตีซึ่งถือว่าเป็นฐานทัพของจีนแห่งแรกในทวีปแอฟริกา
สำหรับความสำเร็จของยุทธวิธี “กับดักหนี้” ที่ถือว่าเป็นเนื้อชิ้นงามที่สุดของจีนในยุทธศาสตร์เส้นทางสายไหมแห่งศตวรรษที่ 21 ของจีน คือเมืองท่าพีราอุสของกรีซ ซึ่งเป็นท่าจอดเรือที่ใหญ่ที่สุดในประเทศกรีซ และเป็นศูนย์กลางการค้า อุตสาหกรรม เมืองท่าเรือพีราอุสเป็นท่าเรือสำคัญยิ่งของประเทศกรีซ เป็นท่าเรือโดยสารที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปและใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก รองรับผู้โดยสารราว 20 ล้านคนต่อปี
แต่ชาวกรีซต้องเผชิญความยากลำบากในชีวิตความเป็นอยู่ภายใต้หนี้สินที่ดูไม่มีทางที่จะปลดให้เป็นไทได้เลยจากบรรดาเจ้าหนี้ของประเทศในสหภาพยุโรปทั้งปวง และสหรัฐอเมริกาก็ไม่ได้ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเลยทำให้กรีซต้องหันหน้าไปพึ่งสาธารณรัฐประชาชนจีนที่กำลังคืบหน้าเข้ามาในทวีปยุโรปด้วยนโยบายภูมิรัฐศาสตร์อย่างเปิดเผย โดยในขณะที่สหภาพยุโรปกำลังบีบกรีซทางเศรษฐกิจอย่างหนักเพื่อที่จะเอาคืนหนี้สินที่กรีซยืมไปและเป็นการรักษาเสถียรภาพของเงินตราสกุลยูโรจนทำให้รัฐบาลกรีซตัดสินใจขายหุ้นใหญ่ในท่าเรือพีราอุสให้กับจีน ในขณะที่จีนเข้ามาลงทุนด้วยเงินมหาศาลในกรีซรวมทั้งจำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีนที่พากันเข้าไปท่องเที่ยวในกรีซเป็นอันดับหนึ่งของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกก็ได้มีผลดีกลับคืนสู่จีนทั้งทางเศรษฐกิจและการเมืองอย่างเห็นได้ชัดแบบว่าจีนได้ใจกรีซไปเลย ว่าอย่างนั้นเถอะ
ถึงแม้การลงทุนของจีนจะเป็นการเอารัดเอาเปรียบกรีซอย่างชัดๆ ตามสไตล์การลงทุนของจีนโดยทั่วไป อาทิ การจ้างงานคนงานกรีซเป็นกรรมกรก่อสร้างที่ท่าเรือ
พีราอุสจำนวนพันคนเศษด้วยค่าจ้างที่ต่ำกว่าค่าแรงขั้นต่ำตามกฎหมายของกรีซ แต่จากจำนวนคนว่างงานของกรีซที่มีจำนวนมหาศาล กรีซก็ถือว่าเป็นบุญเป็นคุณไป
เมื่อนายกรัฐมนตรีอเล็กซิส ซิปราส ชนะการเลือกตั้งในกรีซได้เพียง 3 สัปดาห์ จีนได้ส่งเรือรบ 3 ลำมาเยือนยังเมืองท่าพีราอุสที่จีนลงทุนพัฒนาเป็นเงินกว่า 500 ล้านยูโร เพื่อเป็นประตูที่สำคัญที่จีนจะขยายอำนาจทางเศรษฐกิจสู่ทวีปยุโรปตามยุทธศาสตร์เส้นทางสายไหมยุคใหม่ ของประธานาธิบดี สี จิ้นผิง โดยนายกรัฐมนตรีซิปราสไปให้การต้อนรับเรือรบ 3 ลำของจีนที่มาเยือนอย่างสมเกียรติ
บัดนี้สหภาพยุโรปและสหรัฐอเมริกาต่างก็ตระหนักดีว่ากรีซเป็นช่องทางหลักการรุกคืบของจีนทั้งทางด้านภูมิรัฐศาสตร์และทางเศรษฐกิจถือเป็นความสำเร็จที่งดงามที่สุดของยุทธศาสตร์เส้นทางสายไหมแห่งศตวรรษที่ 21 ของจีน
ส่วนความสำเร็จขั้นต่อไปของยุทธวิธีกับดักหนี้คือการให้กู้เงินอย่างมหาศาลแก่ประเทศเหล่านี้ ศรีลังกา
มัลดีฟส์ และปากีสถานรวมทั้งประเทศเติร์กเมนิสถาน อุซเบกิสถาน คาซักสถาน คีร์กีซสถาน และทาจิกิสถาน ซึ่งอยู่ในเส้นทางของยุทธศาสตร์เส้นทางสายไหมแห่งศตวรรษที่ 21 ของจีนทั้งสิ้น ก็ย่อมไม่มีปัญญาใช้หนี้จีนได้ก็จะถูกบีบให้ยอมจีนทุกอย่างอย่างที่เห็นได้ชัดคือศรีลังกาต้องยกเมืองท่าฮัมบันโตตาที่กู้เงินจากจีนมา
สร้างเป็นเวลา 99 ปี เนื่องจากศรีลังกาติดหนี้จีนอยู่รวม 64,000 ล้านเหรียญสหรัฐ จึงมีโครงการที่มีคนประท้วงนี้เป็นโครงการที่ทำกับจีนเพื่อให้จีนลดหนี้ให้ 8,000 ล้านเหรียญสหรัฐ
โดยในตอนนี้รายได้ร้อยละ 95 ของศรีลังกาถูกนำไปกับการชดใช้หนี้ให้จีน ส่วนหนี้จากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานก็ไม่ได้ทำกำไรอะไรเลยมีแต่จะสร้างความเสียหายแก่ศรีลังกา

