หน้าแรก บทความ ‘ทำอย่างไรจึง...

‘ทำอย่างไรจึงจะให้ประชาชนหายโง่’ ‘Wording’ของนางพรทิพย์ ขำชื่น : โดย ศ.ชยานันต์ ศุกลวณิช

22.03.18 | 13:00 น.

 

หนังสือราชการจังหวัดขอนแก่น ลงนามโดย นายสุชัย บุตรสาระ รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เรื่องเชิญหน่วยงานราชการต่างๆ ร่วมประชุมเพื่อภารกิจราชการ โดยมีถ้อยคำ “ทำอย่างไรจึงจะให้ประชาชนหายโง่” เป็นเรื่องที่ไม่สร้างสรรค์ ขัดต่อจรรยาของข้าราชการ

แม้นายสุชัย บุตรสาระ บอกว่าไม่มีเจตนา แต่ไม่มีน้ำหนักให้รับฟังได้เพราะกรรมเป็นเครื่องชี้เจตนา

แม้นางพรทิพย์ ขำชื่น หัวหน้าฝ่ายบริหารทั่วไปสำนักงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ซึ่งเป็นผู้ร่างหนังสือฉบับดังกล่าว ก็บอกว่าไม่มีเจตนา แต่ก็ไม่มีน้ำหนักให้รับฟังได้เช่นกันเพราะทุกประเด็นมีความชัดเจนอยู่ในตัวแล้ว

การใช้คำว่า “ประชาชน” ลอยๆ นั้น จะฟังว่าเฉพาะขอนแก่นคงเป็นไปมิได้ เพราะเป็นการพูดแบบ “เหมาเข่ง” โดนกันหมด โดยไม่ให้เกียรติเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน น่าจะเข้าข่ายดูหมิ่นเหยียดหยามศักดิ์ศรี เป็นเรื่องที่น่าเจ็บปวด

Advertisement

สำนวนจีนมีว่า “คมมีดเฉือนเนื้อสมานไว คำพูดบาดใจแค้นยากหาย”

การที่ออกมาขอโทษนั้น เสมอ “ยากล่อมประสาท” เพราะมิใช่เป็นการแก้ปัญหาที่ตรงประเด็น หากต้องแก้ทั้งระบบ ทุกอย่างชัดเจนอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องตั้งกรรมการสอบ การแก้ด้วยวิธีจัดฉากสร้างภาพเป็นเรื่องที่ไม่สร้างสรรค์และไม่เกิดประโยชน์แต่ประการใด

การที่นายสุชัย บุตรสาระ อ้างว่า กลัวไม่ทันจึงรีบลงนามนั้น ไม่มีเหตุผล เพราะการลงนามในเอกสารทุกประเภท ผู้ลงนามย่อมต้องรับผิดชอบเต็มตามเนื้อความในเอกสารทุกตัวอักษร คำแก้ต่างใดๆ ย่อมฟังไม่ขึ้น นายสุชัยกล่าวว่า ตนเป็นคนขอนแก่น ไม่มีความรู้สึกที่ไม่ดีต่อคนขอนแก่น ยอมรับว่าลงนามเร็ว ไม่ได้ตรวจตรา ก็ฟังไม่ขึ้นอีกเช่นกัน ความจริงมิได้หมายความคนจังหวัดไหนก็รักคนจังหวัดนั้น ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับอุปนิสัยใจคอของปัจเจกบุคคล ส่วนการลงนามเร็วไม่ได้ตรวจตรา ถือเป็นความบกพร่องร้ายแรง
เพราะเป็นเอกสารสำคัญ

การที่นางพรทิพย์ ขำชื่น ชี้แจงว่า ข้อความอาจไม่สละสลวยเนื่องจากต้องการความเร็วและอาจไม่ได้กรอง เป็นคำแก้ตัวข้างๆ คูๆ คำพูดกำกวม กำกวมที่ใช้คำว่า “อาจ” เอกสารสำคัญของราชการไม่ได้กรอง แล้วปล่อยมาได้อย่างไร อีกทั้งใช้คำว่าอาจไม่สละสลวย ซึ่งอ่อนมาก แท้จริงเป็นข้อความที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง นางพรทิพย์
ใช้ภาษาฝรั่งให้เหตุผลว่าต้องการรีบบันทึกเสนอก็เลยคิด “Wording” ขึ้นมา เป็นเรื่องที่ทำให้สังคมสับสน ขนาดภาษาไทยยังใช้ผิดอย่างมหันต์ เธอก็พูดอยู่ก่อนแล้วว่า “คำ” แล้วทำไมจะต้องใช้ภาษาฝรั่งทับศัพท์ภาษาไทยซึ่งมีความหมายเหมือนกัน

ต้องไม่ลืมว่า ที่นี่ประเทศไทย บรรดาเอกสารราชการหรือการชี้แจงแถลงข่าวของราชการต้องเป็นภาษาไทย ยกเว้นคำศัพท์เฉพาะทางเป็นต้นว่า ศัพท์ทางการแพทย์ ศัพท์เทคนิค เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังมีผู้บังคับบัญชาของนายสุชัย บุตรสาระ และนางพรทิพย์ ขำชื่น ออกมาแก้ต่างด้วยสคริปต์เดียวกัน พร้อมกับขอโทษ ไม่น่าจะต่างกับการตบหัวแล้วลูบหลัง

การตั้งกรรมการสอบสวนไม่น่าจะช่วยอะไรได้ เพราะชัดเจนทุกประเด็นอยู่แล้ว เจตนาไม่บกพร่อง คำมั่นการสอบสวนก็คือ “น้ำยาบ้วนปาก” นั่นเอง

ส่วนการที่ว่าจังหวัดมีนโยบายที่จะแก้ไขปัญหาวัฏจักรชีวิตคน คือ โง่ จน เจ็บ นั้น คำว่า “โง่” ก็ไม่ควรใช้ หากมิฉะนั้น กลายเป็นว่ามีคนที่ไม่โง่อยู่เพียง 4-5 คนเท่านั้น นอกนั้นโง่หมด

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ถือว่าเป็นการกระทำที่คาบเกี่ยวกับจรรยาของข้าราชการ ถ้าเกิดในต่างประเทศเช่น สหรัฐ อังกฤษ เป็นต้น ไม่ว่าตำแหน่งจะใหญ่โตขนาดไหนเพียงใดเขาจะแสดงสปิริตด้วยการ “ลาออก” ซึ่งเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดและดูมีราคา

ศ.ชยานันต์ ศุกลวณิช