หน้าแรก บทความ P-Move ฉายภาพ...

P-Move ฉายภาพ‘แหว่ง’ : สถานีคิด : โดยสุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร

6.05.18 | 12:00 น.

 

ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม หรือ P-Move
มาปรากฏตัวอีกครั้ง

พร้อมแถลงการณ์ “ลดความเหลื่อมล้ำ คืนความเป็นธรรม ปกป้องชุมชน”
โดยระบุว่า
กว่า 4 ปี ที่รัฐบาล คสช.เข้ามาบริหารประเทศ
ประกาศจะลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม
แต่กลับพบว่าไม่ได้ทำให้ความเหลื่อมล้ำลดลง
ภาวะรวยกระจุกจนกระจายมีมากยิ่งขึ้น
ไทยคือที่ 3 ของโลก ที่มีความเหลื่อมล้ำมากที่สุดในโลก
ความเหลื่อมล้ำดังกล่าวทำให้เกิด
1.มีการบังคับใช้กฎหมายเอาผิดกับคนจนเป็นหลัก
แต่ในอีกด้านหนึ่ง มีการงดเว้นการบังคับใช้กฎหมายกับส่วนราชการ และเอกชน

2.นโยบายทวงคืนผืนป่าไม่ครอบคลุมที่ดินเอกชนที่หมดสัญญาเช่า

3.มีการทำลายป่าอย่างถูกกฎหมาย
ด้วยการเพิกถอนพื้นที่ป่าเพื่อรองรับนิคมอุตสาหกรรม การอนุญาตให้ทำธุรกิจในป่า เช่น เหมืองแร่ การปลูกป่าเศรษฐกิจ
รวมทั้งอนุญาตให้ส่วนราชการสร้างอาคารในป่า

Advertisement

4.มีนโยบายให้ชาวต่างชาติเช่าที่ดิน 99 ปี ขณะที่คนไทยจำนวนมากเข้าไม่ถึงการถือครองที่ดิน

5.มีการเพิกเฉยต่อและแนวทางการกระจายการถือครองที่ดินและทรัพยากรธรรมชาติอย่างเป็นธรรม ตลอดจนการรับรองสิทธิชุมชนอย่างมั่นคงและยั่งยืน ดังจะเห็นได้จาก
5.1) ร่าง พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างฉบับของรัฐบาล ไม่น่าจะสามารถนำไปสู่การกระจายการถือครองที่ดินได้ในทางปฏิบัติ
5.2) การจัดตั้งธนาคารที่ดิน ไม่สามารถช่วยเหลือเกษตรกรได้
5.3) “โฉนดชุมชน” หรือกรรมสิทธิ์ร่วม ถูกบิดเบือน โดยการรวมศูนย์อำนาจกลับไปยังรัฐภายใต้คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ หรือ คทช. ซึ่งไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง จนประชาชนไม่สามารถเข้าร่วมได้
5.4) การเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม ภาคประชาชนเสนอให้มีการจัดตั้งกองทุนยุติธรรมที่เป็นอิสระ แต่ที่รัฐบาลประกาศใช้ กลับกลายเป็นกลไกหนึ่งภายใต้กระบวนการยุติธรรม และให้อำนาจคณะกรรมการระดับจังหวัด ซึ่งมีผู้ว่าราชการจังหวัด พนักงานอัยการ ฯลฯ ซึ่งมีฐานะเป็นผู้บังคับใช้กฎหมาย และกลายเป็นคู่ขัดแย้งกับประชาชนเสียเอง

6.กลไกการแก้ไขปัญหาร่วมระหว่างรัฐบาลกับภาคประชาชนล้มเหลว และไม่มีประสิทธิภาพ
แถลงการณ์ข้างต้น ทำให้ปัญหาป่าแหว่งที่ จ.เชียงใหม่ ที่ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา บ่นหนักใจ
เป็นเรื่องเล็กในทันที
ด้วยวิกฤตปัญหาที่ดินมีอยู่ในประเทศนี้มากมายนัก
แต่ขนาดเป็นเรื่องเล็ก
การตัดสินใจเรื่องป่าแหว่ง ณ เชียงใหม่ นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ก็ละล้าละลัง
ตกอยู่ในสภาพ “อำนาจแหว่ง”

ไม่รู้จะตัดสินใจอย่างไร
อาจารย์เดชรัต สุขกำเนิด แห่งคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ให้ความเห็นผ่านเฟซบุ๊ก Decharut Sukkumnoed อย่างน่าสนใจ ว่า
สิ่งที่รัฐบาลกลัวการ “รื้อ” ไม่ใช่ตัวหมู่บ้านเองหรอก
แต่รัฐบาลกลัวการ “รื้ออำนาจ” ที่อยู่เบื้องหลังการตัดสินใจใช้พื้นที่ป่าแหว่งแห่งนั้นมากกว่า
เพราะหาก “รื้อถอนอำนาจ” ครั้งนี้ ทำสำเร็จ
รัฐก็อาจกังวลว่า จะมีการ “รื้อถอนอำนาจ” ในกรณีอื่นๆ ทั้งที่ได้ขออนุญาตไปแล้ว และจะขอต่อไปในอนาคต
ซึ่งคงเป็นงานยากยิ่งของรัฐบาลและ คสช.
โดยเฉพาะสิ่งที่ P-Move แบ “รอยแหว่ง” ให้เราเห็นจำนวนมาก
อำนาจมหึมาอยู่ในมือของรัฐบาลและ คสช.ดูจะใช้ไม่ได้ และยากจะใช้
อำนาจจึงแหว่ง อย่างที่เห็น!

สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร