ปล่อยหมัด

แล้วก็ถึงเวลาที่ประชาชนคนไทยที่มีสิทธิเลือกตั้งจะได้แสดงเจตนาหลังจากปล่อยให้พรรคการเมืองต่างๆ แสดงลีลามาพักใหญ่

วันที่ 4 มีนาคมถึงวันที่ 16 มีนาคม เป็นโอกาสของคนไทยในต่างประเทศ

วันก่อนมีรายงานข่าวว่า คนไทยในต่างประเทศเข้าคิวกันไปใช้สิทธิเป็นจำนวนมาก

น.ส.บุษฎี สันติพิทักษ์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ระบุว่าการใช้สิทธิของคนไทยเรียบร้อยดี

มีความตื่นตัวออกมาใช้สิทธิเป็นจำนวนมาก

การใช้สิทธิเลือกตั้งที่สถานเอกอัครทูตไทยประจำกรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย มีคนมาใช้สิทธิมาก

วันที่ 9 มีนาคม คนสุดท้ายที่ไปใช้สิทธิ เวลา 21.30 น. และทางสถานทูตได้เพิ่มวันให้ลงคะแนน

สัปดาห์นี้วันที่ 17 มีนาคม ที่ประเทศไทยก็มีการเลือกตั้งล่วงหน้า

ขณะนี้เริ่มมีการส่งสัญญาณแล้วว่าให้เจ้าหน้าที่รับมือให้ดี เพราะอาจจะมีคนไปใช้สิทธิจนล้นทะลักเหมือนคนไทยที่ต่างประเทศ

จากจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งประมาณ 51 ล้านคน ได้ลงทะเบียนเพื่อใช้สิทธิล่วงหน้า 2 ล้านคน

ส่วนที่เหลือไปใช้สิทธิวันเลือกตั้ง 24 มีนาคม ตามที่กำหนด

ช่วงเวลานี้จึงเป็นช่วงเวลาที่พรรคการเมืองออกมาขยับโชว์จุดแข็งที่ตัวเองมีอยู่

โชว์หมัดเด็ดที่ตัวเองมีและถนัด

พรรคพลังประชารัฐชู “ตัวบุคคล” เป็นหมัดเด็ด

นั่นคือสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯอีกสมัย

การสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ที่เป็นหัวหน้า คสช. ซึ่งมีอำนาจเต็มในขณะนี้จึงเป็นข้อได้เปรียบ

รวมๆ แล้วถือว่าเป็นหมัดเด็ดของพลังประชารัฐ

ส่วนพรรคเพื่อไทยนั้นชู “นโยบายหาเสียง” เป็นหมัดเด็ด โดยมีภาพจำสมัยทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกฯ เป็นจุดขาย

นโยบายที่นำเสนอเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจให้ประชาชนจึงได้รับการเผยแพร่

ทั้งปรับโครงสรัางหนี้ เติมเงิน ลดภาษี สร้างเศรษฐกิจใหม่

พร้อมชูสโลแกน “เอาลุงคืนไป เอาเงินในกระเป๋าคืนมา”

ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ได้งัดหมัดเด็ด คือ “การปราศรัย” ขึ้นมาสำแดงฤทธิ์

ประกาศ “ไม่เอาบิ๊กตู่” ถือเป็นหมัดของประชาธิปัตย์ที่ปล่อยมาในโค้งสุดท้าย

แล้วติดตามด้วยการประกาศจุดยืนในลำดับต่อไป

การขึ้นปราศรัยของพรรคประชาธิปัตย์ถือเป็นปฏิบัติการโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้งที่เคยได้ผลมาตลอด

ตอนที่ นายชวน หลีกภัย เป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และเลือกตั้งแข่งกับพรรคพลังธรรมของ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง

การขึ้นปราศรับโค้งสุดท้าย และข้อกล่าวหา “พาคนไปตาย” ทำให้ประชาธิปัตย์ได้เสียงจนได้ชัย

ย้อนกลับไปเมื่อเร็วๆ นี้ในการเลือกตั้งผู้ว่าฯกรุงเทพมหานคร

นายอภิสิทธิ์นำปราศรัยหาเสียง ซัดใส่ข้อหา “เผาบ้านเผาเมือง” เข้าใส่คู่แข่งขัน

หลังจากปราศรัย คะแนนเสียงจากคนกรุงก็เทไปให้ประชาธิปัตย์จนคว้าชัย

มาถึงการเลือกตั้ง 24 มีนาคมนี้ ถือว่าเวลานี้หมาะที่สุดสำหรับการปล่อยหมัด

วันที่ 17 มีนาคม มีการเลือกตั้งล่วงหน้า วันที่ 24 มีนาคม เป็นวันเลือกตั้ง

พรรคประชาธิปัตย์กำลังปล่อย “หมัดเด็ด”

พรรคพลังประชารัฐ พรรคเพื่อไทย และพรรคต่างๆ ก็เช่นกัน

ทุกพรรคหวังจะเอาชนะใจผู้มีสิทธิเลือกตั้ง แต่ยังไม่มีใครรู้ว่าในที่สุดแล้วผลจะเป็นอย่างไร

จนกว่าจะพ้นวันที่ 24 มีนาคม ถึงจะรู้

พรรคการเมืองไหนที่ชนะใจคนไทย

บทความก่อนหน้านี้เลขาฯ กกต.เผย สอบโต๊ะจีนยุติแล้ว ไม่เข้าข่ายยุบพรรค
บทความถัดไปการแยก แตกตัว ภูมิใจไทย ประชาธิปัตย์ ไม่เอา ‘ประยุทธ์’