สองวันนี้ประเทศจีนกำลังเปิดประชุมคณะกรรมการปรึกษาทางการเมืองทั่วประเทศครั้งที่หนึ่งสมัยที่สิบสามและการประชุมสมาชิกสภาผู้แทนประชาชนทั่วประเทศครั้งที่หนึ่งสมัยที่สิบสาม ภายหลังการประชุม หวางอี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศประเทศจีนได้จัดประชุมสื่อมวลชน โดยได้ตอบคำถามผู้สื่อข่าวสาขาต่างๆ ทั้งหมด 22 คำถาม ซึ่งมีประเด็นที่น่าสนใจเป็นพิเศษคือความสัมพันธ์ระหว่างจีนและสหรัฐ โดยสำนักข่าวจงซินของจีนได้รายงานคำตอบของหวางอี้ว่า
ในโลกแห่งโลกาภิวัตน์ในปัจจุบัน การเลือกทำสงครามการค้านั้นเป็นการหยิบผิดตำรับยา ผลก็คือรังแต่จะทำให้คนอื่นเสียหายและทำร้ายตนแอง
จีนและสหรัฐอาจมีการแข่งขันกันได้ แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นคู่แข่ง ต้องการเป็นหุ้นส่วนมากกว่า
นอกจากนั้นหวางอี้ยังได้ตอบคำถามด้วยคำคมต่างๆ
มีคำถามเกี่ยวกับ “ประเทศจีนพังทลาย”
หวางอี้ตอบโต้ว่า “ประเทศจีนพังทลาย” ตัวเองพังทลายเสียก่อนแล้ว กลายเป็นเรื่องชวนหัวทางสากล
ต่อคำพูดที่ว่า “ทฤษฎีการคุกคามของประเทศจีน”
หวางอี้ตอกกลับว่า “ทฤษฎีการคุกคามของประเทศจีน” นั้นแม้จะมีฉบับใหม่ที่เลียนแบบมา แต่ก็ยิ่งไม่ได้ชนะใจคน เพราะความจริงย่อมชนะการแก้ต่าง
ต่อคำถามยุทธศาสตร์ “อิ้นไท่”
หวางอี้ตอบโต้ว่า ในยุคสมัยปัจจุบัน มาก่อเรื่องสงครามเย็นอีก ย่อมไม่เหมาะกับกาลเทศะ การก่อวงแคบๆ เล็กๆ มาประจันหน้ากัน ย่อมไม่มีตลาดให้
เมื่อมีคำถามว่า “ประเทศจีนแทรกแซงกิจการภายในเขา”
หวางอี้ตอบโต้ว่า ประเทศจีนเข้าร่วมการแก้ปัญหาประเด็นร้อนมีเอกลักษณ์แบบประเทศจีนที่แจ่มแจ้ง ยืนหยัดมาตลอดอย่างเสมอต้นเสมอปลายว่าสิ่งที่ต้องทำก็ทำ สิ่งที่ไม่ควรทำก็ไม่ทำ
เมื่อพูดถึงข้อเสนอ “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง”
หวางอี้ตอบว่า ทุกอย่างกำลังดำเนินไปภายใต้แสงอาทิตย์ ไม่มีใครใหญ่อยู่คนเดียว หากเป็นการเข้าร่วมโดยฝ่ายต่างๆ อย่างเสมอภาค
เมื่อพูดถึงท่าทีและการท้าทายในปัญหาทะเลจีนใต้
หวางอี้กล่าวว่า การตัดสินใจในการปกปักรักษาสันติภาพและเสถียรภาพในทะเลจีนใต้นั้นแน่วแน่ไม่โลเล ความจริงใจเป็นอันหนึ่งอันเดียวเสมอต้นเสมอปลาย บางอิทธิพลภายนอกเห็นทะเลจีนใต้มีคลื่นลมสงบเรียบก็ไม่ชื่นใจ หมายจะก่อเรื่องก่อราว มีแต่เกรงว่าในโลกนี้ไม่วุ่นวายเท่านั้น
เมื่อเอ่ยถึงงานกงสุล
หวางอี้กล่าวว่า การป้องกันคือการคุ้มครองที่ดีที่สุด ปีที่แล้วทางกระทรวงต่างประเทศได้ประกาศข้อเตือนใจเกี่ยวกับความปลอดภัยโพ้นทะเลกว่าหนึ่งพันข้อ เพื่อผันแปรความเสี่ยงก่อนที่พลเมืองจะก้าวออกจากประตูประเทศ
เมื่อพูดถึงกิจการไต้หวัน
หวางอี้กล่าวว่า การแก้ปมเงื่อนกระดิ่งต้องให้คนผูกไปแก้เอง (หมายถึงการแก้ปมเงื่อนของปัญหาต้องให้คนที่ก่อปัญหาไปแก้เอง) ทางการไต้หวันต้องรีบหวนกลับมาสู่ “การรับรู้ร่วมกันในวันที่สองเดือนกันยา” อันเป็นหนทางที่ถูกต้องให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้
ต่อปัญหาคาบสมุทรเกาหลี
หวางอี้กล่าวว่า น้ำแข็งจับตัวหนาสามฟุตมิใช่เป็นมาแค่หนาววันเดียว แม้ได้เห็นแสงอรุณรุ่งที่ปลายอุโมงค์แล้วก็ตาม แต่หนทางที่จะก้าวไปข้างหน้าใช่ว่าจะราบรื่นปราศจากมรสุม
เมื่อเอ่ยถึงความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับรัสเซีย
หวางอี้ตอบว่า การลงลึกร่วมมือกันระหว่างประเทศจีนกับรัสเซียนั้นไม่มีที่สิ้นสุด ความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับรัสเซียไม่มีคำว่าดีที่สุดมีแต่คำว่าดียิ่งขึ้น
เมื่อพูดถึงความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับแอฟริกา
หวางอี้ตอบว่า ไม่ว่าโลกจะเปลี่ยนแปลงอย่างไร และไม่ว่าคนอื่นจะพูดอย่างไร มิตรภาพอันล้ำลึกระหว่างจีนกับแอฟริกาเหนียวแน่นไม่อาจแตกได้
เมื่อพูดถึงความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับญี่ปุ่น
หวางอี้กล่าวว่า ขอเพียงให้ฝ่ายญี่ปุ่นไม่ลังเล ไม่วกวน ไม่ถอยหลัง แล้วปฏิบัติต่อตามภววิสัยและยอมรับการพัฒนาของประเทศจีน ประเทศจีนก็ยินดีร่วมกับญี่ปุ่นหันหน้าเข้าหากันเดินไปด้วยกัน
เมื่อพูดถึงความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับอินเดีย
หว่างอี้กล่าวว่า จีนและอินดีจะต้องให้มังกรกับช้างเต้นรำด้วยกัน มิใช่ให้มังกรกับช้างสู้กัน จีนกับอินเดียนั้นหนึ่งบวกหนึ่งไม่เพียงแต่เท่ากับสองเท่านั้น ยังต้องเท่ากับสิบเอ็ด (11)
เมื่อถามถึงความร่วมมือระหว่างประเทศจีนกับละตินอเมริกา
หวางอี้กล่าวว่า ไม่มุ่งต่อใครและไม่แทนที่ใคร และก็ไม่มีเจตนาไปแตะต้องเนยของใคร
ทิวสน

